ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

194 — อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายต้องฟังข้อเท็จจริงเดิม

คนบทกฎหมาย

ถ้ามีอุทธรณ์แต่ในปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ๆ ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน

คำแปลภาษาไทย

If the appeal is only on a question of law, then in deciding such question of law the Court of Appeal must accept the facts as already determined by the Court of First Instance from the evidence in the record.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 194 กำหนดขอบเขตการทบทวนในการอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ภายในลักษณะว่าด้วยอุทธรณ์ หมวด 1 เมื่อคู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องผูกพันกับข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยจากสำนวน และจะชั่งน้ำหนักพยานใหม่ไม่ได้ บทบัญญัตินี้ตอกย้ำการแบ่งข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายที่ปรากฏในมาตรา 193 ทวิ และโดยมาตรา 225 ยังใช้กับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายด้วย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายบนข้อเท็จจริงที่ยุติในศาลล่าง หลักเดียวกันนี้นำไปใช้โดยอนุโลมในศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งกฎหมายจัดตั้งนำมาตรา 194 มาใช้

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้กำหนดกลยุทธ์การอุทธรณ์ หากท่านยื่นอุทธรณ์เป็นเฉพาะข้อกฎหมาย ท่านจะขอให้ศาลสูงวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ไม่ได้ และต้องผูกกับข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย หากท่านโต้แย้งข้อเท็จจริงจริง ต้องรักษาสิทธิอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในกรณีที่ทำได้ ไม่ใช่นำข้อโต้แย้งข้อเท็จจริงมาเขียนเป็นข้อกฎหมาย เพราะศาลจะยังถือว่าข้อเท็จจริงยุติแล้ว ข้อจำกัดเดียวกันใช้เมื่อขึ้นสู่ศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย การพิจารณาว่าข้อโต้แย้งที่แท้จริงเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายควรทำร่วมกับทนายความผ่านการปรึกษาทนายไทยออนไลน์

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2562 (2019)

    ในฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากสำนวน และวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ตามมาตรา 194 ประกอบมาตรา 225

    คดีขึ้นสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามมาตรา 194 ประกอบมาตรา 225 ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน แล้วพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเรื่องพยายามฆ่าและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนบนข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9798/2555 (2012)

    หลักที่ว่าศาลซึ่งวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่วินิจฉัยจากสำนวน นำมาใช้โดยอนุโลมกับศาลชำนัญพิเศษผ่านมาตรา 194

    ในการอุทธรณ์จากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลนั้นวินิจฉัยจากสำนวน โดยใช้กฎหมายจัดตั้งศาลดังกล่าวประกอบมาตรา 194 แล้วจึงวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย รวมถึงผลของการที่จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและรับสารภาพในความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคบนข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลอุทธรณ์ทบทวนข้อเท็จจริงใหม่ในอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายได้หรือไม่

ไม่ได้ ตามมาตรา 194 เมื่ออุทธรณ์ยกขึ้นเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยจากสำนวน และวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย

หลักนี้ใช้เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยหรือไม่

ใช่ โดยมาตรา 225 หลักเดียวกันใช้กับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายบนข้อเท็จจริงที่ศาลล่างวินิจฉัยไว้แล้ว

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น