ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

177เบิกความเท็จต่อศาล

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever gives false testimony in a judicial proceeding before a court, if such false statement is a material point in the case, shall be liable to imprisonment not exceeding five years or a fine not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
If the offence under the first paragraph is committed in a criminal proceeding, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding seven years and a fine not exceeding one hundred and forty thousand Baht.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 177 เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จหลัก องค์ประกอบคือการเบิกความในการพิจารณาคดีต่อศาล ความเท็จของคำเบิกความ และเงื่อนไขว่าความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญในคดี โดยผู้กระทำต้องรู้ว่าคำเบิกความเป็นเท็จ ข้อความที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จ หรือคำเบิกความที่พยานไม่เคยเบิกความจริง ย่อมไม่เข้ามาตรานี้ วรรคสองเพิ่มโทษเมื่อการเบิกความเท็จเกิดในการพิจารณาคดีอาญา และมาตรา 181 เพิ่มโทษอีกเมื่อคดีเกี่ยวกับข้อหาความผิดร้ายแรง ส่วนมาตรา 182 และ 183 ให้ประโยชน์แก่ผู้ที่กลับคำและแจ้งความจริงทัน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ความเสี่ยงเรื่องเบิกความเท็จมีจริงสำหรับพยานทุกคน และหนักกว่าในคดีอาญาถึง 7 ปี คำเบิกความจึงควรถูกต้องในข้อที่เป็นสาระสำคัญ ข้อจำกัดสำคัญสองประการคือความเป็นข้อสำคัญในคดีและการพิสูจน์ความเท็จได้ ข้อความที่ไม่เป็นข้อสำคัญในคดี หรือที่ผู้กล่าวหาพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จ ย่อมลงโทษไม่ได้ และผู้ที่ไม่เคยเบิกความจริงก็ไม่อาจเป็นผู้เบิกความเท็จ พยานที่รู้ตัวว่าเบิกความเท็จอาจกลับคำแจ้งความจริงทันตามมาตรา 182 และ 183 เพื่อไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 1694/2567 (2024)

    เมื่อยังไม่อาจรับฟังได้ว่าข้อความที่เบิกความเป็นเท็จ การเบิกความนั้นย่อมไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177

    จำเลยเบิกความในคดีแพ่งว่าโจทก์กู้ยืมเงินจำเลย 1,000,000 บาท เมื่อยังไม่อาจรับฟังได้ว่าคำเบิกความนั้นเป็นเท็จ ศาลจึงวินิจฉัยว่าการเบิกความของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4111/2566 (2023)

    หากบุคคลไม่เคยยื่นคำเบิกความและไม่เคยเข้าเบิกความต่อศาลในคดีก่อนเลย ย่อมไม่มีประเด็นเรื่องข้อสำคัญในคดี และไม่มีมูลความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยทั้งสองไม่เคยยื่นคำเบิกความและเข้าเบิกความต่อศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมาก่อน จึงไม่มีประเด็นว่าคำเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ และไม่มีมูลเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 333 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4286/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1694/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4129/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4111/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3292/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3054/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 728/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 53/2566 (2023)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ความผิดเรื่องการสืบสวนคดีเท็จตามมาตรา 177 คดีพิสูจน์อะไร

ผู้พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีความโดดเด่นในคดีต่างๆ ต่อศาลคำที่เป็นเท็จเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีนั้นรู้ว่าเป็นเท็จ

หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเท็จถือเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่

ไม่ได้รับการพิสูจน์เคยวินิจฉัยว่าเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าข้อความเป็นเท็จการค้นความข้อความนั้นไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 177

โทษในคดีอาญาเป็นทางเลือกหรือไม่

การสืบสวนคดีความเท็จในคดีทั่วไปพิพากษาจำคุกไม่เกิน 5 ปี แต่หากพิจารณาในคดีอาญาโทษเพิ่มเป็นคดีสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
  • การอ้างอิงทางวิชาการ ประมวลกฎหมายอาญา (ประเทศไทย) มาตรา 177. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/ (เข้าถึงเมื่อ 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/"><p>ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-177/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง