ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 253: ยกเว้นค่าธรรมเนียมคำขอคืนทรัพย์

ตัวบทกฎหมาย

ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งมีคำร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาตามมาตรา ๔๓ หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมิให้เรียกค่าธรรมเนียม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ และถ้าผู้เสียหายเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องในคดีส่วนแพ่งนั้นในกรณีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน
หรือค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลยังต้องจัดการอะไรอีกเพื่อการบังคับ
ผู้ที่จะได้รับคืนทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทน
จักต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่งสำหรับการต่อไปนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case where the public prosecutor is plaintiff with a request to return or pay the value of property attached to the criminal charge under section 43, or where there is a request by the injured person to have the defendant pay compensation, no fee shall be demanded, except that where the court finds the injured person has claimed compensation excessively or has litigated in bad faith, the court has power to order the injured person to pay all or part of the fees within the time set by the court, and if the injured person ignores and fails to comply with the court's order, it shall be deemed abandonment of the claim in that civil part. Where there is a judgment or order to return or pay the value of property or compensation under paragraph one, if the court must still take any further step for enforcement, the person who is to receive the returned property, its value, or the compensation must pay fees as in a civil case for that further step.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๒๕๓ เป็นแกนหลักเรื่องยกเว้นค่าธรรมเนียมของหมวดนี้ คำขอคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่อัยการขอตามมาตรา ๔๓ และคำขอค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหาย (เชื่อมกับมาตรา ๔๔/๑) ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม เพื่อให้เข้าถึงคดีแพ่งที่ติดมากับคดีอาญาได้ ข้อยกเว้นเป็นกลไกป้องกันการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต หากเรียกเกินสมควรหรือไม่สุจริตอาจต้องเสียค่าธรรมเนียม และการไม่ชำระถือเป็นการทิ้งฟ้อง วรรคสองกำหนดว่าเมื่อการบังคับต้องดำเนินการต่อ ผู้รับต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่ง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับผู้เสียหาย มาตรานี้คือเหตุที่คำขอค่าสินไหมทดแทนติดมากับคดีอาญาได้โดยไม่เสียค่าขึ้นศาล เป็นช่องทางเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ แต่ควรเรียกร้องตามสมควรและสุจริต เพราะการเรียกเกินหรือไม่สุจริตอาจถูกสั่งให้เสียค่าธรรมเนียม และหากไม่ชำระคดีส่วนแพ่งเป็นอันทิ้งฟ้อง ทั้งค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมเป็นคนละส่วนและอาจถูกกำหนดได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2568 (2025)

    แม้คำขอค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๕๓ แต่ค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลกำหนดในคดีส่วนแพ่งได้ตามดุลพินิจเมื่อคดีสิ้นสุด

    ศาลวินิจฉัยว่าคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องมีคำสั่งเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าทนายความ โดยอาจให้ใช้แทนกันหรือเป็นพับก็ได้ แม้คำขอค่าสินไหมจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๕๓

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7571/2560 (2017)

    ตามมาตรา ๒๕๓ วรรคหนึ่ง ไม่เรียกค่าธรรมเนียมสำหรับคำขอค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ แต่ค่าทนายความเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่อยู่ในบังคับมาตรา ๒๕๘ ต่างหาก

    ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาส่วนที่ให้ชำระค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท โดยเห็นว่ามาตรา ๒๕๓ วรรคหนึ่งห้ามเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับคำขอค่าสินไหมของผู้เสียหาย ศาลฎีกาพิจารณาประกอบมาตรา ๒๕๘ และหลัก ป.วิ.พ. ว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียม

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 23 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1869/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13172/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8437/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8342/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8337/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4697/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1885/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9822/2554 (2011)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้เสียหายต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อขอค่าสินไหมในคดีอาญาหรือไม่

ไม่ต้อง ตามมาตรา ๒๕๓ คำขอค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหาย และคำขอคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่อัยการขอตามมาตรา ๔๓ ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม

หากผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมสูงเกินสมควรจะเป็นอย่างไร

ศาลอาจสั่งให้ผู้เสียหายเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือบางส่วนภายในเวลาที่กำหนด หากเพิกเฉย ถือว่าทิ้งฟ้องคดีส่วนแพ่งตามมาตรา ๒๕๓

ค่าทนายความได้รับยกเว้นตามมาตรา ๒๕๓ ด้วยหรือไม่

ไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้คำขอค่าสินไหมได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมเป็นคนละส่วนและศาลกำหนดให้ได้

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ประเทศไทย), มาตรา 253. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-253/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 253
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-253/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-253/"><p>ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งมีคำร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาตามมาตรา ๔๓ หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมิให้เรียกค่าธรรมเนียม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ และถ้าผู้เสียหายเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องในคดีส่วนแพ่งนั้นในกรณีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลยังต้องจัดการอะไรอีกเพื่อการบังคับ ผู้ที่จะได้รับคืนทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทน จักต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่งสำหรับการต่อไปนั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-253/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง