กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

172: การพิจารณาโดยเปิดเผยและการสอบคำให้การ

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2551

คนบทกฎหมาย

ฟังและสืบฟังในศาลไม่ได้ทำโดยเปิดเผยโดยตรงจำเลยตามคำสั่งไว้เป็นเมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้วและจัตุรัสสาธารณะเป็นจำเลยจริงให้อ่านและอธิบายให้จำเลยฟังและถามได้ว่าเป็นความผิดหรือจริง จะให้การสู้รบกับคำให้การของจำเลยให้จดไว้คราวจำจำเลยไม่ยอมให้ระบบนั้นให้ศาลจดรายงานไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไปในการสืบค้นต่อไปได้พิณาถึงการเมืองประจำปีของระบบสุขภาพอนามัย ภาวะแห่งจิตของฟังหรือฟังความกลัวที่เกิดเหตุมีต่อจำเลยแล้วจะสามารถคาดเดาได้โดยไม่จำเป็นต้องดูที่หน้าจำเลยก็ได้โดยใช้ระบบควบคุมหรืออื่นๆตามที่กำหนดในองค์ประกอบของประธานศาลฎีกาและจะให้สอบถามผ่านนักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์หรือผู้ดูแลที่น่าเชื่อถือด้วยหรือในการสืบค้นในการตรวจสอบคำค้นคว้าความวิจัยวิธีการตรวจสอบลงในวัตถุดิบ วิธีการและเงื่อนไขในการพิจารณาของประธานศาลฎีกาสามารถพิจารณาของประธานศาลฎีกาตามวรรคสามและวรรคสี่ เมื่อได้รับชอบจากที่มาของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

คำแปลภาษาไทย

การพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานในศาลจะต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยต่อหน้าจำเลย เว้นแต่จะมีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น เมื่ออัยการหรือทนายความของอัยการและจำเลยอยู่ต่อหน้าศาล และศาลเชื่อว่าบุคคลนั้นคือจำเลย ศาลจะต้องอ่านและอธิบายข้อกล่าวหาให้จำเลยฟัง และถามจำเลยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ และจำเลยจะโต้แย้งอย่างไร ศาลจะต้องบันทึกคำให้การของจำเลย หากจำเลยปฏิเสธที่จะให้การ ศาลจะต้องบันทึกคำให้การนั้นไว้และดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ในการรับฟังพยานหลักฐาน โดยคำนึงถึงเพศ อายุ สถานภาพ สุขภาพ สภาพจิตใจของพยาน หรือความกลัวที่พยานมีต่อจำเลย ศาลอาจดำเนินการเพื่อให้พยานไม่เผชิญหน้ากับจำเลยโดยตรง ซึ่งอาจทำได้โดยใช้โทรทัศน์วงจรปิด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใดที่กำหนดไว้ในระเบียบของประธานศาลฎีกา และการซักถามอาจดำเนินการผ่านนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลอื่นที่พยานไว้วางใจ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน คำให้การของพยานจะต้องบันทึกไว้ในสื่อที่สามารถสร้างภาพและเสียงได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะต้องใช้บันทึกดังกล่าวประกอบการพิจารณาคดี โดยเป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบของประธานศาลฎีกา ระเบียบของประธานศาลฎีกาในวรรคสามและสี่ เมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทดูเหมือนว่าจะมีลักษณะของลักษณะว่าด้วยรูปลักษณ์หลักสามประการเป็นหลักคือสามารถตรวจสอบโดยเปิดเผยจำเลยคำให้การ (อ่านและอธิบายการตรวจสอบและสอบถามคำให้การ) และส่วนการสืบค้นในศูนย์กลาง คราสสองเรื่องเสียงคำให้การศาลฎีกาทำหน้าที่บังคับศาลต้องอ่านและอธิบายการพิจารณาคำถามคำให้การจดคำให้การ และหากจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้รายงานแล้วดำเนินการต่อไป ประเด็นที่เพิ่มโดยที่กล่าวต่อไปสืบเสาะโดยไม่ต้องผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิดสื่อหรือศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือต่อไป และให้บันทึกคำเบิกความเป็นภาพที่ต้องการในชั้นหนังสือรับรองฎีกาตามส่วนต่างๆ ของประธานศาลฎีกาและเชื่อมไปยังมาตรา ๑๗๒ ทวิเรื่องที่ลับหลังจำเลยซึ่งสามารถทำได้หลังฟังคำให้การตามวรรคสองแล้ว

ความสำคัญต่อ

จำเลยตรวจสอบคำให้เป็นจุดชี้ขาดศาลต้องอ่านและอธิบายความเป็นมาและจดคำให้การสอบสวนและขั้นตอนนี้เป็นส่วนสำคัญที่อาจทำให้ต้องสคอคคำให้การได้ในชั้นนี้และรับรู้สารภาพหรือปฏิเสธ ชี้แนะทิศทางทั้งคดีจำเลยจึงควรเข้าใจจุดแข็งให้ครบก่อนตอบในการตรวจสอบและเด็กอาจตรวจสอบความได้โดยไม่สำรวจหน้าจำเลยโดยตรงตรวจสอบคำความสารคดีชั้นสูงที่ผู้มีอำนาจสอบคำให้การย้อนควรเข้าใจประเด็นก่อนโดยที่ปรึกษาทนายความได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 8858/2559 (2016)

    ตามมาตรา 172 วรรคสองเมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ตรงหน้ากระจกและหินอ่อนเป็นจำเลยจริง กระจกหน้าแรกอ่านและอธิบายให้จำเลยฟังไม่ว่าคำให้การจดคำให้การ และหากจำเลย ไม่ยอมให้ก็จดรายงานแล้วดำเนินการต่อไป

    ศาลฎีกาได้ยกบทมาตรา 172 วรรคสองและความถี่ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายการประชุมให้จำเลยฟังและถามจำเลยส่วนที่ผิดจริงหรือเหตุผลดังกล่าวในเรื่องดังกล่าวตามปกติซึ่งศาลยุติธรรมยกขึ้นวินิจฉัยเองตามมาตรา 195 วรรคสอง

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 10073/2558 (2015)

    ส่วน 172 วรรคสองหน้าที่ให้ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายให้จำเลยฟังและสอบคำให้การก่อนการดำเนินการต่อไป ข้อบกพร่องในขั้นตอนนี้ส่งผลต่อการพิจารณาของกระบวนพิจารณา

    ในการดำเนินการยกเซอร์เคิลมีไว้เพื่อจำหน่ายศาลฎีกาได้ยกบทมาตรา 172 วรรคสองทั้งข้อและย้ำว่าศาลชั้นต้นต้องอ่านและอธิบายประวัติและถามจำเลยที่จะต่อสู้อย่างไรจดคำให้การ และหากไม่ให้จดไว้ก่อนดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 54 คดี (พ.ศ. 2487 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8858/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10073/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1351/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 801/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6007/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3865/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12193/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1898/2554 (2011)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

กระจกต้องอ่านและอธิบายการประชุมก่อนสอบคำให้การหรือไม่

ส่วนมาตรา 172 วรรคสองคอนโซลเมื่อถึงเวลาจำเลยจริง อ่านและอธิบายและถามคำให้การแล้วจดคำให้การไว้ศาลฎีกาอย่างเป็นทางการทำหน้าที่บังคับ

ก็สามารถประสบกับหน้าจำได้เลยนั่นเอง

ได้ตามมาตรา 172 เมื่อพิธาอายุสุขภาพสุขภาพ ภาวะจิตหรือความเกรงกลัวที่คำสั่งมีต่อจำเลย ศาลอาจใช้โทรทัศน์วงจรปิดสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือบุคคลที่ไว้วางใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบหน้าจำเลยโดยตรง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 172 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 172. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 172
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172/"><p>ฟังและสืบฟังในศาลไม่ได้ทำโดยเปิดเผยโดยตรงจำเลยตามคำสั่งไว้เป็นเมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้วและจัตุรัสสาธารณะเป็นจำเลยจริงให้อ่านและอธิบายให้จำเลยฟังและถามได้ว่าเป็นความผิดหรือจริง จะให้การสู้รบกับคำให้การของจำเลยให้จดไว้คราวจำจำเลยไม่ยอมให้ระบบนั้นให้ศาลจดรายงานไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไปในการสืบค้นต่อไปได้พิณาถึงการเมืองประจำปีของระบบสุขภาพอนามัย ภาวะแห่งจิตของฟังหรือฟังความกลัวที่เกิดเหตุมีต่อจำเลยแล้วจะสามารถคาดเดาได้โดยไม่จำเป็นต้องดูที่หน้าจำเลยก็ได้โดยใช้ระบบควบคุมหรืออื่นๆตามที่กำหนดในองค์ประกอบของประธานศาลฎีกาและจะให้สอบถามผ่านนักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์หรือผู้ดูแลที่น่าเชื่อถือด้วยหรือในการสืบค้นในการตรวจสอบคำค้นคว้าความวิจัยวิธีการตรวจสอบลงในวัตถุดิบ วิธีการและเงื่อนไขในการพิจารณาของประธานศาลฎีกาสามารถพิจารณาของประธานศาลฎีกาตามวรรคสามและวรรคสี่ เมื่อได้รับชอบจากที่มาของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 172 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-172/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง