ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

180: นำสืบพยานหลักฐานเท็จ

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever adduces or presents false evidence in a judicial proceeding, if it is evidence on a material point in that case, shall be liable to imprisonment not exceeding three years or a fine not exceeding sixty thousand Baht, or both.
If the offence under the first paragraph is committed in a criminal proceeding, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding seven years and a fine not exceeding one hundred and forty thousand Baht.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 180 เป็นบทคู่ขนานในชั้นศาลของความผิดฐานทำพยานหลักฐานเท็จตามมาตรา 179 คือลงโทษการนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีจริง เมื่อพยานหลักฐานนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี องค์ประกอบคือการนำสืบพยานหลักฐานในศาล ความเท็จ ความเป็นข้อสำคัญในคดี และผู้กระทำรู้ถึงความเท็จ อยู่คู่กับความผิดเบิกความเท็จตามมาตรา 177 แต่ครอบคลุมเอกสารเท็จและพยานหลักฐานอื่น มิใช่เฉพาะคำเบิกความ วรรคสองเพิ่มโทษสำหรับการพิจารณาคดีอาญา และมาตรา 181 เพิ่มโทษอีกเมื่อคดีเกี่ยวกับข้อหาความผิดร้ายแรง มาตรา 183 ให้ประโยชน์เมื่อผู้กระทำกลับแจ้งความจริงก่อนมีคำพิพากษา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คู่ความและที่ปรึกษาควรถือมาตรานี้เป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่าจะผลักดันคดีได้เพียงใด เพราะการนำสืบพยานหลักฐานเท็จในข้อสำคัญเป็นความผิด โทษถึง 7 ปีในคดีอาญา ข้อจำกัดสำคัญสองประการคือพยานหลักฐานต้องเป็นข้อสำคัญในคดี และผู้นำสืบต้องรู้ว่าเป็นเท็จ ศาลเคยวินิจฉัยว่าทนายความที่ทำตามที่ได้รับมอบหมายจากตัวความไม่เป็นความผิด และข้อขัดข้องเรื่องการดำเนินคดีเป็นเรื่องทางแพ่ง คู่ความที่รู้ตัวว่าพยานหลักฐานเป็นเท็จอาจกลับแจ้งความจริงก่อนมีคำพิพากษาตามมาตรา 183 หากถูกกล่าวหาว่านำสืบพยานหลักฐานเท็จ ควรขอคำแนะนำแต่เนิ่น ๆ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 725/2567 (2024)

    ทนายความที่กระทำภายในขอบเขตที่ได้รับมอบหมายในใบแต่งทนายความ ไม่เป็นความผิดฐานนำสืบพยานหลักฐานเท็จตามมาตรา 180 หากฝ่าฝืนความประสงค์ของตัวความก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันทางแพ่ง

    ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทนายความกระทำได้ตามที่โจทก์มอบหมายไว้ในใบแต่งทนายความ หากฝ่าฝืนความประสงค์ของโจทก์และทำให้เสียหายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งทางแพ่ง คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงไม่มีมูลความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีอาญาตามมาตรา 180 วรรคสอง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 123 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4286/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5042/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10452/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 18211/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8902/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 533/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1692/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4766/2533 (1990)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

มาตรา 180 ต่างจากสารคดีความเท็จอย่างไร

ความผิดคือการตรวจสอบความเท็จตามมาตรา 177 คำค้นหาเท็จด้วยวาจาส่วนสำคัญ 180 คือความสามารถในการสืบค้นหลักฐานเท็จ เช่น เอกสารปลอมที่เป็นข้อสำคัญในคดี

ทนายความต้องรับผิดจากไม่จำเป็นต้องสืบค้นที่ตัวความให้มาหรือไม่

ศาลเคยวินิจฉัยว่าทนายความที่มีส่วนภายในขอบเขตที่ตัวความไม่จำเป็นต้องเป็นความผิด และข้อกล่าวหาเรื่องการดำเนินคดีเกี่ยวกับแพ่ง

โทษในคดีอาญาเป็นทางเลือกหรือไม่

กรณีในคดีทั่วไปในศาลสูงสุด 3 ปี แต่อย่างไรก็ตาม สืบพยานหลักฐานเท็จในคดีอาญาโทษเพิ่มเป็นศาลสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 180 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 180. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-180/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 180
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-180/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-180/"><p>ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 180 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-180/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง