ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

138: ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever resists or obstructs an official, or a person required by law to assist an official, in the performance of his duty shall be liable to imprisonment not exceeding one year, or a fine not exceeding twenty thousand baht, or both.
If such resistance or obstruction is committed by using force or by threatening to use force, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding two years, or a fine not exceeding forty thousand baht, or both.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๑๓๘ คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ราชการจากการต่อสู้และขัดขวาง องค์ประกอบคือ เจ้าพนักงาน (หรือผู้ที่กฎหมายกำหนดให้ช่วยเจ้าพนักงาน) กำลังปฏิบัติหน้าที่ และการกระทำของผู้กระทำที่ต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัตินั้น วรรคสองเป็นเหตุฉกรรจ์เมื่อการต่อสู้หรือขัดขวางกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง เพิ่มโทษจำคุกเป็นสองเท่า เงื่อนไขสำคัญคือเจ้าพนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย หากเกินอำนาจหน้าที่ความผิดอาจไม่เกิด มาตรา ๑๓๘ เป็นบทพื้นฐานที่มาตรา ๑๔๐ เพิ่มโทษเมื่อมีหรือใช้อาวุธ ร่วมกันตั้งแต่สามคน หรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเป็นข้อหาที่พบบ่อยมากจากการจับกุม ตรวจค้น ด่านตรวจ และการบังคับใช้กฎหมาย มักฟ้องเพิ่มจากความผิดหลัก การขัดขวางโดยไม่ใช้กำลังตามวรรคหนึ่งมีโทษสูงถึงหนึ่งปี แต่เมื่อมีการใช้กำลังหรือขู่เข็ญ โทษเพิ่มเป็นสองเท่าตามวรรคสอง และหากมีอาวุธ ร่วมกันตั้งแต่สามคน หรือใช้อาวุธปืน มาตรา ๑๔๐ จะเพิ่มโทษอีก ข้อต่อสู้สำคัญคือเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้นหรือไม่ โทษมักสั้นและรอการลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดครั้งแรก ดังที่ปรากฏในคำพิพากษา

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2460/2563 (2020)

    คู่ความที่ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษานั้นเพียงเพราะไม่เห็นพ้องด้วยกับเหตุผลแห่งการวินิจฉัย เพราะข้อวินิจฉัยที่เป็นประโยชน์แก่คดีของตนย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงตน เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามฟ้องและพิพากษายกฟ้อง คำพิพากษานั้นย่อมคงอยู่ เว้นแต่ฎีกาของโจทก์จะฟังขึ้น

    โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองตามมาตรา 83 และมาตรา 138 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดตามฟ้อง และพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืนและยกฎีกาของโจทก์ ส่วนฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ไม่เห็นพ้องด้วยกับเหตุผลแห่งการวินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เพราะจำเลยทั้งสองชนะคดีแล้ว และข้อวินิจฉัยดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนต่อจำเลยทั้งสอง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 230 คดี (พ.ศ. 2504 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2460/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 947/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8586/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5095/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5256/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7322/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6875/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6252/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

โทษจำคุกของเจ้าพนักงานตามมาตรา 138

การบังคับใช้กฎหมายเป็นระยะเวลานานหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หากใช้กำลังหรือเป็นระยะเวลานานเป็นระยะเวลานานหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

เจ้าพนักงานต้องชอบโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เจ้าพนักงานจะต้องชอบโดยชอบด้วยกฎหมายหากเกินอำนาจหน้าที่ความผิดไม่สามารถเกิดได้

อะไรที่ทำให้อาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างมาก

กำลังหรือการปฏิบัติตามกฎเพิ่มของระบบสุริยะตามวรรคสองและการมีส่วนของร่างกายตั้งแต่นั้นเป็นต้นไปเพดานหลังคานั้นอีกตามมาตรา 140

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 138 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 138. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-138/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-138/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-138/"><p>ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 138 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-138/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง