ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 170: คำสั่งคดีมีมูลเด็ดขาดและการอุทธรณ์

ตัวบทกฎหมาย

คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

An order of the court that the case has a prima facie basis is final; but as to an order that the case has no prima facie basis, the prosecutor has the power to appeal to the Court of Appeal and the Supreme Court in accordance with the provisions on appeals to the Court of Appeal and the Supreme Court. If the prosecutor so requests, the court may detain the defendant or grant provisional release pending the appeal to the Court of Appeal and the Supreme Court.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้ปิดท้ายลำดับการไต่สวนมูลฟ้องในลักษณะนี้ กำหนดผลด้านการอุทธรณ์ของคำสั่งตามมาตรา ๑๖๗ คือ คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ไม่ได้ ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้ตามหลักทั่วไป ศาลฎีกาวางแนวว่าความเด็ดขาดของคำสั่งว่าคดีมีมูลห้ามคู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้น แต่ไม่ตัดอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะยกฟ้องภายหลังตามมาตรา ๑๘๕ หากตามทางไต่สวนมูลฟ้องการกระทำไม่เป็นความผิด ประโยคท้ายให้ศาลจัดการเรื่องการขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างที่โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งยกฟ้อง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลย คำสั่งว่าคดีมีมูลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องอุทธรณ์ไม่ได้ แนวทางคือต่อสู้คดีในชั้นพิจารณามากกว่าจะโต้แย้งการประทับฟ้อง หากศาลยกฟ้องเพราะไม่มีมูล โจทก์อุทธรณ์ได้ และจำเลยอาจถูกขังหรือได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ พึงสังเกตข้อสำคัญจากแนวคำพิพากษาว่า แม้คดีมีมูลแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังอาจพิพากษายกฟ้องได้หากการกระทำไม่เป็นความผิด ควรปรึกษาทนายความเพื่อชั่งน้ำหนักทางเลือกในชั้นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2567 (2024)

    ความเด็ดขาดของคำสั่งว่าคดีมีมูลตามมาตรา 170 ซึ่งห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ฎีกา หมายถึงเฉพาะคำสั่งนั้นเท่านั้น คู่ความฝ่ายที่ได้รับความเสียหายยังยกขึ้นกล่าวอ้างเรื่องผิดระเบียบได้ และศาลชั้นต้นอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 การคัดค้านเช่นนั้นไม่ทำให้คดีในส่วนอาญาถึงที่สุด

    ในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้อง โจทก์คัดค้านว่าคำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด จำเลยที่ 1 ไม่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าความเด็ดขาดตามมาตรา 170 หมายถึงเฉพาะคำสั่งว่าคดีมีมูลเท่านั้น จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามที่จะยกข้อผิดระเบียบขึ้นกล่าวอ้าง และคดีในส่วนอาญาก็ยังไม่ถึงที่สุด

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2567 (2024)

    แม้มาตรา 170 ทำให้คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งไม่ได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และเห็นว่าการกระทำของจำเลยตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง

    ประเด็นคือศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อหารับของโจรขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาดตามมาตรา 170 คู่ความโต้แย้งไม่ได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องได้ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567 (2024)

    มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ให้โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาเท่านั้น สิทธิอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งยกฟ้องจึงไม่ได้มีในทุกคดีเสมอไป

    สำหรับจำเลยที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูล ศาลฎีกาชี้ว่ามาตรา 170 วรรคหนึ่ง ให้โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าไม่มีมูลได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในศาลแขวงตามกฎหมายจัดตั้ง ทำให้โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ในกรณีนี้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 36 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1714/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 858/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2813/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3377/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5392/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4041/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3629/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1664/2559 (2016)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งว่าคดีมีมูลได้หรือไม่

ไม่ได้ ตามมาตรา 170 คำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ไม่ได้ จำเลยต้องไปต่อสู้คดีในชั้นพิจารณา

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งยกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูลได้หรือไม่

ได้ มาตรา 170 ให้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลตามหลักการอุทธรณ์ฎีกาทั่วไป และศาลอาจขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ฎีกาได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 170 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 170. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 170
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/"><p>คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 170 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง