84: การส่งตัวผู้ถูกจับและการห้ามรับฟังคำรับสารภาพ
คนบทกฎหมาย
เจ้าพนักงานหรือราษฎรผู้ทำการจับต้องเอาตัวผู้ดำเนินการไปยังที่ทำการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนตามมาตรา
๘๓โดยทันทีและเมื่อถึงที่นั้นแล้ว
ให้ส่งตัวผู้ไปสู่อดีตพนักงานเฝ้าระวังหรือตำรวจของการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนดังกล่าว
เพื่อดำเนินการ
(๑)
ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบนั้นแจ้งข้อร้องเรียน
และรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุของการสังเกตการณ์ให้ผู้ทราบ
โดยทั่วไปแล้วทุกคนจะคอยติดตามให้ผู้ทราบทราบและอ่านให้ฟังและให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของผู้นั้น
(๒) สำนักงานราษฎรเป็นผู้จับ
ให้พนักงานฝ่ายบริการลูกค้าเห็นหรือตำรวจที่รับมอบบันทึกชื่ออาชีพที่สามารถตรวจสอบได้
กล่าวถึงข้อความและพฤติความทุกข์แห่งการเฝ้าระวังนั้นไว้
และให้ผู้จับลงลายมือชื่อเป็นที่ไว้เป็นสำคัญเพื่อดำเนินการแจ้งข้อโต้แย้งและรายละเอียดแห่งการตรวจสอบให้ผู้ทราบและดำเนินการให้ผู้ทราบด้วยว่าผู้มีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้
และเนื้อเพลงอาจเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ได้ในคดีได้
สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือตำรวจได้
หวังว่าผู้นำจะต้องมาส่งให้ผู้รับทราบถึงพฤติกรรมส่วนใหญ่ในมาตรา ๗/๑
แจ้งให้ทราบอีกครั้งถึงจุดที่ตั้งของญาติหรือแหล่งที่มาของความน่าเชื่อถือเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการหาข้อมูลที่ควบคุมได้ในโอกาสแรกเมื่อผู้มาถึงมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่ง
หรือถ้ากรณีที่ผู้ร้องขอร้องขอให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหรือเจ้าหน้าที่แจ้ง
จะต้องให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็วและให้พนักงานฝ่ายควบคุมหรือตำรวจในนั้น
นี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสมัยโบราณ
ความจำเป็น
เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งดำเนินการจัดการจะจัดการเครื่องแบบผู้เสียก่อนนำตัวไปส่งตามมาตรานี้ก็ได้
หล่อ/หล่อ
ที่ดีกว่าเดิมให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทันทีหรือตำรวจในชั้นปัจจุบันหรือรับมอบตัวผู้ทำถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพในกระบวนการว่าตนได้ก่อให้เกิดความผิดที่ห้ามมิให้รับฟังเป็นหลักฐาน
ถ้าเป็นคำพูดอื่น ๆ
จะแจ้งให้ทราบว่าเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดและอาจต่อได้เมื่อแจ้งการละเมิดตามวรรคหนึ่ง
หรือตามมาตรา 8๓ วรรคสองผู้จะแล้วแต่กรณี
คำแปลภาษาไทย
เจ้าหน้าที่หรือบุคคลทั่วไปที่ทำการจับกุมต้องนำตัวผู้ถูกจับกุมไปยังสำนักงานของเจ้าหน้าที่สอบสวนตามมาตรา 83 โดยไม่ชักช้า และเมื่อไปถึงที่นั่นแล้วจะต้องส่งมอบผู้ถูกจับกุมให้แก่เจ้าหน้าที่ธุรการหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจของสำนักงานของเจ้าหน้าที่สอบสวนนั้น เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้:
(1) เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการจับกุมแก่ผู้ถูกจับกุม หากมีหมายจับ จะต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับกุมทราบและอ่านหมายจับให้เขาฟัง และจะต้องมอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้แก่ผู้ถูกจับกุม.
(2) ในกรณีที่บุคคลทั่วไปทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับตัวบุคคลนั้นจะต้องบันทึกชื่อ อาชีพ และที่อยู่ของผู้จับกุม พร้อมทั้งสาระสำคัญและสถานการณ์ของการจับกุม และให้ผู้จับกุมลงนามเป็นหลักฐาน เพื่อแจ้งให้ผู้ถูกจับกุมทราบถึงข้อกล่าวหาและรายละเอียดของการจับกุม และเพื่อแจ้งให้ผู้ถูกจับกุมทราบว่าเขามีสิทธิที่จะไม่พูดหรือให้การ และคำให้การใดๆ ที่ผู้ถูกจับกุมให้ไว้นั้นสามารถใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้.
เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับตัวผู้ถูกจับกุมจะต้องแจ้งสิทธิที่กำหนดไว้ในมาตรา 7/1 แก่ผู้ถูกจับกุม และจะต้องจัดให้ผู้ถูกจับกุมสามารถติดต่อญาติหรือบุคคลที่ผู้ถูกจับกุมไว้วางใจ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการจับกุมและสถานที่ควบคุมตัวโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อผู้ถูกจับกุมมาถึงสำนักงานของเจ้าหน้าที่สอบสวนตามวรรคหนึ่ง หรือหากผู้ถูกจับกุมร้องขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้ทราบ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องบันทึกไว้ ในส่วนนี้จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ถูกจับกุม.
ในกรณีที่จำเป็น เจ้าหน้าที่หรือบุคคลทั่วไปที่ทำการจับกุมอาจจัดหาการดูแลทางการแพทย์ให้แก่ผู้ถูกจับกุมก่อนที่จะนำตัวไปส่งมอบตามมาตรานี้.
คำกล่าวใดๆ ที่ผู้ถูกจับกุมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุม หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในขั้นตอนการจับกุมหรือการรับตัวผู้ถูกจับกุม หากคำกล่าวนั้นเป็นการสารภาพของผู้ถูกจับกุมว่าตนได้กระทำความผิด จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้ แต่หากเป็นคำกล่าวประเภทอื่น อาจนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับกุมได้ก็ต่อเมื่อได้แจ้งสิทธิภายใต้ข้อหนึ่ง หรือภายใต้มาตรา 83 วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ถูกจับกุมแล้ว.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 84 กำหนดสิ่งที่ต้องรับผิดชอบทันทีหลังการดำเนินการตามหมวด 1 คือคุณสามารถใช้ผู้ดำเนินการไปส่งที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันทีที่ให้บริการตัวโดยกรณีเจ้าพนักงานเป็นผู้จับ (1) และราษฎรเป็นผู้จับ (2) วรรคสองการดำเนินการของสิทธิแจ้งตามมาตรา 7/1 และการติดต่อญาติโดยไม่มีการวิจารณ์ในการดำเนินการพยาบาลก่อนได้เมื่อจำเป็น ลำท้ายหลักสำคัญว่าด้วยการพิจารณาคือคำรับสารภาพในชั้นห้ามรับฟังโดยสรุปการพิจารณาอื่น ๆ รับฟังได้ต่อเมื่อได้แจ้งพฤติกรรมตามวรรคหนึ่งหรือมาตรา 83 วรรคสองแล้วบทอนุมานนี้ใช้ควบคู่กับวิธีการจับตามมาตรา 83
ความสำคัญต่อ
ส่วนนี้เป็นที่กล่าวถึงในกรณีที่ข้อหนึ่งคือนั่นคือคำรับสารภาพที่มีอยู่ในที่กล่าวโทษท่านไม่ได้หากตำรวจอ้างคำรับในที่เกิดเหตุพิสูจน์ความผิดซึ่งจะเข้าใจผิดตามมาตรา 84 วรรคสี่ และท่านควรยกขึ้นประกอบกับทนายความก่อนไปศาลควรทราบถึงหลักการทำงานของหลักฐานอย่างเป็นทางการการทำงานของระบบ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 6820/2567 (2024)
ข้อสังเกตตามมาตรา 84 วรรคสี่ใช้เฉพาะคำให้การในส่วนนี้เพื่อให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับและดำเนินการในบางครั้งในฐานะผู้ถูกดำเนินการกระทำวิธีผู้ต้องสงสัยหรือไม่จำเป็นต้องอยู่ที่บังคับของดังกล่าวดังกล่าว
ในกรณีที่จำเลยให้ถ้อยคำก่อนถูกมีบทบาทสำคัญในผู้ถูกดำเนินกรรมวิธีและกรณีศาลวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพและคำพูดอื่น ๆ ไม่ไม่อนุญาตให้ตามมาตรา 84 วรรคสี่และการรับฟังได้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 642/2567 (2024)
คำรับสารภาพในบันทึกการจัดเก็บข้อมูลไม่จำเป็นมิให้รับฟังเป็นหลักฐานการตรวจสอบตามมาตรา 84 วรรคสี่การรักษาวิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์และการพิสูจน์ความผิดในลักษณะที่ไม่ได้
จำเลยจะรับสารภาพตามบันทึกการทำงานของศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา 84 วรรคสี่ประสิทธิภาพของวิธีการพิจารณาคดีทางการแพทย์
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 163/2565 (2022)
ส่วน 84 หัวข้อท้ายๆ การพิจารณารับฟังคำรับสารภาพเฉพาะเพื่อพิสูจน์ความผิดในส่วนแรกเท่านั้น ห้ามรับฟังบันทึกการทำงานของร่างกายเพื่อพิสูจน์ความผิดของสมาชิกที่รับผิดชอบต่อคนอื่น
กระจกรับฟังบันทึกการทำงานของระบบของจำเลยค่อยๆ เพิ่มคำความความของค้นข้อมูลของผู้ค้นหาเพื่อพิสูจน์ความผิดของโปรแกรมที่ผิดคนอื่น โดยวินิจฉัยว่ามาตรา 84 รับฟังคำรับสารภาพเฉพาะต่อผู้ตรวจสอบเท่านั้นเองเท่านั้น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 44 คดี (พ.ศ. 2516 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6820/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 163/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6766/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6673/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3214/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13199/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7245/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2886/2554 (2011)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 78 38
- ป.อ. มาตรา 83 28
- ป.อ. มาตรา 91 26
- ป.อ. มาตรา 33 23
- ป.อ. มาตรา 32 19
- ป.อ. มาตรา 29 17
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
คำรับสารภาพเป็นครั้งแรกที่สามารถใช้เป็นหลักฐานเอาผิดฉันได้ใช่ไหม?
ตามมาตรา 84 วรรคสี่คำรับสารที่มีคุณสมบัติผู้ให้อย่างเป็นทางการในชั้นหรือรับการให้ตัวห้ามรับฟังเป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิด
หลังจากนั้นและส่งตำรวจต้องดำเนินการอย่างไร?
ตามมาตรา 84 เจ้าพนักงานต้องแจ้งข้อเท็จจริงและเหตุผลแห่งการตรวจสอบบ่งบอกถึงการมอบบันทึกประวัติและแจ้งพฤติกรรมตามมาตรา 7/1 และผู้เยี่ยมชมติดต่อญาติได้โดยไม่แจ้งให้ทราบ
หลักห้ามรับฟังคำรับสารภาพคุ้มครองการละเมิดผู้อื่นด้วยหรือไม่?
หลักห้ามรับฟังเฉพาะการพิสูจน์ความผิดในเรื่องนั้นเอง แต่ศาลวินิจฉัยว่าอาจนำคำรับสารภาพมารับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดของความผิดพลาดของคนอื่นได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 84 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 84. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-84/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 84 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-84/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-84/"><p>เจ้าพนักงานราดัสผู้ดำเนินการต้องนำตัวผู้ดำเนินการไปยังพนักงานสอบสวนตามมาตรา 8 โดยทันทีและเมื่อถึงที่นั้นแล้วให้ส่งตัวผู้ตรวจสอบและติดตามการดำเนินการของพนักงาน (๑) ส่วนเจ้าพนักงานจับให้เจ้าพนักงานจับนั้นแจ้งข้อและรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบให้ผู้ตรวจสอบและทราบรายละเอียดให้ผู้ตรวจสอบและผู้ตรวจสอบ (๒) ให้พนักงานเฝ้าระวังหรือตำรวจซึ่งรับมอบบันทึกชื่ออาชีพในการจับข้อมูลและพฤติความเสียหายของระบบนั้นและให้จับลงชื่อในส่วนที่ไว้เป็นสำคัญเพื่อการดำเนินการแจ้งข้อใดและรายละเอียดของการดำเนินการให้ผู้ทราบและสนับสนุนผู้ตรวจสอบด้วยว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการการหรือให้การใด ๆ และการดำเนินการอาจตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีได้ก่อนที่จะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนหนึ่งแล้วให้พนักงานฝ่ายสนับสนุนหรือสอบสวนผู้ตรวจสอบมาส่งผู้ตรวจสอบถึงสิทธิพิเศษตามในมาตรา๗/๑๑ แจ้งผู้ตรวจสอบให้กับญาติหรือผู้ตรวจสอบเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการกำกับดูแลในการควบคุมโอกาสแรกเมื่อผู้ดำเนินการมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่งหรือถ้ากรณีที่ผู้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือตำรวจแจ้งรายละเอียดให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็วและให้เจ้าหน้าที่ควบคุมหรือตำรวจในสิ่งนี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ ของผู้ตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบที่จำเป็นเจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับจะพยาบาลผู้ตรวจสอบเสียก่อนนำตัวไปส่งตามมาตรานี้หรือการเมืองใด ๆ ที่ผู้ทำหน้าที่จับต่อเจ้าพนักงาน หรือพนักงานฝ่ายยืนอีกครั้งหรือตำรวจในชั้นที่ประกอบหรือรับมอบตัวผู้ทำหน้าที่เขียนบทเป็นคำรับสารภาพในขณะที่เห็นว่าตนมีความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นหลักฐานแม้ว่าจะเป็นคำอื่น ๆ ที่จะรับฟังเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดในบางโอกาสได้ต่อเมื่อมีการแจ้งการกระทำตามวรรคหนึ่งหรือตามมาตรา ๘๓ วรรคสองแก่ผู้มีอำนาจแล้วแต่กรณี</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 84 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-84/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา