ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 66: เหตุที่จะออกหมายจับ
ตัวบทกฎหมาย
เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(๑)
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี
หรือ
(๒)
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี
หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร
ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
คำแปลภาษาอังกฤษ
เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ (๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้เป็นหลักสำคัญที่กำหนดว่าเมื่อใดจึงออกหมายจับได้ และอยู่ต้นส่วนว่าด้วยหมายจับของประมวลกฎหมาย โดยให้เหตุสองทางอิสระต่อกัน คือ เหตุตามความร้ายแรงที่ผูกกับความผิดซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี และเหตุตามความเสี่ยงที่อาศัยการหลบหนี การยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือการก่อเหตุอันตรายอื่น ประโยคท้ายวางข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าจะหลบหนี เมื่อผู้นั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร บทบัญญัตินี้ใช้ร่วมกับมาตรา ๕๙/๑ ที่ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรและคำสั่งที่ให้เหตุผลก่อนออกหมาย และเชื่อมโยงกับมาตรา ๗๑ ว่าด้วยการขัง และมาตรา ๗๘ ว่าด้วยการจับโดยไม่มีหมาย
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้กำหนดสิ่งที่ฝ่ายรัฐต้องแสดงเพื่อขอออกหมายจับท่าน จึงเป็นจุดสำคัญในการโต้แย้งหมาย ว่าความผิดนั้นมีโทษเกินสามปีหรือไม่ หรือมีหลักฐานเรื่องความเสี่ยงจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายจริงหรือไม่ ข้อสันนิษฐานเรื่องการหลบหนีสำคัญต่อชาวต่างชาติ เพราะการไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในไทยหรือไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร อาจถูกตีความว่าเสี่ยงจะหลบหนี เพื่อลดความเสี่ยง ควรมาตามหมายเรียกและเก็บหลักฐานที่อยู่เป็นหลักแหล่งไว้ หากอาจมีการขอออกหมายจับต่อท่าน ควรปรึกษาทนายความไทยแต่เนิ่นๆ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2562 (2019)
เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลจะหลบหนีและมีความจำเป็นเร่งด่วนจนไม่อาจขอหมายจับก่อนได้ การจับโดยไม่มีหมายย่อมเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๗๘ (๓) ประกอบมาตรา ๖๖ (๒) และเป็นการจับโดยชอบ
ศาลเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่จะหลบหนี และหากต้องขอให้ศาลออกหมายจับก่อนอาจไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี จึงเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน การจับโดยไม่มีหมายที่บริเวณสี่แยกจึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๗๘ (๓) ประกอบมาตรา ๖๖ (๒) เป็นการจับและการควบคุมตัวต่อมาโดยชอบด้วยกฎหมาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561 (2018)
เมื่อความผิดมีโทษจำคุกอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรา ๖๖ ศาลอาจออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนได้ตามมาตรา ๗๑ ประกอบมาตรา ๖๖ ซึ่งเป็นกระบวนการก่อนฟ้องเพื่อให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจของศาล
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี ศาลวินิจฉัยว่า เมื่อมีเหตุตามมาตรา ๖๖ ศาลจึงออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนได้ตามมาตรา ๗๑ ประกอบมาตรา ๖๖ กระบวนการก่อนฟ้องนี้มุ่งให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจของศาล โดยมาตรา ๑๐๖ ยังคงให้สิทธิยื่นขอปล่อยชั่วคราวได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2555 (2012)
อำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในการออกหมายจับขึ้นอยู่กับการมีเหตุตามมาตรา ๖๖ ประกอบกับเงื่อนไขเรื่องพยานหลักฐานและการต้องให้เหตุผลในคำสั่งตามมาตรา ๕๙/๑
ศาลอธิบายว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจออกหมายอาญา และการออกหมายจับต้องปรากฏเหตุตามมาตรา ๖๖ คือความผิดที่มีโทษเกินสามปี หรือมีหลักฐานและเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี โดยมาตรา ๕๙/๑ กำหนดให้ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรก่อนออกหมาย
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 15 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2562)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3803/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4265/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 715/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11720/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 479/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7884/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 419/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 466/2541 (1998)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลออกหมายจับได้เมื่อใด
ตามมาตรา ๖๖ เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะกระทำผิดที่มีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือมีหลักฐานเช่นนั้นและมีเหตุเชื่อว่าจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายอื่น
การไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งทำให้ถูกออกหมายจับได้หรือไม่
อาจมีส่วน มาตรา ๖๖ ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนีเมื่อผู้นั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ซึ่งสนับสนุนเหตุออกหมายตามความเสี่ยง
ทุกความผิดออกหมายจับได้หรือไม่
ไม่ เหตุตามความร้ายแรงในมาตรา ๖๖(๑) ใช้กับความผิดที่มีโทษเกินสามปี ส่วนความผิดที่เบากว่านั้นต้องอาศัยเหตุตามความเสี่ยงในมาตรา ๖๖(๒)
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 66. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 66 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/"><p>เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ (๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา