140: ต่อสู้ขัดขวางข่มขืนใจเจ้าพนักงานฉกรรจ์
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าความผิดตามมาตรา ๑๓๘ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๓๙ ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
If the offence under Section 138 paragraph two or Section 139 is committed by carrying or using a weapon, or by joint commission by three or more persons, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding five years, or a fine not exceeding one hundred thousand baht, or both.
If it is committed by invoking the power of a secret society or a gang, whether or not such secret society or gang exists, the offender shall be liable to imprisonment from two years to ten years, and a fine from forty thousand baht to two hundred thousand baht.
If the offence under this Section is committed by carrying or using a firearm or explosive, the offender shall be liable to a penalty one half heavier than that provided by law in the preceding two paragraphs.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา ๑๔๐ เป็นบทเพิ่มโทษสำหรับความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและข่มขืนใจ ใช้เฉพาะเมื่อการกระทำพื้นฐานเข้ามาตรา ๑๓๘ วรรคสอง (ต่อสู้โดยใช้กำลัง) หรือมาตรา ๑๓๙ (ข่มขืนใจ) แล้ว โดยวางเหตุฉกรรจ์สามชั้น คือ การมีหรือใช้อาวุธหรือร่วมกันตั้งแต่สามคน (สูงถึงห้าปี) การอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ซึ่งใช้ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ (สองถึงสิบปี) และการใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ซึ่งเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งจากสองวรรคก่อน ศาลฎีกาจัดมาตรา ๑๔๐ วรรคสาม ไว้ในกลุ่มบทเพิ่มโทษเพราะอาวุธปืนเช่นเดียวกับมาตรา ๑๙๐ ๑๙๑ และ ๓๔๐ สะท้อนนโยบายป้องปรามการยกระดับไปสู่อาวุธปืนแม้เพียงพกพาโดยมิได้ยิง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
จุดนี้คือที่การต่อสู้ขัดขวางหรือข่มขืนใจเจ้าพนักงานเปลี่ยนจากข้อหาเล็กเป็นข้อหาร้ายแรงจริง โทษสูงถึงห้าปี หรือสองถึงสิบปีสำหรับคดีที่เชื่อมโยงกับอั้งยี่ซ่องโจร และเพิ่มอีกกึ่งหนึ่งเมื่อเกี่ยวกับอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด สำคัญคือเพียงพกอาวุธปืนไปที่เกิดเหตุก็อาจเข้าเหตุเพิ่มโทษแม้ไม่ได้ยิง หากเป็นปืนที่พร้อมใช้ การมีอาวุธจึงชี้ขาด เหตุเพิ่มโทษเพราะอ้างอำนาจอั้งยี่ซ่องโจรใช้แม้อั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นไม่มีจริง โดยมุ่งที่ผลของการข่มขู่จากการอ้างนั้นเอง เนื่องจากคดีเหล่านี้มักฟ้องรวมกับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน โทษจึงอาจทับซ้อน การมีทนายผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 5681/2568 (2025)
มาตรา 140 วรรคสาม เป็นหนึ่งในบทเพิ่มโทษเพราะอาวุธปืน การนำอาวุธปืนที่พร้อมใช้ติดตัวไปกระทำความผิดถือเป็นเหตุเพิ่มโทษแม้จะมิได้ใช้ยิง
ศาลฎีกาอธิบายว่าเพราะอาวุธปืนเป็นอาวุธอันตรายร้ายแรงที่ทำอันตรายถึงชีวิตได้โดยง่าย กฎหมายจึงป้องปรามการยกระดับไว้ในหลายบท โดยอ้างมาตรา 140 วรรคสาม ควบคู่กับมาตรา 190, 191 และ 340 และวินิจฉัยว่าการพกอาวุธปืนที่พร้อมใช้ไปกระทำความผิดเข้าบทเหล่านี้แม้มิได้ใช้ยิง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 119 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8586/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 692/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6252/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13654/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9243/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3031/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9567/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8308/2544 (2001)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 140 ใช้เมื่อใดก็ได้
ใช้เมื่อความผิดตามมาตรา 138 วรรคสองหรือมาตรา 139 เหตุผลที่นำไปสู่การดำเนินการตั้งแต่การเดินทางอ้างอำนาจอยี่หรือซ่องโจร ไดร์เวอร์ไดร์เวอร์หรือวัตถุระเบิด
การเฝ้าระวังในเหตุฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นแม้จะไม่ได้ยิงหรือไม่
ตรวจสอบศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการพกพาไดรฟ์ที่พร้อมใช้ในที่ที่อาจเข้าเหตุอาจเพิ่มขึ...
จอมยี่หรือโจรต้องมีอยู่จริงหรือไม่
การอ้างอำนาจอยี่หรือโซโรโจรเป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของสภาพอากาศไม่ว่าอไจยี่หรือซอร์โจรนั้นมีอยู่จริงหรือไม่
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 140 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 140. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-140/ (accessed 20 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 140 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-140/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-140/"><p>ถ้าความผิดตามมาตรา ๑๓๘ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๓๙ ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 140 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-140/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา