ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 83: หน้าที่และขั้นตอนในการจับ

ตัวบทกฎหมาย

ในการจับนั้น
เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ
แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ
เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว
แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป
ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ
ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ
พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า
ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ
หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ
ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด
ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี
ในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย
ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ
หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In making an arrest, the officer or private person making the arrest must inform the person to be arrested that he is being arrested, and shall order the arrested person to go, together with the arrester, to the office of the investigating officer of the locality where the arrest is made; except that if he can be taken to the office of the responsible investigating officer at that time, he shall be taken to the office of that responsible investigating officer; but if necessary, the arrested person may be taken by force.
Where an officer makes the arrest, the officer must inform the arrested person of the charge; if there is an arrest warrant, it must be shown to the arrested person; and the officer must also inform him that the arrested person has the right to remain silent or to give a statement, that any statement made by the arrested person may be used as evidence in the trial, and that the arrested person has the right to meet and consult a lawyer or a person who is to be his lawyer. If the arrested person wishes to notify a relative or a person whom he trusts of the arrest, and this can be done conveniently and without obstructing the arrest or the custody of the arrested person or causing danger to any person, the officer shall permit the arrested person to do so as is appropriate to the case. In this regard, the arresting officer shall also make a record of the arrest.
If the person to be arrested resists or will resist the arrest, or flees or attempts to flee, the person making the arrest has the power to use all such means or precautions as are appropriate to the circumstances of the matter in making the arrest.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 83 เป็นหลักปฏิบัติสำคัญว่าด้วยวิธีการจับตามหมวด 1 (จับ ขัง จำคุก) วรรคสองกำหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้จับที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับ แจ้งสิทธิที่จะไม่ให้การและว่าถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน สิทธิพบและปรึกษาทนายความ รวมทั้งสิทธิแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจและหน้าที่บันทึกการจับ ข้อกำหนดการแจ้งสิทธิเหล่านี้ได้รับการเสริมโดยการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง และต้องอ่านประกอบกับหน้าที่ส่งตัวตามมาตรา 84 และข้อจำกัดการควบคุมตามมาตรา 86 และ 87 วรรคสามให้อำนาจใช้กำลังตามสมควรเมื่อผู้ถูกจับขัดขวางหรือหลบหนี

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากท่านถูกจับในประเทศไทย เจ้าพนักงานต้องแจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับ (ถ้ามี) แจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะไม่ให้การและปรึกษาทนายความ และท่านขอแจ้งญาติได้ การใช้สิทธิพบทนายความตั้งแต่ต้นสำคัญมากเพราะถ้อยคำอาจกลายเป็นพยานหลักฐาน ควรจัดหาทนายความโดยเร็วที่สุด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13985/2553 (2010)

    มาตรา ๘๓ วรรคสอง ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบนั้น ก็เพื่อให้ผู้ถูกจับทราบว่าการกระทำของตนเป็นความผิด และเข้าใจถึงการกระทำซึ่งเป็นความผิดนั้น เพื่อประโยชน์ในการให้การ ให้ถ้อยคำ หรือต่อสู้คดี โดยเจ้าพนักงานผู้จับไม่จำต้องแจ้งข้อหาให้ตรงกับที่พนักงานอัยการโจทก์จะฟ้อง เพราะคดียังต้องมีการสอบสวนต่อไปว่าผู้ถูกจับกระทำความผิดหรือไม่และกระทำความผิดฐานใด เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาที่หนักกว่าในภายหลัง ถือว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานนั้นแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

    บันทึกการจับกุมแจ้งข้อหาว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ต่อมาพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยฎีกาว่าโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานที่หนักกว่า ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความมุ่งหมายของการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง คือให้ผู้ถูกจับเข้าใจการกระทำที่ถูกกล่าวหาเพื่อประโยชน์ในการให้ถ้อยคำหรือต่อสู้คดี เจ้าพนักงานผู้จับไม่จำต้องแจ้งข้อหาให้ตรงกับที่จะฟ้อง เพราะคดียังต้องสอบสวนต่อไป เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว ถือว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว ทั้งนี้ คำพิพากษานี้วินิจฉัยเฉพาะหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มิได้วินิจฉัยถึงหน้าที่อื่นตามวรรคดังกล่าว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2527 (1984)

    การยิงคนร้ายที่หลบหนีอาจถือเป็นการกระทำในการจับกุมตามมาตรา 83 ได้ แต่กระสุนที่พลาดไปถูกและทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายอาจเป็นการป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุ

    ศาลถือว่าการที่จำเลยยิงคนร้ายที่หลบหนีเป็นการกระทำในการจับกุมตามมาตรา 83 แต่กระสุนสองนัดที่พลาดไปถูกและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นการป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2525 (1982)

    ตามตัวบทมาตรา 83 ที่ใช้บังคับในขณะนั้น กำหนดเพียงให้เจ้าพนักงานแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาจะต้องถูกจับเท่านั้น มิได้กำหนดให้แจ้งข้อหาหรือบันทึกการจับกุม (การแจ้งข้อหาเป็นไปตามมาตรา 134 ต่อหน้าพนักงานสอบสวน)

    ในการตีความมาตรา 83 ฉบับเดิม ศาลวินิจฉัยว่ากำหนดให้เจ้าพนักงานเพียงแจ้งการจับเท่านั้น โดยแยกจากการแจ้งข้อหาต่อพนักงานสอบสวนตามมาตรา 134 ต่างหาก

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 24 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13985/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8148/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1991/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1549/2525 (1982)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2357/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 535/2521 (1978)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 319-320/2521 (1978)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 698/2516 (1973)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจต้องแจ้งอะไรบ้างเมื่อจับฉัน?

ตามมาตรา 83 วรรคสอง เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับ (ถ้ามี) และแจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะไม่ให้การ ถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน และมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ

ตำรวจใช้กำลังจับได้หรือไม่ถ้าฉันขัดขืน?

ได้ มาตรา 83 วรรคสามให้ผู้จับใช้วิธีการหรือการป้องกันเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ได้ หากผู้ถูกจับขัดขวางการจับหรือพยายามหลบหนี

ฉันแจ้งครอบครัวได้หรือไม่เมื่อถูกจับ?

ได้ มาตรา 83 กำหนดให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ท่านแจ้งญาติหรือผู้ที่ท่านไว้วางใจได้ หากทำได้โดยสะดวกและไม่ขัดขวางการจับหรือการควบคุมหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 83 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 83. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-83/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 83
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-83/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-83/"><p>ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี ในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 83 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-83/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง