หลักฐานทางแพ่งที่แยกต่างหากจากกระบวนการทางอาญา หลักฐานหลักฐานในคดีแพ่งเทคโนโลยีจากคดีอาญา
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
เมื่อมีการถอนฟ้องคดีอาญา จะไม่มีคำพิพากษาคดีอาญาใด ๆ ที่มีผลผูกพันศาลแพ่ง ศาลแพ่งจะต้องประเมินหลักฐานอย่างอิสระโดยไม่พึ่งพาคำพิพากษาคดีอาญาที่ไม่มีอยู่จริง.
เมื่อคดีอาญาถูกถอนฟ้องโดยไม่มีคำพิพากษาอาญาที่ศาลแพ่ง ศาลแพ่งต้องประเมินการตรวจสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
เมื่อมีการถอนฟ้องคดีอาญา จะไม่มีคำพิพากษาคดีอาญาใด ๆ ที่มีผลผูกพันศาลแพ่ง ศาลแพ่งจะต้องประเมินหลักฐานอย่างอิสระโดยไม่พึ่งพาคำพิพากษาคดีอาญาที่ไม่มีอยู่จริง.
เมื่อคดีอาญาถูกถอนฟ้องโดยไม่มีคำพิพากษาอาญาที่ศาลแพ่ง ศาลแพ่งต้องประเมินการตรวจสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 6010/2564 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 6010/2564 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
ปี: 2021 (พ.ศ. 2564)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: CCC — มาตรา 420
สรุป
โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งโดยอ้างอิงข้อเท็จจริงจากคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง แต่ข้อกล่าวหาทางอาญาถูกยกฟ้อง ศาลวินิจฉัยว่าศาลแพ่งต้องประเมินหลักฐานอย่างอิสระ.
คำตัดสินของศาล
เมื่อมีการถอนฟ้องคดีอาญา จะไม่มีคำพิพากษาคดีอาญาใด ๆ ที่มีผลผูกพันศาลแพ่ง ศาลแพ่งจะต้องประเมินหลักฐานอย่างอิสระโดยไม่พึ่งพาคำพิพากษาคดีอาญาที่ไม่มีอยู่จริง.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
โจทก์เซอร์ไพรส์และแก้ไขคำแถลงขอให้บังคับจำเลยที่ 1 2,640,237.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราลูกอม 7.5 ชนิดของต้นเงิน 2,740,237.25 บาท นับแต่วันที่นางสาวธนภรรับผิดต่อโจทก์จนถึงวันเซอร์ไพรส์เป็นเงิน 119,314.50 บาท และที่น่าสนใจต่อเนื่อง 7.5 การพิจารณาของเงิน 2,740,237.25 บาท นับแต่วันสอบสวนก่อนที่จะชำระหนี้เสร็จแก่ทก์ให้จำเลยที่ 2 คืนเงิน 1,407,659.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ของต้นวันที่เงิน 1,507,659.50 บาท นับแต่นางสาวธนภรยอมรับความผิดต่อโจทก์จนถึงวันประชุมเป็นเงิน 65,646.01 บาท และดอกเบี้ยสูงสุด 7.5 ต่อปีโจโจ้ ของต้นเงิน 1,507,659.50 บาท นับแต่วันพิจารณาจนกว่าจะชำระเสร็จเรียบร้อยโจทก์ให้จำเลยที่ 3 2,195,369 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 ชนิดของต้นเงิน 2,315,369 บาท นับแต่วันที่นางสาวธนภรยอมรับความผิดต่อโจทก์จนถึงวันเซอร์ไพรส์เป็นเงิน 100,815.03 บาท และดอกเบี้ยเปอร์เซ็นต์ 7.5 เดือนของเงิน 2,315,369 บาท นับแต่วันพิจารณาจนกว่าจะชำระเสร็จจนโจทก์ให้จำเลยที่ 4 1,124,093 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 ชนิดของต้นเงิน 1,224,093 บาท นับแต่วันที่นางสาวธนภรยอมรับความผิดต่อโจทก์ในวันนั้นดูหนังเป็นเงิน 53,299.05 บาท และดอกเบี้ยต่อเนื่อง 7.5 เปอร์เซ็นต์ของต้นเงิน 1,224,093 บาท นับวันแต่การพิจารณาจนกว่าจะชำระเสร็จจนโจทก์ไม่ต้องจำเลยที่ 5 คืนเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงถึง บาท 7.5 บาท ขึ้นอยู่กับต้นเงิน 150,000 บาท นับแต่วันที่นางสาวธนรยอมรับผิดต่อโจทก์จนถึงวันเซอร์เป็นเงิน 6,531.25 บาท และดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยต่อ 7.5 ลักษณะของเงิน 150,000 บาท นับแต่วันดูหนังจนกว่าจะทำเสร็จจนโจทก์
จำเลยทั้งห้าให้การขอยกเซอร์กิต
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 247,119.50 พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 ของต้นเงินโดยนับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ต่อไปจะชำระหนี้เดือนโจทและให้จำเลยที่ 3 เงิน 114,487 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราการนำเสนอ 7.5 นับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ก่อนจนกว่าจะชำระหนี้จนครบโจทก์กับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤฤชาแทนโจทก์โดยทฤษฎีทนายความ 10,000 บาท ค่าขึ้นศาลให้คำนวณตามทุนทรัพย์เท่าโจทก์ชนะคดีอาจยกเซอร์เคิลเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาต่อเนื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ให้ตกเป็นพับ
โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 หนังสือร้องขอความเป็นธรรม
ศาลฎีกาพิพากษายืนค่าฤชาอย่างต่อเนื่องชั้นในจดหมายเหตุให้เป็นที่สาธารณะ
โจทก์ฎีกาโดยคริสตัลฎีกา
ฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่คู่เพื่อค้นหากันในชั้นนี้รับฟังเป็นระบบควบคุมว่าโจทก์เป็นการตรวจสอบประเภทบริษัทมหาชนจำกัด และดำเนินการธุรกิจเครือข่ายประกันภัยวินาศภัยความสามารถของโจทก์ในสัญญาประกันภัยอุบัติเหตุกับโจทก์บรรจุภัณฑ์บัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเอทีเอ็ม) ประเภทบัตรเดบิต ธนาคารก. โครงสร้างการจัดสรรพื้นที่สินไหมในส่วนนี้จะจ่ายให้ต่ออุบัติเหตุ 1 เข้าสู่ระบบการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ขวดพลาสติกผู้เอาประกันภัยโลหะธนภรเป็นพนักงานของโจทก์ตำแหน่งพนักงานสินไหม ตรวจสอบเอกสารที่ผู้เอาประกันภัยทำเรื่องขอเบิกเงินค่าสินไหมนอกจากนี้จำเลยที่ 1 เป็นที่ชื่นชอบโดยกฎหมายของนางสาวธนภรและเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. จำเลยที่ 2 เป็นสามีไม่จดทะเบียนของนางสาวธนภรและเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารส. สาขาอ่อนนุช จำเลยที่ 3 เป็นน้องเขยของนางสาวธนกรและเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารอ. กับธนาคาร ท. จำเลยที่ 4 เป็นบุตรของน้าชายนางสาวธนภรและเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารส. สาขาบิ๊กซี พระราม 2 ส่วนใหญ่จำเลยที่ 5 เป็นหลานของนางสาวธนภรและเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารส. สาขาเซ็นทรัล พระรามที่ 2 ก่อนระหว่างปี 2555 ถึงปี 2559 ที่ธนภรโดยทั่วๆ ไปด้วยเอกสารสำหรับใช้ในการตรวจสอบช่องสินไหมที่ที่ท็อกซ์จ่ายให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้วมาทำปลอมโดยแก้ไขข้อความตรวจสอบและเป็นเท็จแล้วตรวจสอบชุดเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมต้นฉบับที่ลูกค้าเอาประกันภัยแนบท้ายเอกสารประกอบฉากค่าสินไหมใส่มาภาคซ้ำและเสนอให้โจทก์พิจารณาการพิจารณาสินไหมอีก โดยนางสาวธนภรสูรเป็นเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยทั้งห้าเพื่อให้โจทก์เข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์นั้น โดยข่าวเป็นเหตุให้โจทก์โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 รวม 179 จริงเงิน 2,740,237.25 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 รวม 112 ใหม่เป็นเงิน 1,507,659.50 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 3 แยกเป็นบัญชีแรกรวมธนาคาร 79 ต่อไปเป็นเงิน 1,023,687 บาท และหลังรวม 101 ทั้งหมดเป็น 1,291,691 บาท บัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 4 รวม 98 บัญชีนี้เป็นเงิน 1,224,093 บาท และเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 5 รวม 15 โดยตรงเป็นเงิน 150,000 บาท ในวันที่ 28 ธันวาคม 2559 โดยธนภรธนาคารยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ส่วนใหญ่เป็นเงิน 620,000 บาท ที่โจทก์นำมาคิดหักชำระหนี้เงินที่โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยทั้งห้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เป็นเงินคนละ 100,000 บาท และจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 120,000 บาท และสืบสวนสอบสวนใน จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพิ่มเติมต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลตั้งแต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ฎีกาส่วนคดีโจทก์ในตอนแรกจำเลยที่ 4 ความยุติธรรมตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมเนื่องจากโจทก์ไม่ฎีกา
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 ส่วนนั้นและต้องรับผิดต่อโจทก์เซอร์ตามหรือเห็นว่าเป็นจุดที่โจทก์ยึดเป็นหลักแห่งการควบคุมว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 พิจารณาต่อโจทก์คือ จำเลยที่ 1 และที่ 5 รับโอนเงินจากนางสาวธนภรเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 1 และที่ 5 ข้อเท็จจริงสำคัญที่คำนึงถึงความพิจารณาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 รู้หรือไม่ว่านางสาวธนภรได้เงินในลักษณะมาโดยมิชอบแต่โจทก์คงเหลือเพียงนางวิริยะ ส่วนประกอบฝ่ายสินไหมในส่วนของการให้อำนาจโจทก์เป็นผงตรวจสอบความความตามข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นเครือข่ายและความเชื่อมโยงพันฉันญาติระหว่างนางสาวธนภรกับจำเลยที่ 1 และที่ 5 และทางบัญชีเงินฝากธนาคารในการรับธุรกรรมทางการเงินและเมื่อรับโอนมาแล้วสืบสวนสอบสวนหรือการเงินต่อเนื่องไปต่อเนื่องกันตลอดมาเป็นข้อพิจารณาฤพติที่สำคัญที่สุดที่สำคัญที่สุดของจำเลยที่ 1 และที่ 5 ส่วนสำคัญจำเลยที่ 1 และที่ 5 อ้างตนเองเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องของนางสาวธนภรเป็นปัจจัยสนับสนุนความว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 สำหรับนางสาวธนภรการเชื่อมโยงบัญชีโจทก์ จำเลยที่ 1 เปิดเงินฝากธนาคารเพื่อการโอนเงินจากหลานที่อยู่ภายนอกให้เป็นค่าใช้จ่ายและจำเลยที่ 1 เจ็บป่วยด้วยการตรวจสอบที่ไม่สืบสวนไปเบิกเงินขอมอบบัญชีเงินฝากธนาคารและบัตรเอทีเอ็มให้นางสาวธนภรรับไปดำเนินการแทนโดยจำเลยที่ 1 เป็นหลักนางสาวธนภรจะทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบ... และจำเลยที่ 5 ให้หมายเลขบัญชีเงินฝากธนาคารแก่นางสาวธนภรแจ้งถึงค่าขายประกันและค่าคอมมิชชัน ซึ่งนับว่าให้รับฟังได้เพราะจำเลยที่ 1 และที่ 5 ทราบเพียงว่านางสาวธนภรทำงานตรวจสอบประกันภัยโดยไม่ปรากฏว่าต่างทราบถึงตำแหน่งงานการตลอดจนการพิสูจน์ที่นางสาวธนภรสิทธิพิเศษจากโจทก์หลักการปฏิบัติของโจทก์ด้วยประการที่จำเลยที่ 1 ส่วนนางสาวธนภรดูแลและต้องให้นางสาวธนภรดูแลจัดการองค์ประกอบเกี่ยวกับสมุดบัญชีเงินฝากเงินฝากธนาคารและบัตรเอทีเอ็มเพื่อให้ทราบที่ผิดวิสัยและจำเลยที่ 5 เป็นที่นางสาวธนภรส่งเสียหลานๆ ติดตามการศึกษาจะยังคงอยู่ในวิสัยที่ก้าวต่อไปไปสอบถามที่มาของเงินที่นางสาวธนภรโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารเช่นการตรวจสอบเมื่อนางสาวธนภรได้เงินข่าวมาด้วยวิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้การปกปิดแก่ประชาชนธนาคารรู้รู้ กรรมการใดที่นางสาวธนภรบอกจำเลยที่ 1 และที่ 5 ให้รู้ถึงประวัติของนางสาวธนภรในส่วนของความสมบูรณ์ของทั้งต่อนางสาวธนภรและจำเลยที่ 1 และที่ 5 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 และที่ 5 ว่าเป็นเงินจากนางสาวธนภรก็ดูธรรมดาของหน้าที่การอุปการะได้จำเลยที่ 1 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการช่วยเหลือจำเลยที่ 5 ค้นพบเพียงข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และเกี่ยวกับที่ 5 กับนางสาวธนภรมีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กันอย่างมากจากนางสาวธนภร เริ่มมีการรับผลตอบแทนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารระหว่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่นำไปสู่การรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 และที่ 5 คือจำเลยที่ 1 และที่ 5 รู้ดีว่านางสาวธนภรได้เงินมาโดยรายงานอันอันจะเป็นเหตุเป็นผลต่อโจทก์ตามผลสืบเนื่อง โจทก์ฎีกาว่าการดำเนินการคดีอาญาแก่จำเลยที่ 1 กับพวกตรวจสอบร่วมกันฉ้อโกง จำเลยที่ 1 ให้ปฏิเสธต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่ได้ให้รายละเอียดและจำเลยที่ 1 ตรวจสอบความในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ 1 เพื่อให้เงินเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลและไปเบิกถอนเงินได้ทุกเดือนนั้นขัดกับข้อเรียกร้องของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ป่วยด้วยน้ำมันมะกอกที่ไม่มีประสิทธิภาพไปเบิกเงินให้มอบสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มให้นางสาวธนภรรับไปดำเนินการแทนเป็นข้อพิรุธนั้น โจทก์ไม่ได้นำสืบข้อเท็จจริงในลักษณะอันจะนำไปสู่การรับฟังเป็นข้อพิรุธของสอบสวนดังที่ฎีกามา และที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลแขวงดุสิตมีคำวินิจฉัยคดีในคดีที่ทอยตรวจสอบคดีนางสาวธนภรกับพวกในคดีร่วมกันฉ้อโกงอันเป็นมูลเหตุที่เกิดขึ้นกับคดีนี้ว่านาธนภรและจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในคดีนี้มีความผิดในคดีฉ้อโกงตามคำตัดสินคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 528/2563 เอกสารท้ายฎีกาจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาส่วนอาญาว่าจำเลยที่ 1 อัยการต่อโจทก์นั้นโจโจ้ คดีพิพากษาส่วนแพ่งที่ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงการพิจารณาคดีคำตัดสินคดีส่วนอาญาตามคำพิพากษาตามการพิจารณาความอาญา มาตรา 46 สำหรับข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่ศาลในคดีแพ่งจำต้องถือถือเป็นข้อเท็จจริงที่พิจารณาคำพิพากษาคดีส่วนอาญาที่ถึงที่สุดแล้วสอบสวนค้นหาคำตามข่าวของจำเลยที่ 3 ฉบับลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เพิ่มเติมในคดีอาญาโจโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 การเปิดตัวของศาลยุติธรรมวิธี และศาลร้องขอให้มีคำสั่งโจทก์เพิกถอนจำเลยที่ 1 ได้อีกต่อไป สิทธินำคดีอาญามาทางเลือกของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 วัตถุประสงค์ของการระงับคดีเฉพาะกฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความตามคำสั่งศาลยุติธรรมและนักข่าวศาลยุติธรรมท้ายคำแถลงคดีอาญาอย่างเด็ดขาดที่ 1 กรณีได้จำหน่ายคดีไปโดยไม่ได้พิจารณาและมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้วย่อมไม่มีข้อเท็จจริงอันถึงที่สุดในคดีอาญาที่ศาลในคดีนี้จำต้องถือตามหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงของหลักฐานของจำเลยที่ 1 และที่ 5 ข้อเท็จจริงการพิจารณาไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 5 ตรวจสอบต่อโจทก์ตามดูหนังที่ศาลยุติธรรมยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 5 มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกต่อไปว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มุมมองรับผิดต่อโจทก์หลัก เห็นโจทก์เซอร์ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 การดำเนินการต่อโจทก์ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 รวม 112 ต่อไปเป็นเงิน 1,507,659.50 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 3 แยกเป็นบัญชีแรกรวม 79 เลยเป็นเงิน 1,023,687 บาท และบัญชีหลังรวม 101 อีกครั้งเป็น 1,291,691 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ 3 รับโอนเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 ประวัติ 2,315,378 บาท หลังคาที่โจทก์ได้รับจากประวัติของจำเลยที่ 2 และที่ 3 อันดับแรกเงินที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารของประธานาธิบดีต้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่เป็นสาเหตุให้เกิดการรู้เห็นกับนางสาวธนภร จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องรับผิดด้วยที่รับโอนทั้งหมดดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 โอนเงินคืนแก่นางสาวธนภร… ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยชื่อเสียงของโจทก์มีคำขอให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินคืนเป็นเงิน 2,315,369 บาท และย้อน 28 ธันวาคม 2559 ในธนภรยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ต่อเดือนเป็นเงิน 620,000 บาท โจทก์นำมาคิดหักล้างหนี้เงินที่โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาท จำเลยที่ 3 เป็นเงิน 120,000 บาท ร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 บาท 1,407,659.50 บาท และจำเลยที่ 3 2,195,369 พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่นางสาวธนภรยอมรับผิดต่อโจท จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อรับผิดชำระเงินจำนวนในแก่โจทก์ในการค้นหาของโจทก์เป็นตัวอย่างโจทก์ถือเอาวันที่สาวธนภรยึดคืนเงินผิดต่อโจทก์เป็นวันที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผิดนัดเริ่มต้นฐานที่จะคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดส่วนต้นเงินที่นำมาคิดดอกเบี้ยต้องเป็นไปตามต้นเงินที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 หลักการรับผิดคืนให้โจทก์ มิกส์ต้นเงินเดิมคือนำเงินของนางสาวธนภรมาหักชำระหนี้ในโจทก์ใช่มีคำขอ
นึ่งเพื่อตรวจสอบของศาลฎีกา มีประกาศใช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 ซึ่งจะใช้ในการควบคุมในช่วงวันที่ 11 เมษายน 2564 โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดว่าสามารถแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 และมาตรา 224 วรรคหนึ่งดอกเบี้ยผิดนัดจากอัตราความขัดแย้ง 7.5 ตรวจสอบเป็นอัตราความเข้มข้น 5 พิจารณาหรือเพิ่มเติมกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ส่วนนี้เป็นกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดตามเวลาที่ต้องการในช่วงเวลาต่างๆ มากมายกำหนดนี้ใช้บังคับอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจในแนวนอนเป็นข้อกฎหมายและประกอบด้วยการเตรียมการของประชาชนศาลฎีกากรรมการยกขึ้นขึ้นวินิจฉัยได้เองและกำหนดดอกเบี้ยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวตามการพิจารณากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 (5)
แก้เป็นว่าไม่ต้องจำเลยที่ 2 1,407,659.50 บาท และจำเลยที่ 3 ชำระเงิน 2,195,369 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราการเต้นของหัวใจ 7.5 หลักของต้นเงินที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร้านรับผิดตรวจสอบนับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป 10 เมษายน 2564 และผู้พิพากษาศาล 5 หลักการ 11 เมษายน 2564 ก่อนชำระเสร็จสิ้นจนโจทก์ใช้เวลานานกว่านี้ในวันที่ 11 เมษายน 2564 สำนักงานกระทรวงการคลังของอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาบางครั้งบางๆให้ห้องโถงส่วนนั้นแต่ต้องไม่เกินอัตราความเข้มข้น 7.5 การพิจารณาโจทก์ขอผู้สมัครที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมค่าฤชาชั้นฎีกาให้เป็นพับ
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า