ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 232: ห้ามโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน

ตัวบทกฎหมาย

ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน

คำแปลภาษาอังกฤษ

The prosecutor is prohibited from citing the defendant as a witness.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 232 เป็นการรับรองสิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง โดยห้ามโจทก์บังคับให้จำเลยเบิกความ อยู่ในภาค 5 หมวด 2 พยานบุคคล ศาลฎีกาวางแนวโดยตลอดว่าข้อห้ามใช้เฉพาะจำเลยในคดีเดียวกัน โจทก์ไม่ถูกห้ามที่จะอ้างผู้ที่กระทำผิดร่วมกับจำเลยแต่ถูกแยกฟ้องเป็นพยาน หรืออ้างคำเบิกความของบุคคลนั้นในคดีอื่น อย่างไรก็ดี พยานผู้ร่วมกระทำผิดเช่นนี้เป็นคำซัดทอดที่ต้องชั่งน้ำหนักด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 227/1 บทบัญญัตินี้เป็นฐานของสิทธิจำเลยที่จะเลือกอ้างตนเองเป็นพยานตามมาตรา 233

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลย นี่เป็นการคุ้มครองหลัก โจทก์นำท่านขึ้นเบิกความเพื่อปรักปรำตัวเองไม่ได้ แต่พึงระวังขอบเขต ผู้ร่วมกระทำผิดที่ถูกแยกฟ้องเป็นอีกคดีอาจถูกอ้างเป็นพยานได้ และคำเบิกความนั้นใช้ได้ ดังนั้นแนวทางการฟ้องและการแยกคดีจึงมีผลต่อว่าใครเบิกความได้ เมื่อมีพยานผู้ร่วมกระทำผิดเช่นนี้ ควรยืนยันให้ศาลใช้หลักความระมัดระวังตามมาตรา 227/1 หากท่านถูกฟ้องร่วมกับผู้อื่น ควรถามทนายว่าการแยกฟ้องอาจทำให้ท่านเผชิญคำเบิกความของผู้ร่วมกระทำผิดอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2561 (2018)

    ข้อห้ามตามมาตรา 232 ที่ห้ามโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน ใช้เฉพาะจำเลยในคดีเดียวกัน การนำคำเบิกความของจำเลยที่ให้ไว้ในคดีอื่นมาใช้ไม่ต้องห้าม

    ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 232 หมายถึงจำเลยในคดีเดียวกันเท่านั้น และไม่ห้ามโจทก์นำคำเบิกความของจำเลยที่ให้ไว้ในคดีแพ่งและคดีอาญาอื่นมาใช้ การนำคำเบิกความเดิมมาวินิจฉัยจึงชอบด้วยกฎหมาย

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2547 (2004)

    มาตรา 232 ห้ามโจทก์อ้างเฉพาะจำเลยในคดีเดียวกัน ผู้ที่ถูกแยกฟ้องในการกระทำเดียวกันอาจถูกอ้างเป็นพยานโจทก์ได้

    ฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่าการอ้างผู้ถูกฟ้องแยกในความผิดปลอมเอกสารเดียวกันเป็นพยานโจทก์ขัดมาตรา 232 ศาลวินิจฉัยว่าข้อห้ามใช้เฉพาะจำเลยในคดีเดียวกัน ผู้ที่ถูกฟ้องเป็นอีกคดีจึงเป็นพยานโจทก์ได้โดยชอบ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12569/2555 (2012)

    ผู้ที่ถูกแยกฟ้องอาจถูกอ้างเป็นพยานโจทก์ได้โดยไม่ขัดมาตรา 232 แต่ถ้อยคำที่ปรักปรำจำเลยเป็นคำซัดทอดที่ต้องชั่งน้ำหนักด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 227/1

    ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์อ้างผู้ร่วมกระทำผิดที่ถูกสั่งแยกฟ้องเป็นพยานได้ จึงไม่ขัดมาตรา 232 แต่ถ้อยคำของบุคคลนั้นที่ปรักปรำจำเลยในความผิดฐานรับของโจรเป็นคำซัดทอดที่ต้องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังตามมาตรา 227/1

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2513 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1164/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2138/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9300/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2670/2535 (1992)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 623/2535 (1992)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5877/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1202/2520 (1977)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 227/2513 (1970)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

โจทก์บังคับให้จำเลยเบิกความได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 232 ห้ามโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน เพื่อคุ้มครองสิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองในคดีเดียวกัน

ข้อห้ามครอบคลุมผู้ร่วมกระทำผิดที่ถูกแยกฟ้องหรือไม่

ไม่ ศาลฎีกาวางแนวว่ามาตรา 232 ใช้เฉพาะจำเลยในคดีเดียวกัน โจทก์จึงอ้างผู้ร่วมกระทำผิดที่ถูกแยกฟ้องเป็นพยานได้ แต่คำเบิกความนั้นเป็นคำซัดทอดที่ต้องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังตามมาตรา 227/1

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 232 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 232. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-232/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 232
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-232/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-232/"><p>ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 232 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-232/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง