ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
49 — สั่งคืนของกลางแม้ไม่มีคำฟ้องคดีแพ่ง
คนบทกฎหมาย
แม้จะไม่มีฟ้องคดีส่วนแพ่งก็ตาม เมื่อพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินของกลางแก่เจ้าของก็ได้
คำแปลภาษาไทย
Even though no civil claim has been filed, the court, when adjudging the criminal case, may order the exhibits to be returned to their owner.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 49 ให้อำนาจศาลในคดีอาญาสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของในคำพิพากษาคดีอาญาได้เอง แม้ไม่มีการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ในทางปฏิบัติทำงานร่วมกับมาตรา 186 (9) เรื่องข้อความในคำพิพากษา เมื่อทรัพย์ที่ยึดไว้มิใช่ทรัพย์ที่ต้องริบหรือทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ศาลต้องมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับทรัพย์นั้น และการคืนแก่เจ้าของคือการจัดการที่ถูกต้อง เพราะการจัดการของกลางให้ถูกต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ตามมาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225
ความสำคัญต่อ
หากทรัพย์ของท่านถูกยึดเป็นของกลางแต่มิใช่ทรัพย์ที่ศาลริบได้และมิได้ใช้ในการกระทำผิด ท่านอาจได้คืนโดยคำพิพากษาคดีอาญาเอง โดยไม่ต้องฟ้องคดีแพ่ง เป็นประโยชน์แก่บุคคลภายนอกที่ทรัพย์ถูกยึดปนไปด้วย เช่น โทรศัพท์หรือรถที่มิได้ใช้ก่อเหตุ เพราะศาลสูงแก้ไขคำสั่งคืนที่ตกหล่นได้เอง การตกหล่นในศาลชั้นต้นจึงไม่ถึงกับเสียสิทธิ แต่ก็ควรหยิบยกประเด็นขึ้นกล่าว และหากทรัพย์มีมูลค่าสูงควรปรึกษาทนาย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3034/2565 (2022)
ของกลางที่มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
ศาลวินิจฉัยว่าเอกสาร ซีล คีม และสิ่งของที่เกี่ยวข้องมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ตามมาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4319/2562 (2019)
โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ปรากฏว่าใช้ในการกระทำผิดริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้เอง
เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำความผิด โทรศัพท์เคลื่อนที่จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4796/2561 (2018)
เมื่อฟังได้ว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิด ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของได้ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9), 215
เมื่อฟังข้อเท็จจริงโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิด ศาลวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางแก่จำเลยได้ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9), 215 และเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ศาลคืนของกลางให้ได้ไหมแม้ฉันไม่ได้ฟ้องคดีแพ่ง
ได้ มาตรา 49 ให้ศาลในคดีอาญาสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของเมื่อพิพากษาคดีอาญาได้ แม้ไม่มีการฟ้องคดีแพ่ง
ถ้าศาลชั้นต้นลืมสั่งคืนทรัพย์ของฉันจะทำอย่างไร
การจัดการของกลางเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นนั้น