ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 143: การแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำพิพากษา

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าในคำพิพากษาหรือคำสั่งใด มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ และมิได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เมื่อศาลที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกก็ได้ แต่ถ้าได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น อำนาจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ย่อมอยู่แก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี คำขอให้แก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ให้ยื่นต่อศาลดังกล่าวแล้ว โดยกล่าวไว้ในฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา หรือโดยทำเป็นคำร้องส่วนหนึ่งต่างหากการทำคำสั่งเพิ่มเติมตามมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิมเมื่อได้ทำคำสั่งเช่นว่านั้นแล้ว ห้ามไม่ให้คัดสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม เว้นแต่จะได้คัดสำเนาคำสั่งเพิ่มเติมนั้นรวมไปด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ

If in any judgment or order there is a minor error or other minor slip, and there has been no appeal or further appeal against that judgment or order, the court that gave the judgment or made the order may, where it sees fit or on the application of a party concerned, make an order to correct such error or slip so as to be correct. But if there has been an appeal or further appeal against that judgment or order, the power to correct the error or slip belongs to the appeal court or the Supreme Court, as the case may be. An application to correct the error or slip shall be filed with such court, either stated in the memorandum of appeal or further appeal, or made as a separate application. The making of a supplementary order under this section must not reverse or amend the decision in the original judgment or order. Once such an order has been made, it is prohibited to make a copy of the original judgment or order unless a copy of the supplementary order is included with it.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 143 ให้ช่องทางแคบในการแก้ไขข้อผิดพลาดและข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยไม่กระทบคำวินิจฉัย อำนาจนี้เป็นของศาลที่ทำคำพิพากษาขณะยังไม่มีการอุทธรณ์ และตกแก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเมื่อมีการอุทธรณ์ โดยขอแก้ไขในฟ้องอุทธรณ์หรือทำเป็นคำร้องต่างหาก ข้อจำกัดสำคัญคือคำสั่งเพิ่มเติมต้องไม่กลับหรือแก้คำวินิจฉัยเดิม มาตรา 143 จึงใช้โต้แย้งเนื้อหาคดีหรือแก้ข้อผิดพลาดในการวินิจฉัยที่แท้จริงไม่ได้ บทนี้ใช้ประกอบมาตรา 144 ที่ห้ามรื้อฟื้นเรื่องที่วินิจฉัยแล้วเว้นแต่เท่าที่บทนี้และบทอื่นให้ทำได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคำพิพากษามีข้อผิดหลงชัดเจน เช่น พิมพ์ตัวเลขหรือชื่อผิดโดยไม่กระทบผลคดี มาตรา 143 ให้ขอศาลแก้ไขได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์ แต่มีข้อจำกัดเข้มงวดว่าใช้เปลี่ยนคำวินิจฉัยที่แท้จริงไม่ได้ และข้อผิดพลาดที่เป็นความผิดของคู่ความเองหรือเป็นเรื่องชั้นบังคับคดีอยู่นอกขอบเขต ควรทำคำร้องในลักษณะการแก้ไขข้อผิดหลงและยื่นต่อศาลที่ถูกต้องตามว่ามีการอุทธรณ์หรือไม่ หากปัญหาเป็นเรื่องเนื้อหาคดี ทางแก้คือการอุทธรณ์ ไม่ใช่คำร้องตามมาตรา 143

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2568 (2025)

    ข้อผิดพลาดที่เป็นความผิดของคู่ความเอง มิใช่ข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำพิพากษาของศาล ย่อมแก้ไขตามมาตรา 143 ไม่ได้

    โจทก์ขอแก้ไขเลขโฉนดที่ดิน แต่ความผิดพลาดอยู่ที่คำร้องของโจทก์เองที่ขอให้ขับไล่จำเลย มิใช่ที่คำพิพากษาของศาล ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ใช่ข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยตามมาตรา 143 จึงแก้ไขให้ตามคำร้องไม่ได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4819/2566 (2023)

    คำร้องที่ขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นและเนื้อหาที่อ้างว่ายังไม่ได้ยกขึ้นวินิจฉัย ไม่ใช่กรณีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 143

    โจทก์ขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษาโดยอ้างว่าไม่ได้ยกประเด็นและเนื้อหาแห่งคดีขึ้นวินิจฉัย ศาลวินิจฉัยว่าไม่ต้องด้วยมาตรา 143 ที่จะแก้ไขคำพิพากษาได้ และยกคำร้อง ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566 (2023)

    แม้เนื้อที่ดินที่ระบุในคำพิพากษาอาจเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงตามมาตรา 143 แต่เมื่อคำร้องโดยเนื้อหาเป็นเรื่องการบังคับคดี ย่อมถือเป็นเรื่องชั้นบังคับคดีมิใช่การแก้ไขตามมาตรา 143

    การรังวัดพบว่าเนื้อที่ดินต่างจากที่ระบุในคำพิพากษา ซึ่งอาจดูเป็นข้อผิดหลงตามมาตรา 143 แต่ศาลวินิจฉัยว่าคำร้องโดยเนื้อหาขอให้กำหนดวิธีการบังคับคดี จึงเป็นเรื่องชั้นบังคับคดีมิใช่การแก้ไขตามมาตรา 143

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 124 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 99/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1977/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5226/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7788/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13069/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9897/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8747/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2219/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลแก้ไขข้อผิดพลาดในคำพิพากษาของตนเองได้หรือไม่

ได้ แต่เฉพาะข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย มาตรา 143 ให้ศาลแก้ไขได้ทั้งโดยเห็นสมควรเองหรือตามคำร้อง โดยต้องไม่กลับหรือแก้คำวินิจฉัยที่แท้จริง

ใช้มาตรา 143 เปลี่ยนผลของคดีได้หรือไม่

ไม่ได้ การแก้ไขตามมาตรา 143 ต้องไม่กลับหรือแก้คำวินิจฉัย หากต้องการโต้แย้งเนื้อหาคดี ทางที่ถูกต้องคือการอุทธรณ์ ไม่ใช่คำร้องขอแก้ไข

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 143. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-143/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 143
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-143/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-143/"><p>ถ้าในคำพิพากษาหรือคำสั่งใด มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ และมิได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เมื่อศาลที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเช่นว่านั้นให้ถูกก็ได้ แต่ถ้าได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น อำนาจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ย่อมอยู่แก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี คำขอให้แก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงนั้น ให้ยื่นต่อศาลดังกล่าวแล้ว โดยกล่าวไว้ในฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา หรือโดยทำเป็นคำร้องส่วนหนึ่งต่างหากการทำคำสั่งเพิ่มเติมตามมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิมเมื่อได้ทำคำสั่งเช่นว่านั้นแล้ว ห้ามไม่ให้คัดสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม เว้นแต่จะได้คัดสำเนาคำสั่งเพิ่มเติมนั้นรวมไปด้วย</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-143/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง