ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 66: เหตุที่จะออกหมายจับ

ตัวบทกฎหมาย

เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(๑)
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี
หรือ
(๒)
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี
หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร
ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี

คำแปลภาษาอังกฤษ

The grounds on which an arrest warrant may be issued are as follows: (1) when there is reasonable evidence that a person probably committed a criminal offence punishable by a maximum term of imprisonment exceeding three years; or (2) when there is reasonable evidence that a person probably committed a criminal offence and there are reasonable grounds to believe that he will flee, or will interfere with the evidence, or will cause other danger. If that person has no settled dwelling, or fails to comply with a summons or an appointment without reasonable excuse, it shall be presumed that the person will flee.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้เป็นหลักสำคัญที่กำหนดว่าเมื่อใดจึงออกหมายจับได้ และอยู่ต้นส่วนว่าด้วยหมายจับของประมวลกฎหมาย โดยให้เหตุสองทางอิสระต่อกัน คือ เหตุตามความร้ายแรงที่ผูกกับความผิดซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี และเหตุตามความเสี่ยงที่อาศัยการหลบหนี การยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือการก่อเหตุอันตรายอื่น ประโยคท้ายวางข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าจะหลบหนี เมื่อผู้นั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร บทบัญญัตินี้ใช้ร่วมกับมาตรา ๕๙/๑ ที่ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรและคำสั่งที่ให้เหตุผลก่อนออกหมาย และเชื่อมโยงกับมาตรา ๗๑ ว่าด้วยการขัง และมาตรา ๗๘ ว่าด้วยการจับโดยไม่มีหมาย

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรานี้กำหนดสิ่งที่ฝ่ายรัฐต้องแสดงเพื่อขอออกหมายจับท่าน จึงเป็นจุดสำคัญในการโต้แย้งหมาย ว่าความผิดนั้นมีโทษเกินสามปีหรือไม่ หรือมีหลักฐานเรื่องความเสี่ยงจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายจริงหรือไม่ ข้อสันนิษฐานเรื่องการหลบหนีสำคัญต่อชาวต่างชาติ เพราะการไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในไทยหรือไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร อาจถูกตีความว่าเสี่ยงจะหลบหนี เพื่อลดความเสี่ยง ควรมาตามหมายเรียกและเก็บหลักฐานที่อยู่เป็นหลักแหล่งไว้ หากอาจมีการขอออกหมายจับต่อท่าน ควรปรึกษาทนายความไทยแต่เนิ่นๆ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2562 (2019)

    เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลจะหลบหนีและมีความจำเป็นเร่งด่วนจนไม่อาจขอหมายจับก่อนได้ การจับโดยไม่มีหมายย่อมเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๗๘ (๓) ประกอบมาตรา ๖๖ (๒) และเป็นการจับโดยชอบ

    ศาลเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่จะหลบหนี และหากต้องขอให้ศาลออกหมายจับก่อนอาจไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี จึงเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน การจับโดยไม่มีหมายที่บริเวณสี่แยกจึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๗๘ (๓) ประกอบมาตรา ๖๖ (๒) เป็นการจับและการควบคุมตัวต่อมาโดยชอบด้วยกฎหมาย

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561 (2018)

    เมื่อความผิดมีโทษจำคุกอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรา ๖๖ ศาลอาจออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนได้ตามมาตรา ๗๑ ประกอบมาตรา ๖๖ ซึ่งเป็นกระบวนการก่อนฟ้องเพื่อให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจของศาล

    ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี ศาลวินิจฉัยว่า เมื่อมีเหตุตามมาตรา ๖๖ ศาลจึงออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนได้ตามมาตรา ๗๑ ประกอบมาตรา ๖๖ กระบวนการก่อนฟ้องนี้มุ่งให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจของศาล โดยมาตรา ๑๐๖ ยังคงให้สิทธิยื่นขอปล่อยชั่วคราวได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2555 (2012)

    อำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในการออกหมายจับขึ้นอยู่กับการมีเหตุตามมาตรา ๖๖ ประกอบกับเงื่อนไขเรื่องพยานหลักฐานและการต้องให้เหตุผลในคำสั่งตามมาตรา ๕๙/๑

    ศาลอธิบายว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจออกหมายอาญา และการออกหมายจับต้องปรากฏเหตุตามมาตรา ๖๖ คือความผิดที่มีโทษเกินสามปี หรือมีหลักฐานและเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี โดยมาตรา ๕๙/๑ กำหนดให้ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรก่อนออกหมาย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 15 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3803/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4265/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 715/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11720/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 479/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7884/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 419/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 466/2541 (1998)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลออกหมายจับได้เมื่อใด

ตามมาตรา ๖๖ เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะกระทำผิดที่มีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือมีหลักฐานเช่นนั้นและมีเหตุเชื่อว่าจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายอื่น

การไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งทำให้ถูกออกหมายจับได้หรือไม่

อาจมีส่วน มาตรา ๖๖ ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนีเมื่อผู้นั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่มาตามหมายเรียกหรือนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ซึ่งสนับสนุนเหตุออกหมายตามความเสี่ยง

ทุกความผิดออกหมายจับได้หรือไม่

ไม่ เหตุตามความร้ายแรงในมาตรา ๖๖(๑) ใช้กับความผิดที่มีโทษเกินสามปี ส่วนความผิดที่เบากว่านั้นต้องอาศัยเหตุตามความเสี่ยงในมาตรา ๖๖(๒)

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 66 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 66. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 66
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/"><p>เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ (๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 66 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-66/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง