Remand concerning an unresolved counterclaim, not final lease enforcement ย้อนสำนวนเพราะวินิจฉัยฟ้องแย้งไม่ครบ ไม่ใช่ข้อยุติบังคับสัญญาเช่า
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
ศาลฎีกาได้ยกเลิกคำพิพากษาและส่งคดีกลับไปยังศาลอุทธรณ์ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้พิจารณาคำร้องแย้งอย่างครบถ้วน.
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษและให้เช่า 10 ปี แต่ศาลฎีกายกคำพิพากษาและย้อนสำนวนเนื่องจากยังวินิจฉัยฟ้องแย้งเรื่องผิดสัญญาไม่ครบ จึงไม่ใช่คำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเนื้อหาคดีเป็นที่สุดให้บังคับการเช่าต่อกองมรดก
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
ศาลฎีกาได้ยกเลิกคำพิพากษาและส่งคดีกลับไปยังศาลอุทธรณ์ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้พิจารณาคำร้องแย้งอย่างครบถ้วน.
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษและให้เช่า 10 ปี แต่ศาลฎีกายกคำพิพากษาและย้อนสำนวนเนื่องจากยังวินิจฉัยฟ้องแย้งเรื่องผิดสัญญาไม่ครบ จึงไม่ใช่คำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเนื้อหาคดีเป็นที่สุดให้บังคับการเช่าต่อกองมรดก
Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
The appeal court’s special-contract finding was not a final Supreme Court merits ruling.
Compare 2526/2531, 3279/2524. Read the combined analysis of reciprocal agreements and lease renewal.
Thai judgment reproduced by ThaiDeka. The text on this page is an editorial summary.
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษและให้เช่า 10 ปี แต่ศาลฎีกายกคำพิพากษาและย้อนสำนวนเนื่องจากยังวินิจฉัยฟ้องแย้งเรื่องผิดสัญญาไม่ครบ จึงไม่ใช่คำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเนื้อหาคดีเป็นที่สุดให้บังคับการเช่าต่อกองมรดก
เปรียบเทียบฎีกา 2526/2531, 3279/2524 และอ่านเรื่อง สัญญาต่างตอบแทนกับการต่ออายุการเช่า
อ่านคำพิพากษาภาษาไทยที่ ThaiDeka เนื้อหาหน้านี้เป็นบทสรุปและคำอธิบายของสำนักงาน
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4208/2567. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนการเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 3496 แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ชำระเงิน 3,528.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ให้โจทก์ส่งมอบที่ดินโฉนดเลขที่ 3496 คืนแก่จำเลย และกลบที่ดินกลับคืนสู่สภาพเดิม หากโจทก์ไม่ดำเนินการ ให้จำเลยกลบที่ดินคืนสู่สภาพเดิมเอง โดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 3496 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนการเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่า (วันที่ 7 มกราคม 2563) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินกับนายอรรถพันธ์มีกำหนดเวลา 10 ปี และเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ทั้งมีข้อตกลงว่า หากสัญญาสิ้นสุดแล้วให้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี แต่นายอรรถพันธ์ถึงแก่ความตายแล้ว ขอให้จำเลยซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้จัดการมรดกของนายอรรถพันธ์จดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ผิดสัญญาเนื่องจากไม่ชำระค่าเช่าและขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้โจทก์ชำระค่าเช่า ส่งมอบที่ดินคืน และกลบที่ดินคืนสู่สภาพเดิม โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีและยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง ประเด็นแห่งคดีจึงมีทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 คงวินิจฉัยสรุปความว่า สัญญาเช่าที่ดินเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาที่มีผลบังคับ 10 ปี ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีเฉพาะในส่วนของฟ้องเดิม แม้จะกล่าวในตอนท้ายว่า อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องหมายถึงประเด็นอื่นเฉพาะในส่วนของฟ้องเดิมเท่านั้น ไม่ใช่ประเด็นในส่วนของฟ้องแย้งที่ว่า โจทก์ผิดสัญญาเนื่องจากไม่ชำระค่าเช่าและขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นในส่วนของฟ้องแย้งให้ครบถ้วนตามอุทธรณ์ของจำเลย จึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ได้กล่าวหรือแสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 (5) แม้ศาลฎีกาแผนกคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา แต่เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลฎีกาเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ศาลฎีกาย่อมยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252 เมื่อวินิจฉัยดั่งนี้ ที่โจทก์ฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยให้
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ส่งสำนวนคืนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อให้พิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย
What did Supreme Court decision 4208/2567 establish? ฎีกาที่ 4208/2567 วินิจฉัยเรื่องใด
The Supreme Court vacated and remitted because the appeal court had not fully decided the counterclaim. The appeal court’s special-contract finding was not a final Supreme Court merits ruling.
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษและให้เช่า 10 ปี แต่ศาลฎีกายกคำพิพากษาและย้อนสำนวนเนื่องจากยังวินิจฉัยฟ้องแย้งเรื่องผิดสัญญาไม่ครบ จึงไม่ใช่คำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเนื้อหาคดีเป็นที่สุดให้บังคับการเช่าต่อกองมรดก
📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต