ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 93: การค้นตัวบุคคลในที่สาธารณสถาน

ตัวบทกฎหมาย

ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด

คำแปลภาษาอังกฤษ

ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 93 ว่าด้วยการค้นตัวบุคคล (ต่างจากการค้นสถานที่) เมื่อบุคคลนั้นอยู่ในที่สาธารณสถาน โดยไม่ต้องมีหมายค้น เงื่อนไขเดียวคือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของ 3 ประเภท ได้แก่ สิ่งของเพื่อใช้ทำผิด สิ่งของที่ได้มาจากการทำผิด หรือสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด บทนี้เสริมกับมาตรา 92 (ค้นในที่รโหฐาน) และมักนำไปสู่การจับโดยไม่มีหมายตามมาตรา 78 เมื่อพบความผิดซึ่งหน้าจากการค้นตัว

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ความชอบด้วยกฎหมายของการค้นในที่สาธารณะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าพนักงานมีเหตุอันควรสงสัยก่อนค้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พบภายหลัง ร้านค้าหรือร้านอาหารที่มีลูกค้าอยู่ถือเป็นที่สาธารณสถาน ไม่ต้องมีหมายค้น หากถูกค้นตัวในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ย่อมโต้แย้งการค้นและการยึดของกลางได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19357/2556 (2013)

    เหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด ให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจค้นตัวในที่สาธารณสถานได้ตามมาตรา 93 และไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

    ศาลเห็นว่าเจ้าพนักงานเข้าค้นเพราะมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้เสียหายมีสิ่งของเพื่อใช้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงมีอำนาจตามมาตรา 93 ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและบุกรุก

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3751/2551 (2008)

    ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีลูกค้าอยู่เป็นที่สาธารณสถาน ไม่ใช่ที่รโหฐาน เมื่อเจ้าพนักงานมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลมีเมทแอมเฟตามีน ย่อมค้นตัวได้โดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 93 และเมื่อพบความผิดซึ่งหน้าก็จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ

    เพราะมีลูกค้านั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของจำเลย จึงเป็นที่สาธารณสถานไม่ใช่ที่รโหฐาน เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีน เจ้าพนักงานค้นได้โดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 93 และของกลางที่พบเป็นความผิดซึ่งหน้าจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตามมาตรา 78 (1) การค้นและจับกุมจึงชอบด้วยกฎหมาย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2555 (2012)

    การค้นตัวบุคคลในที่สาธารณสถานต้องห้าม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 93 เจ้าพนักงานต้องแสดงได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นการค้นเป็นการมิชอบ

    ศาลวินิจฉัยว่าการที่เจ้าพนักงานค้นตัวจำเลยในที่สาธารณสถานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยยกมาตรา 93 มาทั้งมาตราและเน้นว่าเจ้าพนักงานจะค้นตัวบุคคลในที่สาธารณสถานไม่ได้ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่ต้องมีเหตุอันควรสงสัย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2556)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8722/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3751/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6894/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 640/2492 (1949)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1152/2521 (1978)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 883/2520 (1977)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7836-7837/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 19357/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจค้นตัวเราในที่สาธารณะโดยไม่มีหมายได้หรือไม่?

ได้ แต่ต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจและมีเหตุอันควรสงสัยว่าเรามีสิ่งของเพื่อใช้ทำผิด ได้มาจากการทำผิด หรือมีไว้เป็นความผิดตามมาตรา 93

ร้านอาหารหรือร้านค้าถือเป็นที่สาธารณสถานสำหรับการค้นหรือไม่?

ศาลถือว่าร้านค้าหรือร้านอาหารที่เปิดรับลูกค้าเป็นที่สาธารณสถานตามมาตรา 93 ไม่ใช่ที่รโหฐาน จึงไม่ต้องมีหมายค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย

หลังตำรวจพบสิ่งของผิดกฎหมายในที่สาธารณะจะเกิดอะไรขึ้น?

หากการค้นโดยชอบตามมาตรา 93 พบสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ย่อมเป็นความผิดซึ่งหน้า เจ้าพนักงานจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตามมาตรา 78 (1)

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 93. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-93/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 93
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-93/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-93/"><p>ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-93/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง