ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 141: แบบและข้อความที่คำพิพากษาต้องมี

ตัวบทกฎหมาย

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทำเป็นหนังสือ และต้องกล่าวหรือแสดง
(๑) ชื่อศาลที่พิพากษาคดีนั้น
(๒) ชื่อคู่ความทุกฝ่ายและผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้แทน ถ้าหากมี
(๓) รายการแห่งคดี
(๔) เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง
(๕) คำวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดีตลอดทั้งค่าฤชาธรรมเนียมคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นต้องลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่พิพากษาหรือทำคำสั่ง หรือถ้าผู้พิพากษาคนใดลงลายมือชื่อไม่ได้ ก็ให้ผู้พิพากษาอื่นที่พิพากษาหรือทำคำสั่งคดีนั้นหรืออธิบดีผู้พิพากษา แล้วแต่กรณี จดแจ้งเหตุที่ผู้พิพากษาคนนั้นมิได้ลงลายมือชื่อและมีความเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น แล้วกลัดไว้ในสำนวนความในกรณีที่ศาลมีอำนาจทำคำสั่งหรือพิพากษาคดีได้ด้วยวาจา การที่ศาลจะต้องทำรายงานเกี่ยวด้วยคำสั่งหรือคำพิพากษานั้นไม่จำต้องจดแจ้งรายการแห่งคดีหรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัย แต่เมื่อคู่ความฝ่ายใดแจ้งความจำนงที่จะอุทธรณ์หรือได้ยื่นอุทธรณ์ขึ้นมา ให้ศาลมีอำนาจทำคำชี้แจงแสดงรายการข้อสำคัญ หรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยกลัดไว้กับบันทึกนั้นภายในเวลาอันสมควร

คำแปลภาษาอังกฤษ

A judgment or order of the court shall be made in writing, and must state or show:
(1) the name of the court that decided the case;
(2) the names of all parties and of the legal representatives or representatives, if any;
(3) the particulars of the case;
(4) the reasons for all the decisions;
(5) the decision of the court on the issues in the case, together with the costs.
That judgment or order must be signed by the judge who gave the judgment or made the order; or if any judge is unable to sign, another judge who decided the case or made the order, or the chief judge, as the case may be, shall note the reason why that judge did not sign and that the judge concurs in the judgment or order, and attach it to the case file. Where the court has power to make an order or give judgment orally, the report the court must make concerning the order or judgment need not note the particulars of the case or the reasons for the decision; but when any party gives notice of intention to appeal or has filed an appeal, the court has power to make an explanation showing the important particulars or the reasons for the decision and attach it to that record within a reasonable time.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 141 กำหนดข้อความที่คำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งทำเป็นหนังสือต้องมี ได้แก่ ชื่อศาล คู่ความ รายการแห่งคดี เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง และคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีพร้อมค่าฤชาธรรมเนียม รวมทั้งการลงลายมือชื่อ อนุมาตรา (5) เป็นข้อบังคับให้ศาลต้องวินิจฉัยทุกประเด็นและแสดงคำวินิจฉัยนั้น คำพิพากษาที่ไม่วินิจฉัยประเด็นใด เช่น ฟ้องแย้ง ย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5) และอาจถูกยกในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา บทนี้ยังให้ทำรายงานสั้นสำหรับคำพิพากษาด้วยวาจา โดยเพิ่มเหตุผลได้เมื่อมีการอุทธรณ์ และใช้ประกอบมาตรา 140

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คุณค่าในทางปฏิบัติของมาตรา 141 คือคำพิพากษาต้องวินิจฉัยทุกประเด็นที่ท่านยกขึ้นและให้เหตุผล หากศาลมองข้ามประเด็นใด เช่น ฟ้องแย้ง อนุมาตรา (5) อาจเป็นเหตุให้ยกคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ได้ เมื่ออ่านคำพิพากษาควรตรวจว่าข้อหาและข้อต่อสู้ของท่านถูกวินิจฉัยครบและมีเหตุผลหรือไม่ หากมีประเด็นตกหล่นให้รีบยกขึ้นภายในกำหนดอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567 (2024)

    คำพิพากษาที่ไม่วินิจฉัยประเด็นที่ยกขึ้นโดยชอบ เช่น ฟ้องแย้ง ย่อมเป็นคำพิพากษาที่ไม่ได้แสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5)

    ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งตามอุทธรณ์ของจำเลยให้ครบถ้วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษานั้นไม่ได้แสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5) และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568 (2025)

    แม้ศาลจะกล่าวโดยไม่ถูกต้องว่าประเด็นยุติแล้ว แต่หากในคำพิพากษาได้ให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยในประเด็นนั้นแล้ว คำพิพากษาย่อมชอบด้วยมาตรา 141

    ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษกล่าวว่าประเด็นยุติแล้วเพราะไม่มีคู่ความอุทธรณ์ ซึ่งไม่ถูกต้อง แต่ในคำพิพากษาได้ให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาชอบด้วยมาตรา 141 และยกฎีกาของผู้คัดค้านในข้อนี้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4190/2566 (2023)

    คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงพฤติการณ์แห่งคดีในส่วนที่ฟ้องและจำเลยรับสารภาพ ย่อมเป็นการแสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ไม่เป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5)

    จำเลยอ้างว่าคำพิพากษาไม่แสดงคำวินิจฉัยโดยชอบ ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อคำพิพากษาได้กล่าวถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ฟ้องและจำเลยรับสารภาพ ย่อมเป็นการแสดงคำวินิจฉัยในประเด็น จึงไม่เป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5) ประกอบมาตรา 142 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 71 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1541/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4208/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3036/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3295/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3452/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1470/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 854/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1726/2562 (2019)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำพิพากษาที่ทำเป็นหนังสือต้องมีข้อความใดบ้าง

ตามมาตรา 141 ต้องระบุชื่อศาล คู่ความ รายการแห่งคดี เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง และคำวินิจฉัยในประเด็นพร้อมค่าฤชาธรรมเนียม และผู้พิพากษาที่ตัดสินต้องลงลายมือชื่อ

หากศาลไม่วินิจฉัยประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะเป็นอย่างไร

คำพิพากษาที่ไม่แสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี เช่น ฟ้องแย้ง ย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 141 (5) และอาจถูกยกในชั้นอุทธรณ์ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 141 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 141. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-141/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 141
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-141/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-141/"><p>คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทำเป็นหนังสือ และต้องกล่าวหรือแสดง (๑) ชื่อศาลที่พิพากษาคดีนั้น (๒) ชื่อคู่ความทุกฝ่ายและผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้แทน ถ้าหากมี (๓) รายการแห่งคดี (๔) เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง (๕) คำวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดีตลอดทั้งค่าฤชาธรรมเนียมคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นต้องลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่พิพากษาหรือทำคำสั่ง หรือถ้าผู้พิพากษาคนใดลงลายมือชื่อไม่ได้ ก็ให้ผู้พิพากษาอื่นที่พิพากษาหรือทำคำสั่งคดีนั้นหรืออธิบดีผู้พิพากษา แล้วแต่กรณี จดแจ้งเหตุที่ผู้พิพากษาคนนั้นมิได้ลงลายมือชื่อและมีความเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น แล้วกลัดไว้ในสำนวนความในกรณีที่ศาลมีอำนาจทำคำสั่งหรือพิพากษาคดีได้ด้วยวาจา การที่ศาลจะต้องทำรายงานเกี่ยวด้วยคำสั่งหรือคำพิพากษานั้นไม่จำต้องจดแจ้งรายการแห่งคดีหรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัย แต่เมื่อคู่ความฝ่ายใดแจ้งความจำนงที่จะอุทธรณ์หรือได้ยื่นอุทธรณ์ขึ้นมา ให้ศาลมีอำนาจทำคำชี้แจงแสดงรายการข้อสำคัญ หรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยกลัดไว้กับบันทึกนั้นภายในเวลาอันสมควร</p><footer>Civil Procedure Code, s. 141 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-141/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง