ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 193 ตรี: การรับรองให้อุทธรณ์คดีที่ต้องห้าม
ตัวบทกฎหมาย
ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๙๓ ทวิ
ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นพิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์หรืออธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายลงลายมือชื่อรับรองในอุทธรณ์ว่า
มีเหตุอันควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป
คำแปลภาษาอังกฤษ
In a case in which an appeal is prohibited under Section 193 bis, if any judge who tried the case or signed the judgment, or who wrote a dissenting opinion, in the Court of First Instance considers that the matter adjudged is an important question that ought to be submitted to the Court of Appeal and grants leave to appeal, or if the Director-General of the Public Prosecution Department, or a public prosecutor to whom the Director-General has delegated the power, signs a certification in the appeal that there is good cause for the Court of Appeal to decide it, then such appeal shall be accepted for further consideration.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 193 ตรี เป็นช่องระบายของข้อห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 193 ทวิ โดยเปิดช่องทางการรับรองเมื่อคดีโทษเบายังมีปัญหาที่ควรได้รับการทบทวนในชั้นอุทธรณ์ ผู้ที่จะเปิดช่องทางนี้ได้มีเฉพาะ ผู้พิพากษาที่พิจารณา ลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น หรืออธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมาย ผู้พิพากษาที่รับรองต้องเกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่มิได้พิจารณาหรือลงชื่อในคดีนั้นอนุญาตไม่ได้ และการยื่นต่อบุคคลที่ไม่ถูกต้องไม่มีผล บทบัญญัตินี้มักมีปัญหาในศาลเยาวชนและศาลแขวง ที่คู่ความเข้าใจผิดไปขอรับรองจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือเจ้าพนักงานที่มาตรานี้มิได้ระบุ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของท่านต้องห้ามในคดีโทษเบา มาตรานี้คือทางสำรอง แต่ต้องยื่นต่อบุคคลที่ถูกต้อง คือผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคดีของท่าน (หรือทำความเห็นแย้ง) ไม่ใช่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล หรืออธิบดีกรมอัยการผ่านพนักงานอัยการ การทำผิดข้อนี้เป็นเรื่องร้ายแรง เพราะการอนุญาตโดยผู้พิพากษาที่ไม่มีอำนาจย่อมเสียเปล่าและอุทธรณ์จะถูกยก แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับไว้ในตอนแรก ให้ระวังกำหนดสิบห้าวันและหนึ่งเดือนที่ยังใช้กับการยื่นด้วย ขั้นตอนนี้เป็นงานเทคนิคที่ทนายความช่วยได้คุ้มค่า ควรพิจารณาปรึกษาทนายไทยแบบมีค่าบริการก่อนขอรับรอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2560 (2017)
การอนุญาตให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีที่ต้องห้ามต้องมาจากผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษา การขอต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลโดยไม่ให้ผู้พิพากษาที่ลงชื่อเป็นผู้อนุญาต ไม่ชอบด้วยมาตรา 193 ตรี
ในคดีเยาวชนที่ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามมาตรา 193 ทวิ จำเลยขอให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวอนุญาตให้อุทธรณ์แทนผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ชอบและขัดต่อมาตรา 193 ตรี แม้จะพิจารณาลดผลในเนื้อหาให้เนื่องจากจำเลยเป็นผู้เยาว์และพฤติการณ์แห่งคดี
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9648/2559 (2016)
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่มิได้พิจารณา ลงชื่อ หรือทำความเห็นแย้งในคดี ย่อมอนุญาตให้อุทธรณ์ตามมาตรา 193 ตรี ไม่ได้ การรับอุทธรณ์เช่นนั้นจึงไม่ชอบและเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นได้
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวไม่ใช่ผู้พิพากษาที่พิจารณา ลงชื่อ หรือทำความเห็นแย้งในคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงอนุญาตให้อุทธรณ์ตามมาตรา 193 ตรี ไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยจึงไม่ชอบ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นได้เองตามมาตรา 195 วรรคสอง และ 225
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 27 คดี (พ.ศ. 2521 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 413/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4280/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12008/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3096/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3170/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1070/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 659/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2154/2540 (1997)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 193 ทวิ 19
- ป.อ. มาตรา 83 12
- ป.อ. มาตรา 91 10
- ป.อ. มาตรา 295 6
- มาตรา 225 5
- ป.อ. มาตรา 90 5
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จะอุทธรณ์คดีโทษเบาที่ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้อย่างไร
ตามมาตรา 193 ตรี ผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคดีของท่าน (หรือทำความเห็นแย้ง) อาจอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาสำคัญ หรืออธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายอาจรับรองว่ามีเหตุอันควร ทำให้อุทธรณ์ดำเนินต่อได้
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอนุญาตให้อุทธรณ์ตามมาตรา 193 ตรี ได้หรือไม่
ไม่ได้ เว้นแต่ผู้พิพากษานั้นได้พิจารณา ลงชื่อ หรือทำความเห็นแย้งในคดีของท่านจริง การอนุญาตโดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยย่อมเสียเปล่า และอุทธรณ์จะถูกยก
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 193 ter (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 193 ter. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-193-3/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-193-3/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-193-3/"><p>ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๙๓ ทวิ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นพิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์หรืออธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายลงลายมือชื่อรับรองในอุทธรณ์ว่า มีเหตุอันควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 193 ter (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-193-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา