ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
185 — การยกฟ้องหรือลงโทษจำเลย
คนบทกฎหมาย
ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษแก่จำเลยตามความผิดแต่เมื่อเห็นสมควรจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
คำแปลภาษาไทย
If the court is of the opinion that the defendant did not commit the offence, or that the defendant's act is not an offence, or that the case is barred by prescription, or that there is a ground in law on which the defendant should not be punished, the court shall dismiss the charge and release the defendant; but the court may order the defendant detained or grant provisional release while the case is not yet final. When the court is of the opinion that the defendant has committed the offence and there is no exemption from punishment under the law, the court shall impose a penalty on the defendant according to the offence; but when it thinks fit, the court may grant provisional release of the defendant while the case is not yet final.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 185 ระบุผลของการพิจารณาคดีอาญาในลักษณะ 3 คำพิพากษาและคำสั่ง คือ ยกฟ้องหรือลงโทษ โดยแจกแจงเหตุยกฟ้อง ได้แก่ จำเลยมิได้กระทำ การกระทำไม่เป็นความผิด คดีขาดอายุความ หรือมีเหตุตามกฎหมายที่ไม่ต้องรับโทษ และยืนยันว่าผลทั้งสองอาจมีคำสั่งเรื่องขังหรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดได้ วรรคหนึ่งถือเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกขึ้นเองได้ เช่น การกระทำที่เลิกเป็นความผิด หรือข้อหาที่พิสูจน์ไม่ได้ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ วรรคสองเรื่องลงโทษตามสมควรทำงานร่วมกับมาตรา 215 และ 225 ให้ศาลสูงทบทวนความเหมาะสมของโทษได้
ความสำคัญต่อ
มาตรานี้เป็นจุดชี้ชะตาจำเลย และเหตุยกฟ้องกว้างพอที่จะรวมทั้งความบริสุทธิ์ในข้อเท็จจริงและข้อต่อสู้ทางกฎหมาย เช่น คดีขาดอายุความ หรือการกระทำที่ไม่เป็นความผิด ที่สำคัญ ศาลอุทธรณ์อาจยกฟ้องด้วยเหตุเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยเหล่านี้ได้แม้จำเลยมิได้ยกขึ้น และทบทวนความเหมาะสมของโทษได้ อุทธรณ์ที่มีเหตุผลดีจึงอาจได้ผลเกินประเด็นที่ยกขึ้น เนื่องจากทั้งยกฟ้องและลงโทษอาจมาพร้อมการปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ถูกลงโทษควรรีบขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ควรปรึกษาโอกาสของคดีก่อนอุทธรณ์
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 1546/2568 (2025)
เหตุยกฟ้องตามกฎหมายในมาตรา 185 วรรคหนึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนข้อหาชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ จึงมีเหตุยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 215 เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2567 (2024)
เมื่อการกระทำเลิกเป็นความผิดแล้ว ศาลอุทธรณ์อาจพิพากษายกฟ้องเองได้ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 195 วรรคสอง อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยในอำนาจทั่วไป
การกระทำเกี่ยวกับกัญชาเลิกเป็นความผิดแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องในข้อหาผลิตและมีไว้ในครอบครองได้ อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง และมาตรา 195 วรรคสอง โดยไม่ขัดต่อกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568 (2025)
เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจตามมาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 ที่จะพิจารณาว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยเหมาะสมหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ย่อมมีอำนาจพิจารณาว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยเหมาะสมหรือไม่ ตามมาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 และได้พิจารณาการกำหนดโทษในความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์บนหลักดังกล่าว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ศาลยกฟ้องคดีอาญาด้วยเหตุใดได้บ้าง
ตามมาตรา 185 หากจำเลยมิได้กระทำผิด การกระทำไม่เป็นความผิด คดีขาดอายุความ หรือมีเหตุตามกฎหมายที่ไม่ต้องรับโทษ ศาลให้ยกฟ้องและปล่อยจำเลย
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องด้วยเหตุที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นได้หรือไม่
ได้ เหตุตามมาตรา 185 วรรคหนึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เช่น กรณีการกระทำที่เลิกเป็นความผิด