ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

20 — การสอบสวนความผิดนอกราชอาณาจักร

คนบทกฎหมาย

ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทยให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนก็ได้ในกรณีที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวน
อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้ให้พนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือให้ทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนมีอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนบรรดาอำนาจและหน้าที่ประการอื่นที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการในกรณีที่พนักงานอัยการทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน
ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของพนักงานอัยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐานในกรณีจำเป็น
พนักงานสอบสวนต่อไปนี้มีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอคำสั่งจากอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน
(๑) พนักงานสอบสวนซึ่งผู้ต้องหาถูกจับในเขตอำนาจ
(จุ๊บ)
พนักงานสอบสวนซึ่งรัฐบาลประเทศอื่นหรือบุคคลที่ได้รับความเสียหายได้ร้องฟ้องให้ทำโทษผู้ต้องหาเมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนแล้วแต่กรณี
เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้ทำความเห็นตามมาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒
ส่งพร้อมสำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน

คำแปลภาษาไทย

If an offense punishable under Thai law was committed outside the Kingdom of Thailand, the Attorney General or the person acting in that capacity shall be the responsible inquiry official, or may assign that duty to any public prosecutor or inquiry official to be responsible for conducting the inquiry in his stead. In a case where the Attorney General or the person acting in that capacity assigns any inquiry official to be responsible for conducting the inquiry, the Attorney General or the person acting in that capacity may also assign any public prosecutor to conduct the inquiry jointly with the inquiry official. A public prosecutor assigned to be the responsible inquiry official, or to conduct the inquiry jointly with the inquiry official, shall have the same powers and duties in conducting the inquiry as an inquiry official, together with all other powers and duties that the law provides to be those of a public prosecutor. Where a public prosecutor conducts the inquiry jointly with the inquiry official, the inquiry official shall comply with the orders and advice of the public prosecutor in matters relating to the collection of evidence. In case of necessity, the following inquiry officials shall have the power to conduct the inquiry while awaiting an order from the Attorney General or the person acting in that capacity: (1) the inquiry official within whose jurisdiction the alleged offender was arrested; (2) the inquiry official to whom the government of another country or the injured person has made a complaint requesting punishment of the alleged offender. When the public prosecutor or the inquiry official responsible for the inquiry, as the case may be, is of the opinion that the inquiry is complete, an opinion shall be made under Section 140, Section 141, or Section 142 and forwarded together with the case file to the Attorney General or the person acting in that capacity.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 20 วางระบบพิเศษสำหรับความผิดที่มีโทษตามกฎหมายไทยแต่กระทำนอกราชอาณาจักร เนื่องจากไม่มีท้องที่ในไทยที่เป็นที่เกิดเหตุโดยธรรมชาติ ประมวลกฎหมายจึงรวมความรับผิดชอบไว้ที่อัยการสูงสุด ซึ่งอาจดำเนินการเองหรือมอบหมายพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวน และอาจให้พนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วย โดยในการสอบสวนร่วม พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของอัยการเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน มีช่องทางกรณีจำเป็นให้ท้องที่ที่จับได้หรือที่รับคำร้องทุกข์สอบสวนไปพลางระหว่างรอคำสั่งจากอัยการสูงสุด และส่งสำนวนที่เสร็จแล้วกลับไปให้อัยการสูงสุดทำความเห็นตามมาตรา 140 ถึง 142 มาตรานี้ใช้เฉพาะเมื่อกระทำนอกราชอาณาจักรจริง หากประมวลกฎหมายอาญาถือว่าความผิดกระทำในราชอาณาจักร มาตรา 20 ย่อมไม่ใช้บังคับ

ความสำคัญต่อ

สำหรับคดีข้ามพรมแดน นี่เป็นจุดล่อเรื่องเขตอำนาจ หากความผิดกระทำนอกราชอาณาจักรแต่การสอบสวนไม่ได้ดำเนินการผ่านอัยการสูงสุดตามที่มาตรา 20 กำหนด การสอบสวนอาจบกพร่องและการฟ้องถูกโต้แย้งได้ แต่ประเด็นเบื้องต้นคือการกระทำนั้นเกิดนอกราชอาณาจักรจริงหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทำที่มีเพียงส่วนหนึ่ง การตระเตรียม หรือการพยายามในต่างประเทศ อาจถือว่ากระทำในราชอาณาจักร ซึ่งทำให้มาตรา 20 ไม่ใช้บังคับและต้องใช้หลักเขตอำนาจตามปกติ ผู้ที่ถูกฟ้องในคดีที่มีองค์ประกอบต่างประเทศควรให้ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตตรวจสอบว่าองค์กรที่ถูกต้องเป็นผู้สอบสวนหรือไม่

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2565 (2022)

    มาตรา 20 ใช้บังคับเฉพาะความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักรทั้งหมด หากมีเพียงส่วนหนึ่ง การตระเตรียม หรือการพยายามในต่างประเทศ และประมวลกฎหมายอาญาถือว่ากระทำในราชอาณาจักร ย่อมไม่ต้องด้วยมาตรา 20 วรรคหนึ่ง

    แม้สมมติว่าการหลอกลวงผู้เสียหายเกิดนอกราชอาณาจักร ศาลก็เห็นว่าเป็นเพียงการตระเตรียม พยายาม หรือการกระทำส่วนหนึ่ง ซึ่งประมวลกฎหมายอาญาถือว่ากระทำในราชอาณาจักร จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 20 วรรคหนึ่ง การสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์มีอำนาจฟ้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2565 (2022)

    เมื่อความผิดกระทำนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามมาตรา 20 และมีอำนาจมอบหมายให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนได้

    ในคดีที่ฟ้องเรื่องการนำเข้านอแรดซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองข้ามพรมแดน ศาลพิจารณาว่าอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบและมีอำนาจมอบหมายการสอบสวนตามมาตรา 20 หรือไม่ และยืนยันว่ามาตรานี้ให้ความรับผิดชอบอยู่ที่อัยการสูงสุดซึ่งมอบหมายให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4176/2566 (2023)

    หลักทั่วไปที่ว่าความผิดนอกราชอาณาจักรต้องสอบสวนโดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบตามมาตรา 20 อาจถูกยกเว้นด้วยกฎหมายพิเศษ เช่น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนของตนเอง

    จำเลยแก้ฎีกาว่า เมื่อการกระทำเกิดนอกราชอาณาจักร การสอบสวนต้องอยู่ภายใต้มาตรา 20 ที่ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ โจทก์ที่ฟ้องเองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลพิจารณาประเด็นนี้ประกอบกฎหมายพิเศษว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนเอง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ความผิดตามกฎหมายไทยที่กระทำนอกราชอาณาจักร ใครเป็นผู้สอบสวน

ตามมาตรา 20 อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และอาจมอบหมายพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการสอบสวนได้

ถ้าความผิดเกิดนอกราชอาณาจักรเพียงบางส่วน มาตรา 20 ใช้บังคับหรือไม่

ไม่เสมอไป หากประมวลกฎหมายอาญาถือว่าความผิดกระทำในราชอาณาจักร เช่น มีเพียงส่วนหนึ่ง การตระเตรียม หรือการพยายามในต่างประเทศ มาตรา 20 ย่อมไม่ใช้บังคับ และต้องใช้หลักเขตอำนาจตามปกติ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น