ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 226/1: การตัดพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2551

ตัวบทกฎหมาย

ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า
พยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ
หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น
เว้นแต่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง
ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ
ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑)
คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น
(๒)
พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี
(๓)
ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ
(๔)
ผู้ที่กระทำการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับการลงโทษหรือไม่เพียงใด

คำแปลภาษาอังกฤษ

ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น (๒) พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี (๓) ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ (๔) ผู้ที่กระทำการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับการลงโทษหรือไม่เพียงใด

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้ว่าด้วยกรณีเฉพาะของพยานหลักฐานที่ชอบด้วยตัวเองแต่มีมลทินจากวิธีได้มา รวมถึงพยานหลักฐานสืบเนื่องที่โยงถึงข้อมูลที่ได้มาโดยมิชอบ อันเทียบได้กับหลักผลไม้ของต้นไม้พิษ ต่างจากเงื่อนไขความสุจริตโดยเด็ดขาดในมาตรา 226 มาตรานี้วางหลักห้ามรับฟังเป็นหลัก แต่มีข้อยกเว้นด้วยการชั่งน้ำหนัก ศาลชั่งประโยชน์ต่อความยุติธรรมกับผลเสียต่อมาตรฐานระบบยุติธรรมทางอาญาและสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน ตามปัจจัยสี่ประการ อนึ่ง มาตรา 226 มิได้ห้ามเอกชนแสวงหาพยานหลักฐาน กรณีเอกชนได้พยานมาโดยมิชอบ จึงใช้การชั่งน้ำหนักตามมาตรา 226/1

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ปรักปรำท่านได้มาโดยมิชอบ เช่น การแอบบันทึกเสียงสนทนา อย่าเข้าใจว่าถูกตัดโดยอัตโนมัติ มาตรา 226/1 ให้ศาลรับฟังได้หากเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย จึงควรวางข้อคัดค้านบนปัจจัยสี่ประการ โดยเฉพาะความร้ายแรงของการกระทำโดยมิชอบและความน่าเชื่อถือของพยาน และพึงเตรียมรับผลที่อาจเป็นได้ทั้งสองทาง เพราะศาลเคยรับฟังบันทึกที่ได้มาโดยมิชอบเมื่อประโยชน์ต่อความยุติธรรมมีมากกว่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2563 (2020)

    แม้การแอบบันทึกภาพและเสียงจะเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบตามมาตรา 226 แต่ตามมาตรา 226/1 วรรคหนึ่ง ศาลรับฟังได้หากเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย

    จำเลยตอบคำถามของแพทย์ด้วยความสมัครใจ และมีการแอบบันทึกลงแผ่นซีดี แม้เป็นการได้พยานหลักฐานโดยมิชอบตามมาตรา 226 ศาลฎีกาเห็นว่ารับฟังได้ตามมาตรา 226/1 วรรคหนึ่ง เพราะเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8575/2563 (2020)

    มาตรา 226 มิได้ห้ามการแสวงหาพยานหลักฐานของบุคคลธรรมดา เมื่อเอกชนผู้เสียหายได้พยานหลักฐานมาโดยมิชอบ การรับฟังจึงอยู่ในบังคับการชั่งน้ำหนักตามมาตรา 226/1

    ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 226 มิได้ห้ามบุคคลธรรมดาแสวงหาพยานหลักฐาน จึงใช้กับกรณีเอกชนผู้เสียหายได้พยานมาจากการกระทำโดยมิชอบ และการจะรับฟังได้หรือไม่ พิจารณาตามข้อยกเว้นในมาตรา 226/1

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10985/2558 (2015)

    เมื่อหัวหน้าฝ่ายบัญชีซึ่งมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของนายจ้าง แจ้งความและนำเอกสารของนิติบุคคลที่แสดงการยักยอกมาแสดง เอกสารนั้นมิใช่พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 226/1

    จำเลยอ้างว่าใบสำคัญจ่ายเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ต้องห้ามตามมาตรา 226/1 ศาลฎีกาเห็นว่าหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่ครอบครองและนำเอกสารของมูลนิธิมาแสดง มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์นายจ้างและแจ้งความได้ เอกสารจึงมิใช่พยานที่ได้มาโดยมิชอบ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2554 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 124/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8575/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 50/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3214/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10657/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10985/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9600/2554 (2011)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบถูกตัดเสมอหรือไม่

ไม่เสมอ ตามมาตรา 226/1 โดยหลักห้ามรับฟัง แต่ศาลอาจรับฟังได้หากเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมมากกว่าผลเสียต่อระบบยุติธรรมและสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน โดยชั่งน้ำหนักปัจจัยสี่ประการ

มาตรา 226/1 ใช้กรณีเอกชนเป็นผู้ได้พยานหลักฐานหรือไม่

ใช้ มาตรา 226 มิได้ห้ามเอกชนแสวงหาพยานหลักฐาน เมื่อเอกชนได้พยานมาโดยมิชอบ จึงใช้การชั่งน้ำหนักตามมาตรา 226/1 ว่าจะรับฟังได้หรือไม่

ศาลชั่งน้ำหนักปัจจัยใดตามมาตรา 226/1

คุณค่าเชิงพิสูจน์และความน่าเชื่อถือของพยาน ความร้ายแรงของความผิด ลักษณะและความเสียหายจากการกระทำโดยมิชอบ และผู้กระทำโดยมิชอบได้รับโทษหรือไม่เพียงใด

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 226/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-1/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 226/1
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-1/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-1/"><p>ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น (๒) พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี (๓) ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ (๔) ผู้ที่กระทำการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับการลงโทษหรือไม่เพียงใด</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง