การวินิจฉัยโรคผิดพลาดทางการแพทย์ — ความรับผิดร่วมกันของแพทย์ ทำผิดพลาด — รับผิดร่วมกันของแพทย์
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
บุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาด จะต้องรับผิดร่วมกันและแยกกันในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาตรา 420 และ 432.
การดำเนินการทางการแพทย์ที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดสำหรับต้องร่วมรับผิดอย่างช้าๆ ตามมาตรา 420 และ 432
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
บุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาด จะต้องรับผิดร่วมกันและแยกกันในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาตรา 420 และ 432.
การดำเนินการทางการแพทย์ที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดสำหรับต้องร่วมรับผิดอย่างช้าๆ ตามมาตรา 420 และ 432
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 15067/2557 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อคือคำพิพากษาฎีกาที่ 15067/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
ปี: 2014 (พ.ศ. 2557)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: CCC — มาตรา 420, 432
สรุป
แพทย์รายงานผลการตรวจผิดพลาด ทำให้มะเร็งไตของผู้ฟ้องคดีลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ศาลตัดสินให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องรับผิดร่วมกันและแยกกัน.
คำตัดสินของศาล
บุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาด จะต้องรับผิดร่วมกันและแยกกันในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาตรา 420 และ 432.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
ผู้บริหารเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มีหลายตามป.พ.พ. 448 วรรคหนึ่งกำกับว่าขาดความเมื่อทาสีปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องทราบถึงความถี่และจุดผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือนั้นสำหรับความนับต่อเมื่อผู้ต้องทราบถึงข้อเสียและผู้ชี้แนะจะใช้ค่าสินไหมในบางพื้นที่ในโจทก์ตรวจจำเลยที่ 1 และที่ 2 แจ้งผลการตรวจสอบสุขภาพประจำปีผิดพลาดไปจากความจริง 5 กรกฎาคม 2550 ตั้งเมื่อนับถึงวันสอบสวนคืนวันที่ 26 มิถุนายน 2551 ยังไม่กำหนดอายุ 1 ปี คดีของโจทก์จึงยังไม่มีอายุความตามป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่ต้องขึ้นเช่นเดียวกัน
ไอน้ำทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นจดหมายเหตุสำหรับจำเลยสามารถใช้เป็นเงิน 1,687,592 บาท ซึ่งต้องสูญเสียค่าขึ้นศาลชั้นยุติธรรมเป็นเงิน 33,751 บาท แต่จำเลยที่จะจ่ายให้กับศาลยุติธรรมมาเพียงคนละ 32,711 บาท เอกสารจ่ายขึ้นชั้นศาลขาดความยุติธรรมไปคนละ 1,040 บาท ส่วนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับจำหนาทึบเป็นเงิน 315,000 บาท ซึ่งจะต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นบาทและจำเลยมีส่วนเสียอย่างถูกต้องครบถ้วนเนื่องจากคดีนี้จำเลยแต่เป็นเพียงจำเลยร่วมในคดีที่มูลความแห่งคดีเป็นหนี้ชำระหนี้อันซีนแบ่งแยกได้และจำเลยส่วนต่างได้ยื่นจดหมายและยื่นฎีกากันโดยต่างได้เสียค่าขึ้นศาลในชั้นจดหมายข่าวและอีกาดังกล่าวซึ่งค่าขึ้นศาลเช่นว่าที่รวมตัวกันแล้วรวมตัวกันที่จำเลยสกัดต้องพิจารณายื่นฟ้องร้องและยื่นฎีการ่วมกันในเรื่องนี้ด้วยป.วิ.พ. มาตรา 150 วรรคห้าที่ศาลยุติธรรมและศาลฎีกาจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของรัฐสภาส่วนที่เกินแก่จำเลยปรับตามค่าชั้นศาลชั้นยุติธรรมและชั้นฎีกาที่สามารถนำมาใช้ได้มากเกินไปเมื่อถึงเวลาที่ศาลยุติธรรมยุติธรรมสั่งการขึ้นศาลส่วนที่เกินจำเลยที่ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจะแก้ไข้ให้ถูกต้องได้
โจทก์เซอร์เคิลและแก้ไขคำร้องขอให้บังคับจำเลย ฟังก์ชั่นร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 8,039,292 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อเนื่องของต้นเงินตามลำดับการสอบสวนวันเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจนครบโจทก์
จำไว้เลยให้สำหรับการยกเซอร์กิต
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเลือกที่จะชำระเงินจำนวน 1,687,592 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 ของเงินเช่นนับในวันที่ปฏิทิน (วันที่ 26 มิถุนายน 2551) และอาจต้องจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์กับให้จำเลยในบางปริมาณใช้ค่าอาฤชาแทนโจทก์โดยทนายความให้ 8,000 บาทดูค่าขึ้นศาลแทนแทนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี
จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดหมายเหตุ
ก่อนที่จะพิจารณาของศาลยุติธรรมโจทก์ถึงแก่นายกเทศมนตรีกฤษฎาทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่แทนแถลงการณ์ร้องขอความเป็นธรรมมีคำสั่งดังกล่าว
ศาลยุติธรรมพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยเลยทีเดียวสำหรับการชำระค่าเบี้ยประกันภัย 315,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราค่าเช่า 7.5 สำหรับต้นเงินตามลำดับการนับวันปฏิทิน (วันที่ 26 ต้นเดือนมิถุนายน 2551) และอาจต้องชำระหนี้แก่โจทก์กับจำเลยใช้ค่าทนายความชั้นยุติธรรมแทนโจทก์ 8,000 บาทพิจารณาที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นศาล
โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่ศาลยุติธรรมรับฟังมาซึ่งโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของหินอ่อนฎีกาโต้ลงไปเพื่อให้เห็นได้เป็นสาระสำคัญว่าจำเลยที่ 1 ต่อประเภทบริษัทจำกัดกิจการกิจการความเป็นส่วนตัว จำเลยที่ 2 ในแพทย์ประจำจำเลยที่ 1 ในช่วง 4 สิงหาคม 2549 ไปรับบริการสุขภาพที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 แพทย์ผู้ตรวจร่างกายของโจทก์ในข้อที่ 4 จะตรวจเอกซเรย์ดูประสิทธิภาพ U/S ช่องท้องส่วนบนเพื่อตรวจดูตับกระเป๋าน้ำดีตับอ่อนรัมมตรวจสอบไตตามปกติ ครันคอตรวจสอบปลายเดือน 2550 โจทก์มีอาการปวดท้องและท้องอืดที่พบบ่อยไปตรวจรักษากับแพทย์ที่ธนบุรี 1 โรงพยาบาลธนบุรี 2 และโรงพยาบาลราชวิถีกลับมาตรวจพบว่า โจทก์มีก้อนเนื้อที่บริเวณไตข้างขวาซึ่งอาจรักษาโดยการผ่าตัดไตข้างขวาออกคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าจำเลยทำเพื่อต่อโจทก์หรือพิจารณาดูมรณะบัตรบอกสาเหตุการตายของโจทก์จะเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่โจทก์ผู้มรณะมิใช่หลักฐานหลักฐานในคดีนี้ที่จำมะเร็งเลยที่ 1 จะนำไปสู่การกล่าวอ้างในฎีกาได้แล้ว หากจะรับฟังถึงสาเหตุหลักโจทก์ตามมรณบัตรคุณสมบัติไม่ได้เป็นข้อสนับสนุนให้ความเห็นเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานในรายงานของสุขภาพบางประการของไตของโจทก์ลุกลามไปยังสมองเป็นเหตุให้เส้นใยโจทก์ถึงแก่นเซิร์ฟเวอร์ด้วยสมองนั่นเองเพราะสร้างบทความทางวิชาการด้วยว่าอาการลุกลามไปยังระบบอื่น ๆ ไตอาจลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของปอดกระดูกหรือสมองได้เพิ่มเติมเป็นเหตุผลสนับสนุนต่อเนื่องถึงการร่วมกันทำการดำเนินการของจำเลยอย่างต่อเนื่องต่อโจทให้ทำงานหนักอย่างเป็นทางการ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในประเด็นที่ว่าจำเลยที่นี่อีกครั้งหนึ่งเพื่อร่วมกันทำต่อโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น
เพื่อตรวจสอบในประเด็นสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความโดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าต่อเนื่อง 24 มิถุนายน 2550 โจทก์ไปตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ธนบุรี 1 ผลการตรวจสอบไม่พบการตรวจสอบก้อนเนื้อที่ในไตข้างขวามาสอบสวนแล้วสร้างก้อนเนื้อสืบสวน ตรวจสอบ โจทก์ต้องทราบผลตั้งแต่วันวิจารณ์แต่โจทก์นำคดีมาพิจารณาจำเลยในวันที่ 26 มิถุนายน 2551 หมายเลขเกินกำหนดอายุความ 1 ปีนั้นพิจารณาถึงความการพิจารณาเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่โมดูลสำหรับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่งสันนิษฐานว่าขาดอายุความเมื่อทาสีปีนับแต่วันที่ผู้ต้องทราบถึงความสามารถและแนะนำผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมพิจารณานั้นตรวจสอบความดำเนินการนับก็ต่อเมื่อผู้ต้องสอบสวนทราบถึงสาเหตุและผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมการพิจารณาคดี 24 มิถุนายน 2550 ที่โรงพยาบาลธนบุรี แจ้งผลต่อเนื่องด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ว่าปรากฏขึ้นจนพบก้อนเนื้อที่บริเวณไตด้านขวาเป็นเวลานานแล้วตาม... ข้อเท็จจริงเพียงเท่านั้นที่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุว่าโจทก์ผู้ต้องเปิดเผยถึงการร่วมกันทำบางอย่างของจำเลยการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงเท่าที่กล่าวมาโจทรู้สึกฉงนถึงสาเหตุใด ๆ ที่ทำให้ทราบผลกับผลสุขภาพประจำปี ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดูผลการวิจัยอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง "ปกติ" เป็นเหตุให้โจทก์ต้องขอรายงานผลการตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงสูงหรือใบการพิจารณาเลยที่ 1 พิจารณาประวัติเลยที่ 1 5 กรกฎาคม 2550 ทราบข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 แจ้งผลสุขภาพประจำปีตามรายงานสุขภาพผิดพลาดไปจากที่นี่เพื่อที่จะถือว่าโจทก์เพิ่งรู้ถึงการทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และรู้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 จะต้องใช้ค่าความจริงไหมในโปรเจ็กเตอร์ในนั้นคือวันที่ 5 กรกฎาคม 2550 ซึ่งเมื่อนับถึงวันประวัติคือวันที่ 26 มิถุนายน 2551 ยังไม่ทราบประวัติ 1 ปี คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความตามกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ขึ้นเช่นกัน
ไอน้ำ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นจดหมายเหตุสำหรับจำเลยอย่างต่อเนื่องเป็นเงิน 1,687,592 บาท ที่ต้องสูญเสียค่าขึ้นศาลชั้นยุติธรรมเป็นเงิน 33,751 บาท แต่จำเลยที่จะจ่ายให้กับศาลยุติธรรมมาเพียงคนละ 32,711 บาท เอกสารการชำระเงินขึ้นศาลขาดหนังสือยุติธรรมไปคนละ 1,040 บาท ส่วนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับจำเป็นศูนย์กลางเป็นเงิน 315,000 บาท ในกรณีที่ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นบาท 6,300 และจำเลยมีส่วนเสียอย่างถูกต้องครบถ้วนเนื่องจากคดีนี้จำเลยแต่กลับเป็นจำเลยร่วมในคดีที่มูลความแห่งคดีเป็นหนี้ชำระหนี้อันสามารถแบ่งแยกได้และจำเลยส่วนต่างได้ยื่นขออนุมัติจดหมายและยื่นฎีกากันโดยต่างได้เสียค่าขึ้นศาลในชั้นหนังสือรายงานข่าวและชั้นฎีกาโดยตรงซึ่งค่าขึ้นศาลเช่นว่ามารวมตัวกันแล้วรวมที่จำเลยศูนย์กลางต้องยื่นฟ้องร้องยื่นฟ้องร้องและยื่นฎีการ่วมกัน ศึกษาด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 150 วรรคห้า ที่ศาลยุติธรรมและศาลฎีกาสามารถเลือกที่จะบังคับให้ขึ้นเพดานส่วนที่เกินจนจำเลยตามความต้องการของค่าชั้นศาลชั้นยุติธรรมและชั้นฎีกาที่สามารถนำมาใช้ได้มากเกินไปเมื่อถึงเวลาที่ศาลร้องขอความยุติธรรมสั่งขึ้นศาลส่วนที่เกินจนจำเลยที่รองรับศาลฎีกาจึงเห็นสมควรสั่งแก้ไขเสียให้ถูกต้องด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่าบังคับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 มุมมองคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยบางส่วนร่วมกันดใช้ค่าฤชาต่อเนื่องชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยมุมมองของทนายความชั้นฎีกา 8,000 บาท ยึดศาลชั้นยุติธรรมและค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามต้นกำเนิดจำเลยการพิจารณาคดีเกินจนจำเลยการประยุกต์ใช้ที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรม
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า