177เบิกความเท็จต่อศาล
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever gives false testimony in a judicial proceeding before a court, if such false statement is a material point in the case, shall be liable to imprisonment not exceeding five years or a fine not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
If the offence under the first paragraph is committed in a criminal proceeding, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding seven years and a fine not exceeding one hundred and forty thousand Baht.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 177 เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จหลัก องค์ประกอบคือการเบิกความในการพิจารณาคดีต่อศาล ความเท็จของคำเบิกความ และเงื่อนไขว่าความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญในคดี โดยผู้กระทำต้องรู้ว่าคำเบิกความเป็นเท็จ ข้อความที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จ หรือคำเบิกความที่พยานไม่เคยเบิกความจริง ย่อมไม่เข้ามาตรานี้ วรรคสองเพิ่มโทษเมื่อการเบิกความเท็จเกิดในการพิจารณาคดีอาญา และมาตรา 181 เพิ่มโทษอีกเมื่อคดีเกี่ยวกับข้อหาความผิดร้ายแรง ส่วนมาตรา 182 และ 183 ให้ประโยชน์แก่ผู้ที่กลับคำและแจ้งความจริงทัน
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ความเสี่ยงเรื่องเบิกความเท็จมีจริงสำหรับพยานทุกคน และหนักกว่าในคดีอาญาถึง 7 ปี คำเบิกความจึงควรถูกต้องในข้อที่เป็นสาระสำคัญ ข้อจำกัดสำคัญสองประการคือความเป็นข้อสำคัญในคดีและการพิสูจน์ความเท็จได้ ข้อความที่ไม่เป็นข้อสำคัญในคดี หรือที่ผู้กล่าวหาพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จ ย่อมลงโทษไม่ได้ และผู้ที่ไม่เคยเบิกความจริงก็ไม่อาจเป็นผู้เบิกความเท็จ พยานที่รู้ตัวว่าเบิกความเท็จอาจกลับคำแจ้งความจริงทันตามมาตรา 182 และ 183 เพื่อไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 1694/2567 (2024)
เมื่อยังไม่อาจรับฟังได้ว่าข้อความที่เบิกความเป็นเท็จ การเบิกความนั้นย่อมไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177
จำเลยเบิกความในคดีแพ่งว่าโจทก์กู้ยืมเงินจำเลย 1,000,000 บาท เมื่อยังไม่อาจรับฟังได้ว่าคำเบิกความนั้นเป็นเท็จ ศาลจึงวินิจฉัยว่าการเบิกความของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4111/2566 (2023)
หากบุคคลไม่เคยยื่นคำเบิกความและไม่เคยเข้าเบิกความต่อศาลในคดีก่อนเลย ย่อมไม่มีประเด็นเรื่องข้อสำคัญในคดี และไม่มีมูลความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177
ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยทั้งสองไม่เคยยื่นคำเบิกความและเข้าเบิกความต่อศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมาก่อน จึงไม่มีประเด็นว่าคำเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ และไม่มีมูลเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 333 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4286/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1694/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4129/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4111/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3292/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3054/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 728/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 53/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ความผิดเรื่องการสืบสวนคดีเท็จตามมาตรา 177 คดีพิสูจน์อะไร
ผู้พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีความโดดเด่นในคดีต่างๆ ต่อศาลคำที่เป็นเท็จเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีนั้นรู้ว่าเป็นเท็จ
หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จถือเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่
ไม่ได้รับการพิสูจน์เคยวินิจฉัยว่าเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าข้อความเป็นเท็จการค้นความข้อความนั้นไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177
โทษในคดีอาญาเป็นทางเลือกหรือไม่
การสืบสวนคดีความเท็จในคดีทั่วไปพิพากษาจำคุกไม่เกิน 5 ปี แต่หากพิจารณาในคดีอาญาโทษเพิ่มเป็นคดีสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 -
การอ้างอิงทางวิชาการ
ประมวลกฎหมายอาญา (ประเทศไทย) มาตรา 177. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/ (เข้าถึงเมื่อ 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/"><p>ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา