ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 170: คำสั่งคดีมีมูลเด็ดขาดและการอุทธรณ์
ตัวบทกฎหมาย
คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ปิดท้ายลำดับการไต่สวนมูลฟ้องในลักษณะนี้ กำหนดผลด้านการอุทธรณ์ของคำสั่งตามมาตรา ๑๖๗ คือ คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ไม่ได้ ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้ตามหลักทั่วไป ศาลฎีกาวางแนวว่าความเด็ดขาดของคำสั่งว่าคดีมีมูลห้ามคู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้น แต่ไม่ตัดอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะยกฟ้องภายหลังตามมาตรา ๑๘๕ หากตามทางไต่สวนมูลฟ้องการกระทำไม่เป็นความผิด ประโยคท้ายให้ศาลจัดการเรื่องการขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างที่โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งยกฟ้อง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับจำเลย คำสั่งว่าคดีมีมูลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องอุทธรณ์ไม่ได้ แนวทางคือต่อสู้คดีในชั้นพิจารณามากกว่าจะโต้แย้งการประทับฟ้อง หากศาลยกฟ้องเพราะไม่มีมูล โจทก์อุทธรณ์ได้ และจำเลยอาจถูกขังหรือได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ พึงสังเกตข้อสำคัญจากแนวคำพิพากษาว่า แม้คดีมีมูลแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังอาจพิพากษายกฟ้องได้หากการกระทำไม่เป็นความผิด ควรปรึกษาทนายความเพื่อชั่งน้ำหนักทางเลือกในชั้นนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2567 (2024)
ความเด็ดขาดของคำสั่งว่าคดีมีมูลตามมาตรา 170 ซึ่งห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ฎีกา หมายถึงเฉพาะคำสั่งนั้นเท่านั้น คู่ความฝ่ายที่ได้รับความเสียหายยังยกขึ้นกล่าวอ้างเรื่องผิดระเบียบได้ และศาลชั้นต้นอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 การคัดค้านเช่นนั้นไม่ทำให้คดีในส่วนอาญาถึงที่สุด
ในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องความผิดฐานฉ้อโกง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้อง โจทก์คัดค้านว่าคำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด จำเลยที่ 1 ไม่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าความเด็ดขาดตามมาตรา 170 หมายถึงเฉพาะคำสั่งว่าคดีมีมูลเท่านั้น จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามที่จะยกข้อผิดระเบียบขึ้นกล่าวอ้าง และคดีในส่วนอาญาก็ยังไม่ถึงที่สุด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2567 (2024)
แม้มาตรา 170 ทำให้คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งไม่ได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และเห็นว่าการกระทำของจำเลยตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง
ประเด็นคือศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อหารับของโจรขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้คำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาดตามมาตรา 170 คู่ความโต้แย้งไม่ได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องได้ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567 (2024)
มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ให้โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาเท่านั้น สิทธิอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งยกฟ้องจึงไม่ได้มีในทุกคดีเสมอไป
สำหรับจำเลยที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูล ศาลฎีกาชี้ว่ามาตรา 170 วรรคหนึ่ง ให้โจทก์อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าไม่มีมูลได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในศาลแขวงตามกฎหมายจัดตั้ง ทำให้โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ในกรณีนี้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 36 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1714/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 858/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2813/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3377/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5392/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4041/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3629/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1664/2559 (2016)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 83 16
- ป.อ. มาตรา 91 12
- ป.อ. มาตรา 264 9
- ป.อ. มาตรา 268 8
- ป.อ. มาตรา 90 6
- ป.อ. มาตรา 265 6
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งว่าคดีมีมูลได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 170 คำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด คู่ความอุทธรณ์ไม่ได้ จำเลยต้องไปต่อสู้คดีในชั้นพิจารณา
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งยกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูลได้หรือไม่
ได้ มาตรา 170 ให้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลตามหลักการอุทธรณ์ฎีกาทั่วไป และศาลอาจขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ฎีกาได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 170. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 170 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/"><p>คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกาถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกาก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-170/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา