ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

215 — การนำวิธีพิจารณาศาลชั้นต้นมาใช้ในชั้นอุทธรณ์

คนบทกฎหมาย

นอกจากที่บัญญัติมาแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นมาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม

คำแปลภาษาไทย

Besides what has already been provided, the provisions concerning the trial and concerning the judgments and orders of the Court of First Instance shall also apply mutatis mutandis at the appeal court level.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัตินี้เป็นบทอุดช่องว่างในชั้นอุทธรณ์เกี่ยวกับการพิจารณา การทำคำพิพากษาและคำสั่ง โดยไม่บัญญัติซ้ำ แต่ให้นำหลักเกณฑ์ของศาลชั้นต้นมาใช้ ทำให้มาตรา 185 มาตรา 186 มาตรา 192 และมาตรา 195 มีผลใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์ผ่านมาตรานี้ และมาตรา 225 ได้ขยายหลักเกณฑ์เดียวกันไปยังชั้นฎีกา ทำให้ทั้งสามชั้นศาลใช้แกนวิธีพิจารณาชุดเดียวกัน

ความสำคัญต่อ

สำหรับคู่ความ หมายความว่าหลักประกันและข้อกำหนดที่ใช้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น เช่น การที่ศาลยกปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นเองได้ หรือการที่ต้องวินิจฉัยเรื่องริบของกลาง ย่อมนำมาใช้ในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วย และเป็นเหตุผลที่คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์มักอ้างมาตราของศาลชั้นต้นประกอบมาตรา 215

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568 (2025)

    เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยเหมาะสมหรือไม่ ตามมาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225

    จำเลยมีความผิดหลายกรรม รวมถึงการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นชำระค่าสินค้าโดยมิชอบ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ แต่ยืนยันว่ามีอำนาจพิจารณาความเหมาะสมของโทษได้ ตามมาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 7491/2568 (2025)

    แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ก็ยังต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับของกลางที่โจทก์ขอให้ริบ ตามมาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 215 การไม่วินิจฉัยเรื่องของกลางจึงเป็นการไม่ชอบ

    ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องแต่ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องริบอาวุธปืนของกลาง ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่วินิจฉัยเรื่องของกลางตามมาตรา 186 (9) ใช้ในชั้นอุทธรณ์ผ่านมาตรา 215 และให้ริบอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32

  3. คำพิพากษาฎีกาที่ 1546/2568 (2025)

    ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามมาตรา 185 วรรคหนึ่ง และมาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215

    โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน จึงไม่มีพยานหลักฐานลงโทษฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ศาลฎีกายืนยันว่าศาลอุทธรณ์ยกปัญหาความสงบเรียบร้อยนี้ขึ้นวินิจฉัยเองได้ผ่านมาตรา 215 แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

มาตรา 215 มีผลอย่างไร

เป็นการนำหลักเกณฑ์การพิจารณา การทำคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นมาใช้ในชั้นศาลอุทธรณ์โดยอนุโลม เพื่อไม่ต้องบัญญัติวิธีพิจารณาซ้ำอีก

ศาลอุทธรณ์ยกข้อกฎหมายที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ขึ้นวินิจฉัยได้หรือไม่

ได้ โดยผ่านมาตรา 215 ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจยกปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ปรับใช้มาตรา 195 ประกอบมาตรา 215

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น