ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 222: ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน
คำแปลภาษาอังกฤษ
If a case involves only a question of law, then in deciding that question of law the Supreme Court must accept the facts as already found by the Court of Appeal from the evidence in the case file.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้กำหนดบทบาทของศาลฎีกาในการฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเป็นศาลที่วินิจฉัยข้อกฎหมาย มิใช่ผู้ค้นหาข้อเท็จจริงชั้นที่สาม เมื่อคดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน แล้วปรับบทกฎหมายแก่ข้อเท็จจริงนั้น หลักนี้สอดคล้องกับข้อห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามมาตรา 218 ถึง 220 และใช้บังคับในคดีพิเศษ เช่น คดียาเสพติด ผ่านบทบัญญัติที่นำมาใช้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
เมื่อฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ให้วางฎีกาบนข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย มิใช่ข้อเท็จจริงที่ท่านต้องการ ข้อโต้แย้งที่แฝงการขอให้ศาลฎีกาชั่งน้ำหนักพยานใหม่จะถูกปฏิเสธว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงจำแลง จึงควรอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยละเอียดเพื่อทราบว่าข้อเท็จจริงใดยุติแล้ว เพราะเป็นฐานของการโต้แย้งข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2566 (2023)
ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามมาตรา 222
ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับพิกัดภาษีสรรพสามิตของรถที่ประกอบขึ้น ศาลฎีกาปรับใช้มาตรา 222 และวินิจฉัยบนข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า จำเลยนำชิ้นส่วนรถที่ซื้อมาประกอบเป็นรถของกลางแล้วประกาศขาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4337/2565 (2022)
ในการวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 2 (4) หรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ตามมาตรา 222
ในคดีปลอมพินัยกรรม ปัญหาข้อกฎหมายคือโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาปรับใช้มาตรา 222 โดยฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์และจำเลยที่ 3 เป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกที่ถูกปลอมพินัยกรรม
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4019/2564 (2021)
แม้เป็นคดียาเสพติด ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากสำนวน ตามมาตรา 222 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
ปัญหาข้อกฎหมายคือจำเลยสมคบเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ศาลฎีกาปรับใช้มาตรา 222 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด และวินิจฉัยบนข้อเท็จจริงที่ยุติจากศาลอุทธรณ์เรื่องการส่งข้อความและการซื้อขายยาเสพติด
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 155 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5583/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5559/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4788/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 127/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9520/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1358/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 845/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7545/2542 (1999)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 68
- ป.อ. มาตรา 83 53
- ป.อ. มาตรา 78 52
- มาตรา 218 40
- ป.อ. มาตรา 29 30
- ป.อ. มาตรา 33 27
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ในการฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานใหม่หรือไม่
ไม่ ตามมาตรา 222 เมื่อคดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากสำนวน แล้วปรับบทกฎหมายแก่ข้อเท็จจริงนั้น
เหตุใดฎีกาต้องยอมรับข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์
เพราะมาตรา 222 ผูกพันศาลฎีกาให้ฟังข้อเท็จจริงนั้นในการฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ข้อโต้แย้งที่ต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริงจะถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและถูกปฏิเสธ
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 222 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 222. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-222/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 222 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-222/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-222/"><p>ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 222 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-222/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา