ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

87 — ระยะเวลาควบคุมและการฝากขังผู้ต้องหา

คนบทกฎหมาย

ห้ามมิให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี
ในกรณีความผิดลหุโทษ
จะควบคุมผู้ถูกจับไว้ได้เท่าเวลาที่จะถามคำให้การ
และที่จะรู้ตัวว่าเป็นใครและที่อยู่ของเขาอยู่ที่ไหนเท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
และมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวน หรือการฟ้องคดีให้นำตัวผู้ถูกจับไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา
๘๓ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้
โดยให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหานั้นไว้
ให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่าจะมีข้อคัดค้านประการใดหรือไม่
และศาลอาจเรียกพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมาชี้แจงเหตุจำเป็น
หรืออาจเรียกพยานหลักฐานมาเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้
ในกรณีความผิดอาญาที่ได้กระทำลงมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังได้ครั้งเดียว มีกำหนดไม่เกินเจ็ดวัน
ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่าหกเดือนแต่ไม่ถึงสิบปี หรือปรับเกินกว่าห้าร้อยบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติด ๆ กันได้
แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกินสิบสองวันและรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินสี่สิบแปดวัน
ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป
จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติด ๆ กันได้
แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกินสิบสองวัน และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินแปดสิบสี่วัน
ในกรณีตามวรรคหกเมื่อศาลสั่งขังครบสี่สิบแปดวันแล้ว
หากพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขังต่อไปอีกโดยอ้างเหตุจำเป็น
ศาลจะสั่งขังต่อไปได้ก็ต่อเมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนได้แสดงถึงเหตุจำเป็น
และนำพยานหลักฐานมาให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจแก่ศาล
ในการไต่สวนตามวรรคสามและวรรคเจ็ด
ผู้ต้องหามีสิทธิแต่งทนายความเพื่อแถลงข้อคัดค้านและซักถามพยาน
ถ้าผู้ต้องหาไม่มีทนายความเนื่องจากยังไม่ได้มีการปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๔/๑ และผู้ต้องหาร้องขอ ให้ศาลตั้งทนายความให้
โดยทนายความนั้นมีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๓๔/๑
วรรคสาม โดยอนุโลม
ถ้าพนักงานสอบสวนต้องไปทำการสอบสวนในท้องที่อื่นนอกเขตของศาลซึ่งได้สั่งขังผู้ต้องหาไว้
พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขอให้โอนการขังไปยังศาลในท้องที่ที่จะต้องไปทำการสอบสวนนั้นก็ได้
เมื่อศาลที่สั่งขังไว้เห็นเป็นการสมควรก็ให้สั่งโอนไป

คำแปลภาษาไทย

It is prohibited to keep the arrested person in custody beyond what is necessary according to the circumstances of the case.
In the case of a petty offense, the arrested person may be kept in custody only for such time as is needed to take his statement and to ascertain who he is and where his residence is.
Where the arrested person is not released provisionally and there is a necessity for the purpose of the investigation or the prosecution of the case, the arrested person shall be taken to the court within forty-eight hours from the time the arrested person was brought to the office of the investigating officer under section 83, except where there is force majeure or another unavoidable necessity, by having the investigating officer or the public prosecutor file an application with the court for a warrant to detain the accused. The court shall ask the accused whether he has any objection, and the court may summon the investigating officer or the public prosecutor to explain the necessity, or may summon evidence for its consideration.
In the case of a criminal offense with a maximum penalty of imprisonment not exceeding six months or a fine not exceeding five hundred baht, or both, the court has the power to order detention only once, for a period not exceeding seven days.
In the case of a criminal offense with a maximum penalty of imprisonment exceeding six months but less than ten years, or a fine exceeding five hundred baht, or both, the court has the power to order detention several consecutive times, but each time must not exceed twelve days and all together must not exceed forty-eight days.
In the case of a criminal offense with a maximum penalty of imprisonment of ten years or more, whether or not there is also a fine, the court has the power to order detention several consecutive times, but each time must not exceed twelve days and all together must not exceed eighty-four days.
In the case under paragraph six, when the court has ordered detention for the full forty-eight days, if the public prosecutor or the investigating officer files an application with the court to detain further by claiming a necessity, the court may order further detention only when the public prosecutor or the investigating officer has shown the necessity and has brought evidence for the court to examine until the court is satisfied.
In the examination under paragraph three and paragraph seven, the accused has the right to appoint a lawyer to state objections and to question witnesses. If the accused has no lawyer because there has not yet been compliance with section 134/1 and the accused so requests, the court shall appoint a lawyer for him, and that lawyer has the right to receive a fee and expenses as prescribed in section 134/1 paragraph three, mutatis mutandis.
If the investigating officer must conduct the investigation in another locality outside the jurisdiction of the court that ordered the detention of the accused, the investigating officer may file an application to transfer the detention to the court in the locality where the investigation must be conducted; and when the court that ordered the detention deems it appropriate, it shall order the transfer.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 87 เป็นหลักสำคัญเรื่องระยะเวลาการควบคุมผู้ถูกจับก่อนฟ้องในหมวด 1 กำหนดให้นำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน และวางกรอบการฝากขัง คือความผิดเบาที่สุดสั่งขังได้ครั้งเดียวเจ็ดวัน ความผิดระดับกลางรวมไม่เกินสี่สิบแปดวัน และความผิดที่มีโทษสิบปีขึ้นไปรวมไม่เกินแปดสิบสี่วัน โดยแต่ละครั้งไม่เกินสิบสองวันและศาลต้องพิจารณาเหตุจำเป็น มีการตรวจสอบเหตุจำเป็นโดยศาล สิทธิมีทนายความในการไต่สวนตามมาตรา 134/1 และกลไกโอนการขังเมื่อการสอบสวนย้ายไปเขตอื่น บทบัญญัตินี้ใช้ร่วมกับมาตรา 86 (วิธีควบคุม) และมาตรา 90 (การคุมขังโดยมิชอบ)

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้เป็นเกราะสำคัญกันการถูกควบคุมโดยไม่มีกำหนด คือตำรวจต้องนำตัวท่านไปศาลภายใน 48 ชั่วโมง และขังต่อได้เฉพาะตามหมายขังที่ผู้พิพากษาอนุญาตเป็นคราวๆ ภายในเพดานที่ผูกกับฐานความผิด ในการไต่สวนฝากขังท่านคัดค้านและมีทนายความได้ และศาลตั้งทนายความให้ได้หากท่านไม่มี เนื่องจากการคัดค้านฝากขังและการขอปล่อยชั่วคราวเกิดขึ้นเร็ว ควรเตรียมตัวล่วงหน้า

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2560 (2017)

    มาตรา 87 ให้อำนาจศาลออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนเมื่อมีเหตุจำเป็น แต่การที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ขอฝากขังไม่ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หากฟ้องภายในอายุความ

    แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ขอฝากขังจำเลยในคดีนี้ แต่จำเลยถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่แล้วจึงอยู่ในอำนาจศาล อำนาจฟ้องของโจทก์ไม่เสียไปเพราะฟ้องภายในอายุความ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8484/2549 (2006)

    ตามมาตรา 87 วรรคสี่ ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ การฝากขังทำได้เฉพาะเพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้น และผู้พิพากษาต้องตรวจสอบเหตุจำเป็นก่อนอนุญาตให้ขังต่อ

    ศาลอธิบายมาตรา 87 วรรคสี่ ว่าการฝากขังมีเพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นเท่านั้น และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจสั่งฝากขัง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3502/2542 (1999)

    การฝากขังตามมาตรา 87 วรรคสี่ สั่งได้เฉพาะเพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นเท่านั้น การขอฝากขังเพื่อสืบสวนขยายผลเป็นการขัดต่อบทบัญญัติดังกล่าว

    ผู้ต้องหาคัดค้านว่าการขอฝากขังเป็นไปเพื่อสืบสวนขยายผลมิใช่เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้น ศาลชี้ว่ามาตรา 87 วรรคสี่ ให้ฝากขังได้เฉพาะเพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้น ประกอบกับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับขณะนั้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ตำรวจควบคุมฉันได้นานเท่าใดก่อนนำตัวไปศาล?

ตามมาตรา 87 หากไม่ปล่อยชั่วคราว ต้องนำตัวท่านไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็น เพื่อให้ตำรวจหรืออัยการขอหมายขัง

ระยะเวลาฝากขังสูงสุดในไทยเท่าใด?

มาตรา 87 กำหนดฝากขังไม่เกิน 7 วันสำหรับความผิดเบาที่สุด รวมไม่เกิน 48 วันสำหรับความผิดที่มีโทษไม่ถึงสิบปี และรวมไม่เกิน 84 วันสำหรับความผิดที่มีโทษสิบปีขึ้นไป โดยแต่ละครั้งไม่เกิน 12 วัน

ฉันมีทนายความในการไต่สวนฝากขังได้หรือไม่?

ได้ มาตรา 87 ให้ผู้ต้องหามีสิทธิแต่งทนายความเพื่อคัดค้านและซักถามพยานในการไต่สวนฝากขัง และหากไม่มีทนายความ ศาลจะตั้งให้เมื่อร้องขอ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น