กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

208: การสืบพยานเพิ่มเติมและการย้อนสำนวน

คนบทกฎหมาย

ในร้องคดีจดหมายตามหมวดนี้
(๑) ศาลฎีการ้องขอความเป็นธรรมเห็นว่าควรสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อให้ร้องขอตามคำขอร้องมาสืบเองหรือสั่งศาลชั้นต้นสืบให้เมื่อศาลชั้นต้นสืบค้นแล้วให้ส่งรายงานการพิจารณาร้องขอศาลเพื่อวินิจฉัยต่อไป
(๒) ศาลฎีการ้องขอความยุติธรรมจำเป็นต้องถูกต้องตามกฎหมายในชั้นศาลเริ่มต้นและปฏิบัติให้ตามการพิจารณาคดีให้พิพากษาศาลชั้นต้นทำร้องไห้และพิพากษาหรือสั่งใหม่ตามรูปคดี

คำแปลภาษาไทย

ในการพิจารณาอุทธรณ์ภายใต้บทนี้: (1) หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรมีการรับฟังพยานหลักฐานเพิ่มเติม ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเรียกพยานมาสอบปากคำด้วยตนเอง หรือสั่งให้ศาลชั้นต้นสอบปากคำพยาน เมื่อศาลชั้นต้นสอบปากคำพยานเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นจะต้องส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป (2) หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเป็น เนื่องจากศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ศาลอุทธรณ์จะต้องมีคำพิพากษาสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามกรณีนั้น.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 208 ให้เครื่องมือแก้ไขสององค์ประกอบสำคัญศาลยุติธรรมตามมาตรา (1) เพดานเปิดเผยช่องว่างของหลักฐานโดยสืบค้นเองหรือเทคโนโลยีชั้นต้นสืบค้นสืบสวนสอบสวน 225 ศาลฎีกาว่าการพิจารณาคดีตาม (2) เป็นมหาวิทยาลัยพินิจดังคำว่า ศาลยุติธรรมเห็นความจำเป็นที่จำเป็นเพื่อให้ศาลชั้นสูงที่มีข้อเท็จจริงความเชื่อในสำนวนแล้วอาจวินิจฉัยคดีเองได้แทนการย้อนสฟัง

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้เมื่อพิจารณาถึงช่องว่างของกระบวนการหรือแง่มุมด้านการพิจารณาในชั้นต้น หากตรวจสอบความสำคัญโดยชอบศาลชั้นสูงอาจวินิจฉัยแทนการปฏิเสธประเด็นนั้นและหากศาลต้นข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอาจสกอร์ให้พิจารณาใหม่แต่การย้อนสบประมาทอัตโนมัติหากสละมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงชั้นสูงมักจะวินิจฉัยเองและความล่าช้าให้ความสำคัญที่ศาลชั้นประถมศึกษาปีที่ผิดพลาดและสืบค้นเพิ่ม

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2802/2567 (2024)

    มาตรา 208 (1) ศาลยุติธรรมอาจถึงชั้นศาลต้นสืบค้นเพิ่มเติมในคดีนี้ว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นไดร์เวอร์หรือสิ่งที่เทียมไดร์เวอร์และเมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนทำเสร็จศาลชั้นสูงย่อมรับฟังหลักฐานนั้นมาวินิจฉัยข้อกฎหมายได้

    ศาลยุติธรรมสำหรับไต่สวนเพิ่มเติมว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นไดรฟ์ตามไดรฟ์ไดรฟ์หรือศาลฎีกาใช้ผลการไต่สวนของศาลชั้นต้นและผู้เชี่ยวชาญมาวินิจฉัยว่ากลางเป็นไดรฟ์หรือสิ่งเทียมไดร์เวอร์บทนิยาม

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4317/2567 (2024)

    การที่ศาลไม่วินิจฉัยร้องขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์จะไม่ชอบแต่ส่วนใหญ่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายงานและการวินิจฉัยได้เองศาลชั้นสูงไม่จำต้องย้อนสคอตามมาตรา 208 (2) สำรวจมาตรา 225 แต่วินิจฉัยประเด็นนั้นเองได้

    ศาลล่างไม่ได้วินิจฉัยขอคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของโจทก์ไม่ชอบด้วยมาตรา 186 (9) เมื่อสมารายงานมีข้อเท็จจริงข้อเท็จจริงของศาลฎีกาจึงวินิจฉัยเองแทนการย้อนสมาตามมาตรา 208 (2) กฎหมายมาตรา 225 โดยความเห็นจำเลยไม่มีสิทธิในทรัพย์นั้น

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 33/2568 (2025)

    อำนาจย้อนสมาฟังตามมาตรา 208 (2) เป็นดุลพินิจเพราะกฎหมายใช้คำว่าถ้าศาลร้องขอความเป็นธรรมเห็นความจำเป็นที่จำเป็นจะต้องร้องขอศาลชั้นสูงย้อนสฟังทุกคดีที่พิจารณาของศาลต้นไม่ชอบชั้น

    การพิจารณาส่วนศาลชั้นต้นไม่ชอบศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 208 (2) การตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาคดีสมุนไพรให้อำนาจย้อนสมาฟังแต่ไม่บังคับทุกคดีเพราะบทที่สนับสนุนใช้ถ้อยคำเชิงดุลพินิจในการพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพิจารณากฎหมายวิธีจำต้องสคอ...

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 143 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 33/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2802/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1967/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 423/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4790/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4230/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1209/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2022-2023/2563 (2020)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ศาลร้องขอจดหมายสืบค้นเพิ่มเติมอีกด้วย

ได้ตามมาตรา 208 (1) ศาลร้องขอความเป็นธรรมอาจเรียกมาสืบเองหรือพูดถึงชั้นศาลต้นสืบแล้วส่งสกอร์กลับมาเพื่อวินิจฉัยต่อไป

ศาลฎีกาต้องย้อนสัสคดีที่ต้องใช้กลับประตูชั้นต้นเสมอหรือไม่

ไม่ใช่มาตรา 208 (2) ใช้คำถ้าเห็นความจำเป็นของการย้อนสกอร์ความเห็นของคุณดุลพินิจ....สรายงานมีข้อเท็จจริงที่ว่าศาลชั้นสูงอาจวินิจฉัยคดีเองได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 208 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 208. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 208
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208/"><p>ในบางครั้งคดียุติธรรมตามหมวดนี้ (๑) ศาลฎีการ้องขอความยุติธรรมเห็นว่าควรสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อให้เรียกความต้องการมาสืบเองหรือสั่งศาลชั้นต้นสืบให้เมื่อศาลชั้นต้นสืบค้นแล้วให้ส่งสคลิปศาลยุติธรรมเพื่อวินิจฉัยต่อไป (๒) ศาลยุติธรรมเพื่อวินิจฉัยต่อไป (๒) ศาลยุติธรรมเพื่อวินิจฉัยต่อไป (๒) ศาลยุติธรรมเห็นความจำเป็นในการพิจารณาคดีชั้นต้นของอัยการหรือสั่งใหม่ตามรูปคดี</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 208 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง