ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 216: สิทธิและกำหนดเวลายื่นฎีกา
ตัวบทกฎหมาย
ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๑๗ ถึง ๒๒๑
คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน
นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง
ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น
และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลภาษาอังกฤษ
ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๑๗ ถึง ๒๒๑ คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้เป็นบทหลักในการเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาในคดีอาญา กำหนดกลไกสำคัญคือ กำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การยื่นที่ศาลชั้นต้น และการอยู่ภายใต้ข้อห้ามและเงื่อนไขตามมาตรา 217 ถึง 221 อีกทั้งนำมาตรา 198 มาตรา 200 และมาตรา 201 มาใช้โดยอนุโลม ฎีกาต้องเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อย่างแท้จริง หากเพียงโต้แย้งซ้ำในชั้นพิจารณาโดยไม่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมไม่ชอบตามวรรคหนึ่ง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
กำหนดหนึ่งเดือนเป็นกำหนดที่เคร่งครัดและเริ่มนับแต่วันอ่านคำพิพากษา จึงควรบันทึกกำหนดทันที ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยสองประการคือ การยื่นผิดศาลแทนที่จะยื่นที่ศาลชั้นต้น และการเขียนฎีกาที่โต้แย้งซ้ำโดยไม่คัดค้านเหตุผลของศาลอุทธรณ์โดยตรง หากปล่อยให้พ้นกำหนด คดีย่อมถึงที่สุดและไม่อาจรื้อฟื้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567 (2024)
ฎีกาที่เพียงโต้แย้งทำนองเดียวกับอุทธรณ์และมิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ฎีกาของโจทก์โต้แย้งทำนองเดียวกับอุทธรณ์และขอให้ประทับฟ้องฐานใช้เอกสารปลอม โดยมิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อย่างแท้จริง ศาลฎีกายกฎีกาเพราะไม่ชอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2567 (2024)
หากเห็นว่าศาลอุทธรณ์นับโทษต่อโดยมิชอบ ทางแก้คือการฎีกาคัดค้านตามมาตรา 216 หากมิได้ใช้สิทธิจนคดีถึงที่สุด จะมายื่นคำร้องขอแก้การนับโทษภายหลังไม่ได้
จำเลยโต้แย้งการนับโทษต่อภายหลังคดีถึงที่สุดแล้วโดยยื่นคำร้อง มิใช่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าช่องทางที่ถูกต้องคือการฎีกาตามมาตรา 216 และเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วสิทธินั้นย่อมสิ้นไป
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567 (2024)
ในคดีอาญาทั่วไปที่ไม่ต้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา การฎีกาอยู่ในบังคับมาตรา 216 และมาตรา 221 การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาอนุญาตพร้อมฎีกาต่อศาลชั้นต้น
จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกาโดยตรง แทนที่จะขอต่อผู้พิพากษาศาลล่าง ศาลฎีกาชี้ว่าในคดีอาญาทั่วไป ตามมาตรา 216 และมาตรา 221 ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตพร้อมฎีกาต่อศาลชั้นต้น
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 246 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 238/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7212/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2311/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1154/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 633/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1373/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2950/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1952/2564 (2021)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 99
- ป.อ. มาตรา 78 87
- ป.อ. มาตรา 83 80
- ป.อ. มาตรา 90 59
- มาตรา 225 50
- มาตรา 15 42
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
มีเวลายื่นฎีกากี่วัน
หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง ตามมาตรา 216 หากต้องการขยายเวลาต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนครบกำหนด
ยื่นฎีกาที่ศาลใด
ยื่นที่ศาลชั้นต้น มิใช่ศาลฎีกา ศาลชั้นต้นจะตรวจฎีกาและส่งขึ้นไปตามมาตรา 223
ฎีกาต้องคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่
ต้อง ฎีกาที่เพียงโต้แย้งซ้ำในชั้นพิจารณาโดยไม่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง และศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 216. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-216/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 216 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-216/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-216/"><p>ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๑๗ ถึง ๒๒๑ คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-216/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา