ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 49: สั่งคืนของกลางแม้ไม่มีคำฟ้องคดีแพ่ง

ตัวบทกฎหมาย

แม้จะไม่มีฟ้องคดีส่วนแพ่งก็ตาม เมื่อพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินของกลางแก่เจ้าของก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

Even though no civil claim has been filed, the court, when adjudging the criminal case, may order the exhibits to be returned to their owner.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 49 ให้อำนาจศาลในคดีอาญาสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของในคำพิพากษาคดีอาญาได้เอง แม้ไม่มีการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ในทางปฏิบัติทำงานร่วมกับมาตรา 186 (9) เรื่องข้อความในคำพิพากษา เมื่อทรัพย์ที่ยึดไว้มิใช่ทรัพย์ที่ต้องริบหรือทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ศาลต้องมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับทรัพย์นั้น และการคืนแก่เจ้าของคือการจัดการที่ถูกต้อง เพราะการจัดการของกลางให้ถูกต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ตามมาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากทรัพย์ของท่านถูกยึดเป็นของกลางแต่มิใช่ทรัพย์ที่ศาลริบได้และมิได้ใช้ในการกระทำผิด ท่านอาจได้คืนโดยคำพิพากษาคดีอาญาเอง โดยไม่ต้องฟ้องคดีแพ่ง เป็นประโยชน์แก่บุคคลภายนอกที่ทรัพย์ถูกยึดปนไปด้วย เช่น โทรศัพท์หรือรถที่มิได้ใช้ก่อเหตุ เพราะศาลสูงแก้ไขคำสั่งคืนที่ตกหล่นได้เอง การตกหล่นในศาลชั้นต้นจึงไม่ถึงกับเสียสิทธิ แต่ก็ควรหยิบยกประเด็นขึ้นกล่าว และหากทรัพย์มีมูลค่าสูงควรปรึกษาทนาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3034/2565 (2022)

    ของกลางที่มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

    ศาลวินิจฉัยว่าเอกสาร ซีล คีม และสิ่งของที่เกี่ยวข้องมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ตามมาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4319/2562 (2019)

    โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ปรากฏว่าใช้ในการกระทำผิดริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้เอง

    เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำความผิด โทรศัพท์เคลื่อนที่จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ริบไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4796/2561 (2018)

    เมื่อฟังได้ว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิด ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของได้ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9), 215

    เมื่อฟังข้อเท็จจริงโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยมิได้ร่วมกระทำความผิด ศาลวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางแก่จำเลยได้ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9), 215 และเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 21 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2565)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4796/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12265-12266/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 539/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3762/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2715/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3712/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2414/2516 (1973)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1788/2494 (1951)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลคืนของกลางให้ได้ไหมแม้ฉันไม่ได้ฟ้องคดีแพ่ง

ได้ มาตรา 49 ให้ศาลในคดีอาญาสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของเมื่อพิพากษาคดีอาญาได้ แม้ไม่มีการฟ้องคดีแพ่ง

ถ้าศาลชั้นต้นลืมสั่งคืนทรัพย์ของฉันจะทำอย่างไร

การจัดการของกลางเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นนั้น

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 49 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 49. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-49/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 49
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-49/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-49/"><p>แม้จะไม่มีฟ้องคดีส่วนแพ่งก็ตาม เมื่อพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินของกลางแก่เจ้าของก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 49 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-49/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง