เรียง 172 ทวิ: การพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลย
คนบทกฎหมาย
การพิจารณาที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา ๑๗๒ วรรค ๒ แล้วจึงจะเห็นศาลเห็นว่าจะทำให้การพิจารณาเป็นไปโดยไม่ชักช้าศาลการพิจารณาและสืบย้อนฟังเบื้องหลังจำเลยได้ในกรณีที่มีการพิจารณา...
(๑) ในคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเพียงสิบปีเท่านั้นที่ระบบสุริยะปรับด้วยหรือไม่หรือในคดีมีโทษปรับสถานเดียวเท่านั้นจำเลยมีทนายและจำเลยจากศาลที่จะไม่มาฟังและสืบค้นอีกครั้ง
(๒) ในคดีที่มีจำเลยหลายคนในประตูศาลพิพากษาตามคำแถลงของโจทก์ว่าสัญญาณเตือนและสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ไม่เกี่ยวข้องกับแก่จำเลยคนใด ๆ ศาลจะพิจารณาและสืบค้นข่าวลับหลังจำเลยก็ได้ก็ได้
(๓) ในคดีที่มีจำเลยหลายคนประดาศาลเห็นสมควรจะพิจารณาและสืบค้นจำเลยหนึ่งลับหลังจำเลยคนอื่นก็ได้
(4) จำเลยไม่ได้มาฟังเป็นเวลานานและสืบเนื่องได้เนื่องจากความเจ็บป่วยที่เป็นสาเหตุที่จำเป็นและมิอาจก้าวไปได้อีก
อย่าลืมเลยมีทนายความและจำเลยจากศาลที่จะไม่มาฟังและสืบเรื่องราว
(๕) เป็นเวลานานและสืบเนื่องในกรณีศาลมีคำสั่งให้จำเลยจากห้องพิจารณาเพราะเหตุฉุกเฉินหรือจำเลยจากห้องพิจารณาโดยที่ศาลมีคำสั่งในคดีที่ศาลพิจารณาและสืบค้นตาม
(จุ๊บ) หรือ
(๓) ลับหลังจำเลยคนใดที่อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องมีความสำคัญใด ๆ ตรวจสอบมิให้ศาลรับฟังสาเหตุหลักที่เป็นผลสืบเนื่องที่เป็นผลลับหลังนั้นเป็นผลที่เป็นผลเสียหายแก่จำเลยเป็นมาตราส่วน
๑๗๒ทวิ/๑ เห็นว่าศาลสามารถดำเนินการตามมาตรา
๑๗๒วรรคสองต่อไปเมื่อเห็นว่าศาลเห็นว่าจำเลยหรือไม่มาฟัง ฟังและสืบเนื่องโดยไม่มีเหตุผลอันเนื่องมาจากการ
ให้อนุสาวรีย์ออกหมายจับจำเลยหากไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในสามเดือนนับแต่วันออกหมายจับที่อนุสาวรีย์เห็นเป็นผลให้เกิดประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะให้ความบันเทิงเป็นไปโดยไม่ชักช้า
และจำเลยมีทนายความเพื่อให้ศาลพิจารณาการพิจารณาและสืบคดีลับหลังจำเลยได้และเมื่อศาลพิจารณาคดีศาล
ให้ศาลมีคำพิพากษาในคดีนั้นต่อไปและต่อเนื่องและสืบต่อไปตามวรรคหนึ่งต้องใช่คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรือคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกตรวจสอบต่อศาลมาตรา
๑๗๒ทวิ/๒ ในคดีที่จำเลยเป็นที่แพร่หลายที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา
๑๗ ๒ วรรคสองต่อไป สารคดีสามารถออกหมายจับผู้จัดการหรือเรื่องราวของการวิจารณ์นั้นแล้ว
ความสามารถในการจับตัวมาไม่ได้ภายในสามเดือนนับแต่วันออกหมายจับความหลากหลายของการตรวจสอบมาดำเนินการแทนนั้นได้
เมื่อศาลเห็นเป็นผลให้เกิดประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะให้มาเป็นไปโดยไม่ต้องชักช้า
ให้ศาลพิจารณาพิจารณาและสืบพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้และเมื่อศาลพิจารณาคดีเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาในคดีนั้นต่อไป
คำแปลภาษาไทย
หลังจากที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา 172 วรรคสองแล้ว เมื่อศาลเห็นว่าเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการดำเนินคดี ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานโดยที่จำเลยไม่อยู่ในศาลในกรณีต่อไปนี้: (1) ในคดีที่มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินสิบปี ไม่ว่าจะมีโทษปรับหรือไม่ หรือคดีที่มีโทษปรับเพียงอย่างเดียว โดยที่จำเลยมีทนายความและศาลอนุญาตให้ไม่ต้องมาศาลเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐาน; (2) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน หากศาลพึงพอใจตามคำแถลงของอัยการว่าการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานที่อัยการร้องขอไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ศาลอาจพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานโดยที่จำเลยคนนั้นไม่อยู่ในศาล; (3) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน หากศาลเห็นว่าเหมาะสม ศาลอาจพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยคนใดคนหนึ่งโดยที่จำเลยคนอื่นไม่อยู่ในศาล (4) จำเลยไม่สามารถมาศาลเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานเนื่องจากเจ็บป่วยหรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่จำเลยมีทนายความและศาลอนุญาตให้ไม่ต้องมาศาลเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐาน (5) ในระหว่างการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐาน ศาลสั่งให้จำเลยออกจากห้องพิจารณาคดีเนื่องจากขัดขวางการดำเนินคดี หรือจำเลยออกจากห้องพิจารณาคดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ในกรณีที่พิจารณาและไต่สวนตาม (2) หรือ (3) โดยไม่มีจำเลยอยู่ด้วย ไม่ว่ากรณีใด ศาลจะไม่รับพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานที่กระทำโดยไม่มีจำเลยอยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อจำเลยนั้น มาตรา 172 บิส/1: หลังจากที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา 172 วรรคสองแล้ว เมื่อศาลพิจารณาว่าจำเลยหลบหนีหรือไม่ได้มาศาลเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานโดยไม่มีเหตุอันควร ศาลจะออกหมายจับจำเลย หากไม่สามารถจับกุมตัวจำเลยได้ภายในสามเดือนนับจากวันที่ออกหมายจับ เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินต่อไปโดยไม่ล่าช้า และจำเลยมีทนายความ ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานในกรณีที่จำเลยไม่อยู่ในศาล และเมื่อการพิจารณาคดีเสร็จสิ้น ศาลจะพิพากษาคดี การพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งต้องไม่ใช่คดีที่มีโทษประหารชีวิต หรือคดีที่จำเลยมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีในวันที่ยื่นฟ้องต่อศาล มาตรา 172 วรรคสอง: ในกรณีที่จำเลยเป็นนิติบุคคล หลังจากที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา 172 วรรคสองแล้ว หากศาลได้ออกหมายจับผู้จัดการหรือตัวแทนของนิติบุคคลนั้น แต่บุคคลดังกล่าวไม่ปรากฏตัวภายในสามเดือนนับจากวันที่ออกหมายจับ และไม่มีตัวแทนอื่นใดของนิติบุคคลนั้นสามารถกระทำการแทนได้ เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินต่อไปโดยไม่ล่าช้า ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานในกรณีที่จำเลยไม่อยู่ในศาล และเมื่อพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจะพิพากษาคดีนั้น.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้อยู่ในลักษณะว่าด้วยเหตุนี้เป็นหลักสำหรับหลักตามมาตรา ๑๗๒ การพิจารณาโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลยต่อเมื่อได้สอบคำให้การตามวรรคสองแล้ว และกำหนดกรณีไว้เป็นเฉพาะคดีไม่มีระบบสูงที่จำเลยมีทนายและความยุติธรรมไม่มาศาล สาเหตุของการเฉพาะจำเลยบางคนและการให้จากห้องพิจารณาเพราะการพิจารณาโดยรับฟังการลับหลังตาม (๒) หรือ (๓) เป็นผลเสียแก่จำเลยส่วน ๑๗๒ ทวิ/๑๑ และ ๑๗๗๒ ทวิ/๒๒ ที่เพิ่มโดยเหตุที่ทำให้ศาลดำเนินการลับหลังได้เมื่อจำเลยหรืออาจทำให้จับไม่ได้ภายในสามเดือนโดยจำเลยต้องมีทนายและมิใช่คดีโทษประหารหรือคดีเยาวชนศาลฎีกาย้ำว่าหากศาลถือว่าจำเลยเลยและออกหมายจับแล้วย่อมจะถือว่าจำเลยเพียงไม่มาศาลและดำเนินการพิจารณาคดีลับหลังนอกกรอบบทส่วนใหญ่
ความสำคัญต่อ
จำเลยที่มีทนายในคดีไม่สูงมักจะไม่มาศาลซึ่งช่วยในเรื่องแต่รูปแบบต้องมาจากกระจกและต้องเข้าเงื่อนไขจำเลยเพื่อดูการสังเกตหรือเดินจากห้องที่อาจดำเนินการต่อโดยไม่มีการเกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้ถูกออกหมายจับและหลังสามเดือนพิจารณาลับหลังได้ในกรณีที่นายบทคุ้มครองกรณีไม่พิจารณาคดีประหารหรือคดีเยาวชนโดยเฉพาะบทที่ละเอียดและการพิจารณาการไม่มาศาลเป็นหลักปรึกษาทนายความก่อนขาดการพิจารณาใด ๆ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 15147/2551 (2008)
ฟังและสืบฟังต้องทำโดยทันทีจำเลยตามมาตรา 172 วรรคหนึ่งและเมื่ออนุสาวรีย์เห็นจึงจะจำเลยไม่มาและดำเนินการลับหลังได้ภายในกรณีตามมาตรา 172 ทวิ.... คดีพิพากษาในอย่างสูงไม่เกินสิบปีที่จำเลยมีทนายและฟังไม่มาฟัง
ศาลฎีกาสามารถตรวจสอบได้และสืบเนื่องไม่ว่ากรณีใดก็ตามโจทก์หรือจำเลยต้องทำโดยเปิดเผยโดยตรงจำเลยตามมาตรา 172 วรรคหนึ่งและมาตรา 172 ทวิให้ศาลดำเนินการลับหลังจำเลยได้เฉพาะกรณีที่ระบุไว้โดยยกอนุมาตรา (1) เรื่องคดีอัตราอาหารค่ำอย่างสูงไม่เกินสิบปี
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7561/2542 (1999)
เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีพฤติมักจะพบว่าและออกหมายจับแล้วศาลมักจะดำเนินการพิจารณาอย่างใดลับหลังจำเลยได้อีกการถือว่าจำเลยไม่เชื่อใจสืบค้นและหมดตำนานเลยจึงไม่ชอบเลย
จำเลยไม่มาศาลในเวลานัดสืบค้นจำเลยโดยไม่ต้องแจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีพฤติบ่อยครั้งและออกหมายจับศาลฎีกามองว่าจะเป็นไปตามคำสั่งของสาธารณชนแล้วศาลสามารถดำเนินการขั้นตอนการพิจารณาลับหลังจำเลยต่อไปโดยถือว่าจำเลยใจไม่สามารถสืบค้นและฟังคำพิพากษาได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 35/2536 (1993)
ตามมาตรา 172 อาจและสืบค้นกรณีในศาลต้องทำโดยเปิดเผยโดยตรงจำเลยที่กล่าวถึงการอ้างอิงไว้เป็นหลักหมายถึงเช่นกรณีตามมาตรา 172 ทวิคำความความในชั้นสอบสวนสวนมูลฟ้องถือเป็นคำค้นความในชั้นพิจารณา
ศาลฎีกาเห็นตามมาตรา 172 ฟังดูและสืบค้นได้ในการตรวจสอบโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย รองรับการจัดเก็บข้อมูลเป็น....ตามมาตรา 172 ทวิต้องใช้คำเบิกความและเอกสารที่มีอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมิใช่ชั้นพิจารณาศาลยุติธรรมไม่รับฟังจึงชอบแล้ว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2515 ถึง 2551)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 208/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 651/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7561/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 898/2515 (1972)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15147/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 35/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1573/2521 (1978)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- 172 7
- ป.อ. มาตรา 83 5
- 195 4
- 225 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
คดีอาญาดำเนินไปโดยไม่ต้องจำเลยก็ได้
ได้กรณีจำกัดตามมาตรา 172 ทวิ เช่น คดีดาราศาสตร์ไม่สูงที่จำเลยมีทนายและผลกระทบไม่มาศาลในห้องโดยสารเฉพาะจำเลยบางคนหรือการปล่อยออกจากห้องเพราะเหตุใดระบบอัยการแต่การพิจารณาคดีหรือคดีเยาวชนไม่ได้
จำได้เลยระหว่างการพิจารณาจะเป็นเรื่องสำคัญ
ตามมาตรา 172 ทวิ/1 ศาลจะออกหมายจับ และหากจับไม่ได้ภายในสามเดือน ศาลอาจพิจารณาลับหลังและคำพิพากษาได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมหากจำเลยมีทนายศาลพิพากษาคดีประหารหรือคดีเยาวชน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 172/2 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 172/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172-2/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 172/2 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172-2/"><p>ภายหลังที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา ๑๗๒ วรรค ๒ แล้ว เมื่อศาลเห็นเป็นการสมควร เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาเป็นไปโดยไม่ชักช้า ศาลมีอำนาจพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ในคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปี จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อจำเลยมีทนายและจำเลยได้รับอนุญาตจากศาลที่จะไม่มาฟังการพิจารณาและการสืบพยาน (๒) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลพอใจตามคำแถลงของโจทก์ว่าการพิจารณาและการสืบพยานตามที่โจทก์ขอให้กระทำไม่เกี่ยวแก่จำเลยคนใด ศาลจะพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยคนนั้นก็ได้ (๓) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลเห็นสมควรจะพิจารณาและสืบพยานจำเลยคนหนึ่ง ๆ ลับหลังจำเลยคนอื่นก็ได้ (๔) จำเลยไม่อาจมาฟังการพิจารณาและสืบพยานได้เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ เมื่อจำเลยมีทนายความและจำเลยได้รับอนุญาตจากศาลที่จะไม่มาฟังการพิจารณาและสืบพยาน (๕) ในระหว่างการพิจารณาและสืบพยาน ศาลมีคำสั่งให้จำเลยออกจากห้องพิจารณาเพราะเหตุขัดขวางการพิจารณา หรือจำเลยออกจากห้องพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลในคดีที่ศาลพิจารณาและสืบพยานตาม (๒) หรือ (๓) ลับหลังจำเลยคนใด ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ห้ามมิให้ศาลรับฟังการพิจารณา และการสืบพยาน ที่กระทำลับหลังนั้นเป็นผลเสียหายแก่จำเลยคนนั้นมาตรา ๑๗๒ ทวิ/๑ ภายหลังที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา ๑๗๒ วรรคสอง แล้ว เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยหลบหนีหรือไม่มาฟังการพิจารณาและสืบพยานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ศาลออกหมายจับจำเลย…</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 172/2 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา