ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 37: คดีอาญาเลิกกัน
ตัวบทกฎหมาย
คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา
(๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว
(๔) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น
เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
คำแปลภาษาอังกฤษ
A criminal case may be terminated as follows:
(๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา
(๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว
(4) In a case which may be compounded under other laws, when the alleged offender has paid the fine according to the compounding of the competent official.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 37 กำหนดวิธีที่คดีอาญาเล็กน้อยเลิกกันโดยการชำระค่าปรับ โดยไม่ต้องดำเนินคดีเต็มรูป อนุมาตราทั้งสี่ครอบคลุมความผิดโทษปรับสถานเดียวที่ชำระก่อนศาลพิจารณา ความผิดลหุโทษและความผิดโทษต่ำและความผิดภาษีอากรจำนวนน้อยที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ ความผิดเดียวกันที่เกิดในกรุงเทพมหานครที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เปรียบเทียบ และคดีที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น การเลิกกันตามมาตรานี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (3) และเนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบทางปกครองมิใช่คำพิพากษา จึงไม่มีผลผูกพันข้อเท็จจริงต่อคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องเหมือนคำพิพากษาคดีอาญา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การชำระค่าปรับเปรียบเทียบในความผิดเล็กน้อยทำให้คดีอาญาเลิกกันถาวรและห้ามฟ้องซ้ำในความผิดเดียวกัน ซึ่งมักเป็นผลดีต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่พึงทราบอีกด้านหนึ่งว่า เนื่องจากการเปรียบเทียบมิใช่คำพิพากษา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง คดีเรียกค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องยังต่อสู้กันได้เต็มที่ หากความผิดจราจรหรือความผิดเล็กน้อยที่เปรียบเทียบทับซ้อนกับข้อพิพาททางแพ่ง ควรเข้าใจความเชื่อมโยงของสองคดีก่อนชำระ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2549 (2006)
เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบในความผิดลหุโทษ คดีย่อมเลิกกันตามมาตรา 37 (2)
โจทก์ทั้งสองเมาสุราประพฤติวุ่นวายในที่สาธารณะอันเป็นความผิดลหุโทษ และได้ชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ คดีที่ถูกกล่าวหาจึงเลิกกันตามมาตรา 37 (2) และศาลถือว่าการที่โจทก์กล่าวหาว่าเจ้าพนักงานทำร้ายร่างกายเป็นคำร้องทุกข์ตามมาตรา 2 (7)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5211/2559 (2016)
เมื่อการกระทำเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 90 พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีโทษเบากว่า เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามมาตรา 37 แม้จะได้เปรียบเทียบปรับไปแล้ว การเปรียบเทียบปรับนั้นก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน และศาลย่อมลงโทษตามบทที่หนักกว่าได้
การขับรถของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) และมาตรา 157 ซึ่งมีระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และมาตรา 390 ด้วย โดยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับความผิดตามกฎหมายจราจรเพื่อให้ความผิดที่หนักกว่าเลิกกันด้วย การเปรียบเทียบปรับจึงไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกันตามมาตรา 37 ศาลล่างทั้งสองจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 390 ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2853/2550 (2007)
การยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับและชำระค่าปรับทำให้คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 แต่ไม่ใช่คำพิพากษาคดีอาญา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องตามมาตรา 46
จำเลยที่ 1 ยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับและชำระค่าปรับ มีผลเพียงทำให้คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 เท่านั้น เมื่อการเปรียบเทียบมิใช่คำพิพากษาคดีอาญา จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 46 ที่คดีแพ่งจะต้องถือข้อเท็จจริงตาม การที่ศาลอุทธรณ์ถือเอาคำรับของจำเลยว่าประมาทมาชี้ขาดคดีแพ่งจึงไม่ชอบ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 20 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5211/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2853/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5942/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2349/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1941/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 184/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 354/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2849/2540 (1997)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 หมายความว่าอย่างไร
หมายความว่าคดีเล็กน้อยยุติลงเมื่อผู้กระทำผิดชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานหรือนายตำรวจกำหนด โดยไม่ต้องพิจารณาคดีเต็มรูป และทำให้การดำเนินคดีอาญาในความผิดนั้นสิ้นสุด
การชำระค่าปรับเปรียบเทียบทำให้ฟ้องคดีภายหลังไม่ได้หรือไม่
ใช่ เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดนั้นย่อมระงับตามมาตรา 39 (3) จึงนำมาฟ้องอีกไม่ได้
การเปรียบเทียบปรับผูกพันคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องหรือไม่
ไม่ การเปรียบเทียบตามมาตรา 37 ไม่ใช่คำพิพากษา จึงไม่ผูกพันข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งยังต่อสู้กันได้เต็มที่
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 37. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 37 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/"><p>คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา (๒) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว (๓) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว (๔) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-37/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา