ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 37: คดีอาญาเลิกกัน

ตัวบทกฎหมาย

คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา
(๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว
(๔) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น
เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ

A criminal case may be terminated as follows:
(๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา
(๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว
(4) In a case which may be compounded under other laws, when the alleged offender has paid the fine according to the compounding of the competent official.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 37 กำหนดวิธีที่คดีอาญาเล็กน้อยเลิกกันโดยการชำระค่าปรับ โดยไม่ต้องดำเนินคดีเต็มรูป อนุมาตราทั้งสี่ครอบคลุมความผิดโทษปรับสถานเดียวที่ชำระก่อนศาลพิจารณา ความผิดลหุโทษและความผิดโทษต่ำและความผิดภาษีอากรจำนวนน้อยที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ ความผิดเดียวกันที่เกิดในกรุงเทพมหานครที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เปรียบเทียบ และคดีที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น การเลิกกันตามมาตรานี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (3) และเนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบทางปกครองมิใช่คำพิพากษา จึงไม่มีผลผูกพันข้อเท็จจริงต่อคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องเหมือนคำพิพากษาคดีอาญา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การชำระค่าปรับเปรียบเทียบในความผิดเล็กน้อยทำให้คดีอาญาเลิกกันถาวรและห้ามฟ้องซ้ำในความผิดเดียวกัน ซึ่งมักเป็นผลดีต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่พึงทราบอีกด้านหนึ่งว่า เนื่องจากการเปรียบเทียบมิใช่คำพิพากษา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง คดีเรียกค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องยังต่อสู้กันได้เต็มที่ หากความผิดจราจรหรือความผิดเล็กน้อยที่เปรียบเทียบทับซ้อนกับข้อพิพาททางแพ่ง ควรเข้าใจความเชื่อมโยงของสองคดีก่อนชำระ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2549 (2006)

    เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบในความผิดลหุโทษ คดีย่อมเลิกกันตามมาตรา 37 (2)

    โจทก์ทั้งสองเมาสุราประพฤติวุ่นวายในที่สาธารณะอันเป็นความผิดลหุโทษ และได้ชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ คดีที่ถูกกล่าวหาจึงเลิกกันตามมาตรา 37 (2) และศาลถือว่าการที่โจทก์กล่าวหาว่าเจ้าพนักงานทำร้ายร่างกายเป็นคำร้องทุกข์ตามมาตรา 2 (7)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5211/2559 (2016)

    เมื่อการกระทำเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 90 พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีโทษเบากว่า เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามมาตรา 37 แม้จะได้เปรียบเทียบปรับไปแล้ว การเปรียบเทียบปรับนั้นก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน และศาลย่อมลงโทษตามบทที่หนักกว่าได้

    การขับรถของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) และมาตรา 157 ซึ่งมีระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และมาตรา 390 ด้วย โดยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับความผิดตามกฎหมายจราจรเพื่อให้ความผิดที่หนักกว่าเลิกกันด้วย การเปรียบเทียบปรับจึงไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกันตามมาตรา 37 ศาลล่างทั้งสองจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 390 ได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2853/2550 (2007)

    การยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับและชำระค่าปรับทำให้คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 แต่ไม่ใช่คำพิพากษาคดีอาญา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องตามมาตรา 46

    จำเลยที่ 1 ยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับและชำระค่าปรับ มีผลเพียงทำให้คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 เท่านั้น เมื่อการเปรียบเทียบมิใช่คำพิพากษาคดีอาญา จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 46 ที่คดีแพ่งจะต้องถือข้อเท็จจริงตาม การที่ศาลอุทธรณ์ถือเอาคำรับของจำเลยว่าประมาทมาชี้ขาดคดีแพ่งจึงไม่ชอบ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 20 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5211/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2853/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5942/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2349/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1941/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 184/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 354/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2849/2540 (1997)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 หมายความว่าอย่างไร

หมายความว่าคดีเล็กน้อยยุติลงเมื่อผู้กระทำผิดชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานหรือนายตำรวจกำหนด โดยไม่ต้องพิจารณาคดีเต็มรูป และทำให้การดำเนินคดีอาญาในความผิดนั้นสิ้นสุด

การชำระค่าปรับเปรียบเทียบทำให้ฟ้องคดีภายหลังไม่ได้หรือไม่

ใช่ เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดนั้นย่อมระงับตามมาตรา 39 (3) จึงนำมาฟ้องอีกไม่ได้

การเปรียบเทียบปรับผูกพันคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องหรือไม่

ไม่ การเปรียบเทียบตามมาตรา 37 ไม่ใช่คำพิพากษา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งยังต่อสู้กันได้เต็มที่

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 37. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 37
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/"><p>คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา (๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว (๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว (๔) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง