ตรวจสอบแล้ว ตัดแล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 6234/2564 คำพิพากษาที่ 6234/2564 พ.ศ. 2564 (พ.ศ. 2567)

เจ้าหน้าที่โรงเรียน — ความรับผิดร่วมกันในกรณีการไล่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ — รับผิดร่วมกันจากการไล่ออกโดยมิชอบ

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดต้องรับผิดร่วมกันภายใต้มาตรา 420 และ 432 การลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดที่สามารถดำเนินคดีได้ การละเมิด.

เจ้าหน้าที่ของเหตุการณ์นี้ผิดต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 420 และ 432

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งไล่เด็กนักเรียนออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจดังกล่าวต้องรับผิดร่วมกันภายใต้มาตรา 420 และ 432.
โรงเรียนเอกชนไล่ออกโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายอย่างเป็นทางการเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 420 และ 432

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดต้องรับผิดร่วมกันภายใต้มาตรา 420 และ 432 การลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำละเมิดที่สามารถฟ้องร้องได้.
เจ้าหน้าที่ของเหตุการณ์นี้ผิดต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 420 และ 432

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 6234/2564 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 6234/2564 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

คำตัดสินของศาลฎีกา เลขที่ 6234/2564
ปี: 2021 (พ.ศ. 2564)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: CCC — มาตรา 420, 432

สรุป
โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งไล่เด็กนักเรียนออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจดังกล่าวต้องรับผิดร่วมกันภายใต้มาตรา 420 และ 432.

คำตัดสินของศาล
เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดต้องรับผิดร่วมกันภายใต้มาตรา 420 และ 432 การลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำละเมิดที่สามารถฟ้องร้องได้.

---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
ตามบทบัญญัติมาตรา 50, 54 วรรคหนึ่ง อ้างแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 17, 45 วรรคหนึ่งคุณสมบัติ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และมาตรา 4 คำจำกัดความของคำว่า "การพิจารณาคดีบังคับ" "สถานศึกษา" "เด็ก" นี้ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 เป็นบทประชาชนทั่วไปในไทยและการศึกษาภาคบังคับ ส่วนหน้าที่ของรัฐจัดการศึกษาให้กับประชาชนทั่วไปในไทยตามกฎหมายควบคุมการเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวัยเรียนคือชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 ส่วนประกอบของส่วนบังคับคือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำเลยที่ 1 เปิดสอนการศึกษาภาคบังคับควบคุมสถานศึกษาตามคำจำกัดความของพ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับฯ โดยคำนึงในโรงเรียนเอกชนหรือรัฐ จำเลยที่ 1 คณะกรรมการตรวจสอบภาคการศึกษาวิจัยบทวิเคราะห์ของสถาบันและวิจัยภาคส่วน 17 เพิ่มเติม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ และมาตรา 4 นี้ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับฯ ยังคงต้องแก้ไขอายุของเด็กก่อนวัยเรียนให้ความเห็นฉบับปัจจุบัน จำนวนชั้นปีที่ต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างต่อเนื่องรุ่นปกติอายุเด็กซึ่งเริ่มตั้งแต่อายุย่างเข้าตลอดอายุจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหกมีการพิจารณาภาคบังคับไม่เกี่ยวกับการศึกษาโดยรัฐหรือเอกชนดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ออกกลางคันหรือจำหน่ายนักเรียนจากทะเบียนนักเรียนโดยไม่มีเหตุพิจารณากฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำให้มูลเหตุที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จากโรงเรียนของจำเลยที่ 1 เกิดจากโรงเรียนของจำเลยที่ 1 โดยคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนแสดงให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ถึงสภาพที่นักเรียนสามารถรับรู้ได้ว่าเป็นนักเรียนจากทะเบียนนักเรียนโดยธรรมชาติตามระบบการปกครองของโรงเรียนจำเลยที่ 1 โดยทั่วไปจะผิดภาพรวมที่ตามบทวิเคราะห์และกฎหมายของสิทธิขั้นพื้นฐานของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ในการพิจารณาคดีบังคับอย่างต่อเนื่อง รายงานของจำเลยที่ 1 โดยตรงผู้ประกอบธุรกิจให้บริการทางการศึกษาโดยตรงต่อโจทก์เป็นหลักก่อนผู้บริโภคที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ที่ 2 ที่ 3 4 อีกครั้งมีส่วนร่วมจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยตรงผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ของระบบแทนจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ต่อจากนั้นให้ระบบการปกครองของจำเลยที่ 1 ตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 24 ร่วมจำเลยที่ 1 แก้ไขข้อผิดพลาดในผลแห่งการต่อโจทก์ตามป.พ.พ. มาตรา 420 และมาตรา 1167 บริเวณโรงเรียนมาตรา 427 จำเลยที่ 4 จานและระบบควบคุมในการลงทะเบียนนักเรียนกับปกติให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียนตาม พ.ร.บ.เอกชนฯ มาตรา 39 (4) (6) แต่กลับทำผิดหน้าที่และร่วมจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 รับผิดในผลแห่งความยุติธรรมต่อโจทก์ปกติตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ตรวจตรา 432
โจทก์ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันในค่าใช้จ่ายของระบบทั้งหมดเงินทั้งหมด 6,976,485 บาท พร้อมด้วยผลประโยชน์จากระบบ 7.5 นับแต่วันต่อมาจนกว่าจะชำระเสร็จพร้อมกับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดูแลสุขภาพเป็นหลักของทุนทรัพย์ตามเซอร์ไพรส์โจทก์ด้วย
จำเลยทั้งสี่ให้การขอยกเซอร์กิต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องให้โจทก์ทำหน้าที่ร่วมกันใช้ค่าฤชาแทนจำเลยทั้งสี่โดยทนายความ 80,000 บาท
โจทก์ในกรณีฉุกเฉิน
ศาลยุติธรรมภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันในการชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 200,000 บาท และแก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 677,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5 นับแต่วันวิจารณ์ (วันที่ 23 พฤษภาคม 2561) ก่อนค่อยพิจารณาหลักโจทก์อย่างเป็นทางการ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าฤฤชาเพลียสนามกีฬาแทนโจทก์ปกติโดยส่วนมากที่โจทก์มักจะได้รับการยกเว้นนั้นให้จำเลยทั้งสี่นำมาต่อศาลฎีกาโจทก์เป็นตัวอย่างโดยที่ทนายความรวม 20,000 บาท
จำเลยทั้งสี่ฎีกาโดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคฎีกา
ศาลฎีกาเป็นคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความสืบสวนสอบสวนกันในชั้นนี้รับฟังเป็นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีต่อไทยเป็นบุตรทก์ที่ 3 เกิดกับนายคอสเตียร์กาจำเลยที่ 1 ตรวจสอบประเภทบริษัทจำกัดในโรงเรียนเอกชนในประเภทวิจัยและสอนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำเลยที่ 2 ในการพิจารณาให้โรงเรียนศูนย์กลางผู้มีส่วนร่วมจำเลยที่ 3 ผู้อำนวยการแทนจำเลยที่ 1 ได้โดยตรง จำเลยที่ 4 ไปที่โรงเรียนของจำเลยที่ 1 เป็นต้นไป 2557 ทก์ที่ 3 นำโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไปเข้าเรียนที่โรงเรียนจำเลยที่ 1 ต่อไปในการศึกษา 2560 เลยจำที่ 1 มีหนังสือบอกโจทก์ที่ 3 ตรวจสอบราคาของการศึกษาของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ใส่โจทก์ที่ 3 การศึกษาไม่มีการพิจารณาเงินที่ตรวจสอบโจทก์ที่ 3 ขอจำเลยที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม โจทก์ที่ 3 นอกเหนือจากการเก็บเงินเพื่อการศึกษาของจำเลยที่ 1 ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วไปในการควบคุมดูแลของรัฐที่ควบคุมดูแลสถานศึกษาในพื้นที่ จำเลยที่ 1 เพื่อเชิญให้โจทก์ที่ 3 ไปพบผู้บริหารโรงเรียนจำเลยที่ 1 เพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวข้อง 2 โดยตรงแต่โจทก์ที่ 3 ไม่ไปพบในจำเลยที่ 1 มีหนังสือฉบับลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ส่งไปถึงโจทก์ที่ 3 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ผู้อำนวยการดูแลบริหารโรงเรียนจำเลยที่ 1 พิจารณาตั้งโรงเรียนเพื่อโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ดูวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 จำเลยที่ 1 มีประกาศเรื่องการพิจารณาคดีการศึกษาและรายงานอื่น ๆ ประจำปีการศึกษา 2560 ถึง 2562 ตรวจสอบประวัติการศึกษาและการศึกษาอื่น ๆ 2558 ถึง 2559 ปรากฏว่าอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในการพิจารณาต่างๆ มากมายประจำปีการศึกษา 2558 ถึง 2559 ส่วน 14 ถึง 29 ที่มาโจทก์ที่ 3 โดยตรงให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จากโรงเรียนจำเลยที่ 1 และไปสมัครศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่น ๆ แล้วโจทก์เห็นว่ามาเซอร์เลยจำทั้งสี่เป็นคดีนี้ว่าร่วมกันมีความรับผิดชอบและขอให้ชดใช้ค่าอัยการ
คดีที่มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าเป็นจำเลยทั้งสี่อย่างใดอย่างหนึ่งฎีกาประเด็นแรกว่าจำเลยทั้งสี่ส่วนของบริษัทแก่โจทก์ ฟังก์ชั่นหรือเหตุผลของหลักการแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 50 ผู้ดูแลว่าบุคคลกำกับดูแล บริษัท...(4) บุคคลการศึกษาวิจัยวิจัยภาคบังคับ... มาตรา 54 วรรคหนึ่ง อ้างถึงว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาสิบการพิจารณาก่อนวัยเรียนจนถึงภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ...ศูนย์กลางการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 17 ไดรฟ์สำหรับการศึกษาควบคุมจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กที่อายุย่างเข้าทุกปีในหลักสูตรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอายุจนย่างเข้าที่สิบหกเพื่อสอบได้ชั้นประถมศึกษาของการศึกษาภาคบังคับ... มาตรา 45 วรรคหนึ่งถือว่าให้สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาทุกระดับและสาขาวิชาการศึกษาในกฎหมายกำหนดโดยรัฐต้องกำหนดกฎเกณฑ์และวิจารณ์ของธุรกิจการศึกษา... คณะกรรมการสอบสวนภาคบังคับ พ.ศ.2545 มาตรา 4 นิยามศัพท์ "การศึกษาบังคับ" การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ "สถานศึกษา" สถานการศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ "เด็ก" ส่วนประกอบของอายุย่างเข้าปีที่สิบหกจนถึงระดับเด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว บทวิเคราะห์ของคณะกรรมการแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายตรวจสอบเบื้องต้นตรวจสอบประชาชนทั่วไปในไทยต้องตรวจสอบการศึกษาวิจัยภาคบังคับในขณะที่อายุเดียวกันมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาให้กับประชาชนทั่วไปในไทยพิจารณากฎหมายวินิจฉัยโดยเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนคือชั้นอนุบาล 1 ถึงอายุ 3 ส่วนควบคุมคือคือระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยไม่ต้องเก็บค่าใช้จ่าย จำเลยที่ 1 ในโรงเรียนเอกชนประเภทต่างๆ เพดานขึ้นตามโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คณะกรรมการการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ก่อนวัยเรียนคือชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยโปรแกรม "สถานศึกษา" ตามนิยามหลักในมาตรา 4 นี่เป็นการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยที่ 1 ในโรงเรียนของรัฐหรือรัฐ จำเลยที่ 1 หลักสูตรผู้บริหารจัดการศึกษาภาคควบคุมบทควบคุมของคณะกรรมการแห่งราชอาณาจักรไทยและหน่วยงานอื่นๆ คือ จำเลยที่ 1 โต๊ะจัดการศึกษาภาคบังคับตามหลักสูตรที่ธุรกิจจากกระทรวงศึกษาธิการโดยองค์กรส่งเสริมการศึกษาเอกชนในองค์กรการปกครองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐการควบคุมดูแลการพิจารณาคดีและการพิจารณาอื่นๆ หากพิจารณาดูผลกำไรเกินควรตามหลักสูตรโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 13 และมาตรา 33 โครงสร้างการพิจารณาตามมาตรา 17 โครงสร้างการพิจารณาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และมาตรา 4 การแข่งขันการศึกษาภาคบังคับพ.ศ.2545 ยังแก้ไขกฎเกณฑ์อายุของเด็กก่อนวัยเรียนคือชั้นอนุบาลให้บทสำหรับฉบับปัจจุบันเพื่อดูชั้นปีที่เด็กต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะทำการอายุเด็กซึ่งเริ่มตั้งแต่อายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าสิบหกสำรวจภาคบังคับเพิ่มเติมโดยรัฐหรือการศึกษาต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเด็กออกกลางคันหรือดำเนินการจำหน่ายนักเรียนออกจากทะเบียนนักเรียนเพื่อให้เด็กมีสภาพจากโรงเรียนที่ไม่มีอยู่... กฎหรือระเบียบหลักหาได้ไม่ เพราะเด็กไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสสำหรับการศึกษาภาคบังคับเพื่อการพัฒนาร่างกายจิตใจ วินัย องค์ประกอบสังคมและกลไกหลักๆ เสมอภาคและในส่วนของเด็ก ๆ เพื่อเป็นวุฒิภาวะในขั้นตอนการศึกษาต่อการศึกษาที่มิใช่ภาคบังคับหรือประกอบอาชีพตามความช่วยดูแลต่อไปส่วนการควบคุมดูแลด้านการศึกษาวิจัยในกำกับการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนโรงเรียนเอกชนมักจะดำเนินการให้บริการทางการศึกษาวิจัยภายในค้นคว้าของกฎหมายและข้อพิจารณาระหว่างการพิจารณาหรือผู้ปกครองเด็กกับโรงเรียนเอกชนนั้นหาใช่ศูนย์กลางตามอำเภอใจดังที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาไม่ไม่ สำหรับมูลที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จากโรงเรียนของจำเลยที่ 1 ความจริงฟังเป็นในด้านการศึกษา 2560 จำเลยที่ 1 มีหนังสือสำหรับโจทก์ที่ 3 ตรวจสอบการศึกษาของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่โจทก์ที่ 3 การศึกษาวิจัยไม่มีการพิจารณาเงินที่สืบสวน โจจำเลยที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดโดยการพิจารณาระหว่างกันเมื่อโจทก์ที่ 3 คำที่เห็นได้ชัด 13 มีนาคม 2560 โจทก์ที่ 3 สำหรับหนังสือถึงเขตพื้นที่การศึกษาสำหรับภูเก็ตขอประกาศเกี่ยวกับอัตราส่วนการศึกษาและแบบฟอร์มอื่นๆของโรงเรียนจำเลยที่ 1 มาจำเลยที่ 1 เชิญให้โจทก์ที่ 3 ไปที่พบกับโรงเรียนโดยตรงแต่โจทก์ที่ 3 ไม่ไปพบลำไส้ตรงที่จำเลยที่ 1 หนังสือมีฉบับลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ส่งไปยังโจทก์ที่ 3 จุดเริ่มต้นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ออกจากโรงเรียนจำเลยที่ 1 ใช่สาเหตุมาจากความผิดใดๆ ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่ในส่วนของที่โจทก์ที่ 3 ต้องการทราบรายละเอียดอัตราฟอร์มการศึกษาและรูปแบบอื่นของจำเลยที่ 1 ที่เรียกเก็บเป็นสิทธิของโจทก์ที่ 3 ทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวตามการพิจารณาของโรงเรียน พ.ศ.2550 มาตรา 32 บทท้ายเพราะต่อเนื่องโจทก์ที่ 3 มักจะทราบโดยทั่วไปแจ้งอย่างชัดเจนว่าการพิจารณาคดีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อีกมากมายรายการต่อไปนี้ อาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีการศึกษา ก่อนการพิจารณาครั้งแรกที่จำเป็นต้องมีการที่จำเลยที่ 1 มีการพิจารณาว่าให้โจทก์ที่ 3 ตรวจสอบสิ่งสำคัญที่โรงเรียนแต่โจทก์ที่ 3 ไม่มาและเนื้อความตอนท้ายของหนังสือมองไปที่นั้นโจทก์ที่ 3 พิจารณาตั้งโรงเรียนแก่บุตรโจทก์ที่ 3 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ตรวจสอบที่โรงเรียนของจำเลยที่ 1 ถัดไปดังที่ฉากล่างล่างวินิจฉัยต้องกันมาที่จำเลยทั้งฎีกาว่าการออกหนังสือเป็นไปตามมติของการควบคุมบริหารโรงเรียนโดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อกดดันให้โจทก์ที่ 3 เข้ามาสู่สายตาปรับความเข้าใจกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่มีการพิจารณากฎหมายต้องการให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ออกจากนั้น โรงเรียนในรายงาน โจทก์ที่ 3 เปิดตัวระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังจำเลยที่ 4 ขอทราบสาเหตุว่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 สาเหตุของความผิดอย่างไรและเป็นเหตุให้ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ 17 พฤษภาคม 2560 จำเลยที่ 4 ส่งอีเมลล์ระบบในนามโรงเรียนบริหารโรงเรียนเพื่อตรวจสอบกลับมายังโจทก์ที่ 3 มีข้อความตอนหนึ่งว่า "...เพื่อให้นักเรียนมีสภาพเป็นนักเรียนของสิ่งนั้นมาจากเหตุที่โรงเรียนหรือผลการเรียนของตัวนักเรียนในรายงานนักเรียนคือนี่คือนักเรียนโรงเรียนที่ดีของและทางโรงเรียนก็จะมีออกหนังสือรับรองผลการเรียนของนักเรียนในช่วงที่โรงเรียนจำเลยที่ 1 จุดเริ่มต้น..." อ้างเรื่องนี้ยิ่งย้ำอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของจำเลยที่ 1 วัตถุประสงค์ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 สิ้นสภาพความเป็นนักเรียนของโรงเรียนจำเลยที่ 1 ทั้งที่ความขัดแย้งในเรื่องระหว่างโจทก์ที่ 3 กับจำเลยทั้งสี่ส่วนจำเลยทั้งสี่ฎีกาอีกว่าจำเลยที่ 1 ตรวจสอบที่ว่างในชั้นปีที่ 3 และชั้น 10 เรื่องละ 1 ที่สำหรับโจทก์ที่ 2 และที่ 1 เพิ่มเติมทางโรงเรียนของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบทางระบบอิเล็กทรอนิกส์จากนักเรียนในวันที่ 17 และวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ตามลำดับว่าในความความสามารถควบคุมมาเรียนได้พร้อมคำแปล พิจารณาดูประกาศรายชื่อนักเรียนประจำปีการศึกษา 2560 พร้อมด้วยคำที่ปรากฏขึ้นว่าในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 10 สมาชิกห้องเรียนละ 24 คนดังกล่าวละ 2 ช่องไม่มีให้เห็นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 และที่สำคัญที่โจทที่ 3 รีบเร่งเร่งขวนในยหาที่เรียนให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 หน้าแรกประวัติโรงเรียนเปิดภาคเรียนในการศึกษาใหม่ในวันที่ 21 สิงหาคม 2560 การพิสูจน์ชื่อโจทก์ที่ 1 และที่ที่ 2 ประกาศรายชื่อนักเรียนและจำเลยที่ 1 โดยคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนแสดงเป็นส่วนๆ ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ถึงสภาพจากการเป็นนักเรียนของโรงเรียนจำเลยที่ 1 ย่อมหมายถึงความสามารถในการจำหน่ายจากนักเรียนทะเบียนนักเรียนซึ่งตามหลักเกณฑ์ด้านล่างของโรงเรียนจำเลยที่ 1 ข้อ 27 ตารางเหตุที่จะจำหน่ายนักเรียนเพียง 4 ปีการศึกษาขึ้นไป 1. เมื่อจบหลักสูตร 2. เมื่อลาออก 3. เมื่อตาย และ 4. เมื่อขาดเรียนเกิน 1 ปีการศึกษาขึ้นไป ศึกษาคุณสมบัติของการจำหน่ายนักเรียนจากทะเบียนนักเรียนโดยปราศจากอำนาจ จุดเริ่มต้นที่สืบเนื่องมาจากราชอาณาจักรไทยและกฎหมายนั้นรวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท็อกซ์ที่ 1 และที่ 2 สำหรับการศึกษาภาคบังคับอย่างต่อเนื่องจากกลางโรงเรียนคันเสียชื่อเสียงที่ดังได้วินิจฉัยมาก่อนหน้านี้ ตรวจสอบของจำเลยที่ 1 ผู้ผลิตธุรกิจที่ให้บริการทางการศึกษา กรรมการต่อโจทก์ประธานผู้บริโภคที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เห็นได้ชัดจำเลยที่ 1 ไม่ผิดต่อโจทก์เพื่อตรวจสอบโจโจ้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยตรงเป็นผู้ควบคุมดูแลส่วนต่างๆ ส่วนการแทนจำเลยที่ 1 บางครั้งจำเลยที่ 2 ในช่วงที่ทุกคนสามารถให้โรงเรียน อยู่ในฐานะปกติของจำเลยที่ 1 ตามการแข่งขันโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 24 ขอร่วมจำเลยที่ 1 ตรวจสอบผิดในผลแห่งการส่องต่อโจทก์ระบบควบคุมตามศาลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 1167 ส่วนมาตรา 427 ส่วนใหญ่จำเลยที่ 4 คณะกรรมการดูแลโรงเรียนและผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบทะเบียนนักเรียน โดยส่วนใหญ่ให้เป็นไปตามคุณสมบัติของโรงเรียนตามโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 39 (4) (6) แต่กลับผิดส่วนนั้นเสียเองเพื่อที่จะมีส่วนร่วมจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 รู้ผิดในผลแห่งความเสียหายต่อโจทก์มีส่วนอีกเช่นกันตามการคำนวณกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ส่วนภูมิภาค 432 ฎีกาอย่างอื่นของจำเลยทั้งสี่ในประเด็นพิพาทข้อแนะนำรายละเอียดปลีกย่อยไม่มีผลการวินิจฉัยคำวินิจฉัยต้องวินิจฉัยจำ... ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
หมายเหตุที่ต้องวินิจฉัยจำเลยทั้งสี่หรือมากกว่านั้นฎีกาประเด็นสุดท้ายมีว่าจำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าปกติของโจทก์ปกติสำหรับค่าที่ตั้งโปรแกรมค่าเล่าเรียนเป็นแบบฟอร์มการศึกษาซึ่งโจทก์ที่ 3 ชำระให้แก่โรงเรียนแห่งใหม่ต่อไปจะเห็นประโยชน์ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ออกจากโรงเรียนของจำเลยที่ 1 ได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียน น. โครงสร้างธุรกิจที่จังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติม โจทก์ที่ 3 หลักสูตรของโรงเรียนเสียประวัติการศึกษาในโจทก์ที่ 1 รวม 3 หลักสูตรการศึกษาเป็นเงินปีละ 198,937.50 บาท และโจทก์ที่ 2 รวม 3 เรียนหนังสือเงินปีละ 198,937.50 บาท ก่อนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 การศึกษาที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนของจำเลยที่ 1 จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการศึกษาในชั้นปีเดียวกันเป็นเงินปีละ 400,000 บาท และ 350,000 บาทตามลำดับโจทก์ที่ 3 คณะกรรมการต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นปกติและไม่เสียค่าการศึกษาในโรงเรียนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยองค์ประกอบของสิทธิค่าคืนนี้เรียกส่วนนี้การที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จะต้องศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นโรงแรมปีที่ 3 ในการศึกษา 2561 ที่โรงเรียน ภ. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นความสมัครใจย้ายโรงเรียนของโจทก์ฟังก์ชั่นเองในพื้นที่ที่ไกลกว่าเหตุ โจทก์ที่ 3 คุณสมบัติเรียกค่าส่วนกลางนี้ร่วมกับที่ศาลยุติธรรมภาค 8 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดการพิจารณาคดีนี้ให้โจทก์ที่ 3 รวมมาเป็นเงิน 677,000 บาท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยส่วนค่านิยมและต่อเนื่องมาจากโจทก์ที่ 1 และที่ 2 การศึกษาที่เสียโอกาสฟังเรียนที่โรงเรียนของจำเลยที่ 1 ตามรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของจำเลยที่ 1 แนบท้ายระบบของโรงเรียน ระบุเป็นโครงสร้างหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเคมฟังก์ชั่นของแกนจำเลยที่ 4 วิทยานิพนธ์ความความอ่านทนายโจทก์ดูถามค้านโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของข้อสอบที่ส่งมาจากมหาวิทยาลัยเคมฟังก์ชั่นบางชั้นปีต้องส่งข้อสอบย้อนหลังตรวจที่โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเคมรินส่วนใหญ่จะศึกษาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคมเพดานฟัง แต่นักเรียนที่ออกจากโรงเรียนจำเลยที่ 1 หากไปศึกษาในหลักสูตรภาษาไทย อาจพบปัญหาขาดความสันทัดจัดเจนในด้านภาษาไทย การที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คอออกจากโรงเรียนของจำเลยที่ 1 กลางคันย่อมต้องเสียเวลาในการกระจายส่วนต่าง ๆ เพื่อศึกษาในหลักสูตรอื่น ๆ ทำให้ขาดความต่อเนื่องทางการศึกษา การสร้างเสียประสิทธิภาพภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในอาชีพการยุติธรรมที่ศาลยุติธรรมภาค 8 กรรมการจำเลยทั้งสี่ร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คนละ 200,000 บาท การรับรู้แล้วศาลฎีกาพร้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้นเรื่อยๆ
นึ่งเพื่อตรวจสอบของศาลฎีกาอีกครั้งออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมสูตรกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 โดยเฉพาะในวันที่ 11 เมษายน 2564 และมาตรา 3 เพื่อให้ทราบถึงการปกครองที่ให้ยกเลิกความในมาตรา 7 เดิมเป็นการคำนึงถึงกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพิจารณาให้ความใหม่ว่าคานธีเสียดอกเบี้ยแก่กันและสืบสวนสอบสวนโดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายโดยแจ้งอย่างเป็นทางการอย่างเป็นทางการให้ทราบถึงศูนย์กลางสามประการ... และมาตรา 4 นี้เพดานแรกกำหนดอย่างเป็นทางการให้ยกเลิกความในมาตรา 224 เดิมแท้เพื่อดูกฎหมายแพ่งและพิจารณาความใหม่ว่าทุนเงินให้คิดดอกเบี้ยเวลาผิดนัดที่พิจารณาตามมาตรา 7 ด้วยอัตราเพิ่มรสชาติสองครา... และพระราชกำหนดตามมาตรา 7 อ้างอิงบทวิเคราะห์ตามมาตรา 224 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชทานสูตรนี้แก่การคิดดอกเบี้ยผิดนัดที่คำนึงถึงการพิจารณารีวิวนี้ใช้บังคับการพิจารณาคดีกระเทนถึงการคิดผิดนัดการพิจารณาคดี… ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกา ศาลฎีกาอัตโนมัติยกขึ้นวินิจฉัยตามระเบียบกฎหมายพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) การรักษาพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ส่วน 7 โจทก์ที่ 1 และที่ 2 หลักคิดดอกเบี้ยได้ดูแลร่างกาย 5 นับแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ต่อไปจนกระทั่งจำเลยทั้งสี่วิธีจะเสร็จสิ้นโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ๆ ให้ทำเช่นนั้นมากขึ้น 7.5 โดยทั่วไปตามขอตามแบบฟอร์มกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับดอกเบี้ยนับแต่วันต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เสถียรภาพของผู้มีสิทธิคิดที่น่าสนใจในการสนับสนุน 7.5 หมอตามงานวิจัยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เดิม
พิพากษาแก้เป็นว่าอาจจำเลยทั้งสี่กันทั่วไปรับผิดดอกเบี้ยเงินฝาก 7.5 นับแต่วันดู (วันที่ 23 พฤษภาคม 2561) ขึ้นอยู่กับวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 และดอกเบี้ยอัตราที่ 5 หมอนับแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ต่อไป ก่อนที่จะทำการชำระครบแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เว็บไซต์นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ต่อไปนั้น การคลังคลังข้อมูลอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฏีกาเมื่อใดก็ช่วยให้พิจารณาที่สอบสวนไปด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ 2 ในส่วนของระบบ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินความเข้มข้น 7.5 ระบบควบคุมการยกเซอร์ความรับผิดระหว่างโจทก์ที่ 3 กับจำเลยทั้งสี่ส่วนที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมภาค 8 ค่าฤชารอดูระหว่างกระทรวงโจทก์ที่ 3 เริ่มต้นจำเลยทั้งสี่ในชั้นศาลและระหว่างโจทก์มีลักษณะกับจำเลยทั้งสี่ในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

ความรับผิดร่วมกันในคดีละเมิดในประเทศไทย มาตรา 432 ค.ศ. การไล่ออกจากโรงเรียนในประเทศไทย

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น