240: วิธีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดี
คนบทกฎหมาย
ศาลร้องขอที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณายื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรม คำแก้ หนังสือร้องเรียนเอกสาร และการสอบสวนในเรื่องต่างๆ ในสฟังข่าวซึ่งศาลชั้นต้นส่งการร้องขอดังกล่าว
(๑) ศาลยุติธรรมได้นัดฟังคำเพิ่มเติมด้วยวาจาเพื่อสนับสนุนการสนับสนุน ๒มาตรา๔๑ เว้นแต่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ต้องมาศาลในกำหนดการนัดศาลยุติธรรมอาจดำเนินคดีได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมนั้น ไม่ให้ถือคำพิพากษาโดยขาดนัด
(๒) ศาลฎีการ้องขอความเป็นธรรมมักจะนำเสนอในตัวอย่างการร้องขอความเป็นธรรม คำแก้การร้องขอความเป็นธรรม และการตรวจสอบหลักฐานที่รายงานสรายงานภายใต้การควบคุมของมาตรา ๒๓๘ และเฉพาะในปัญหาที่ความยุติธรรมให้ศาลอย่างที่จะกำหนดประเด็นต่างๆ สืบค้นที่สืบมาถึงหรือประสิทธิภาพที่จะเห็นควรสืบต่อไป และพิจารณาคดีโดยทั่วๆ ไปดังที่สนับสนุนการพิจารณาคดีกฎหมายนี้สำหรับเยาวชนในศาลชั้นต้น และให้นำบทพิจารณาแห่งการพิจารณากฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นมาเรียกร้องโดยอนุโลม
(๓) ในคดีที่คู่ความร้องขอความเป็นธรรมในปัญหาข้อกฎหมายฎีกาศาลยุติธรรมเห็นว่าศาลชั้นต้นยังการพิจารณาคดีหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเริ่มต้นในประเด็นให้ศาลร้องขอหนังสือร้องขอทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นการพิจารณาคดีจะพิจารณารูปความ
คำแปลภาษาไทย
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีโดยพิจารณาจากคำอุทธรณ์ คำตอบต่อคำอุทธรณ์ และเอกสารและหลักฐานทั้งหมดในสำนวนคดีที่ศาลชั้นต้นส่งมา ยกเว้น:
(1) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้กำหนดวันนัดพิจารณาคำแถลงด้วยวาจาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 241 แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่มาปรากฏตัวตามเวลานัด ศาลอุทธรณ์อาจดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์จะไม่ถือเป็นคำพิพากษาโดยปริยาย;
(2) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่พอใจกับการพิจารณาอุทธรณ์ คำตอบต่อคำอุทธรณ์ และพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี ศาลจะมีอำนาจกำหนดประเด็นข้อพิพาท รับฟังพยานหลักฐานที่รับฟังไปแล้วหรือพยานหลักฐานที่ศาลเห็นสมควรจะรับฟังเพิ่มเติม และดำเนินการพิจารณาคดีโดยทั่วไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้สำหรับการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น โดยให้บทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นใช้บังคับโดยอนุโลม;
(3) ในกรณีที่คู่กรณีอุทธรณ์ในประเด็นข้อกฎหมาย หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นยังไม่ได้พิจารณาหรือตัดสินประเด็นข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญต่อประเด็น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาประเด็นข้อเท็จจริงดังกล่าว แล้วจึงพิพากษาตามคดี.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 240 กำหนดขั้นตอนของศาลยุติธรรมวินิจฉัยคดีหลักคือวินิจฉัยจากสสอบสวนสอบสวนกรณีใหม่มีรายงานสามประการ มาตรามาตรา (1) กรณีฟังคำนั้นด้วยวาจาตามมาตรา 241 ไม่พูดถึงมาศาลไม่ทำให้เป็นคำพิพากษาโดยขาดนัดอนุมาตรา (2) ให้ศาลเมื่อไม่พอใจและภายใต้การควบคุมมาตรา 238 ตั้งประเด็นและสืบค้นเฉพาะประเด็นที่ต้นคดีโดยนำวิธีพิจารณาในศาลมาใช้โดยอนุโลม อนุมาตรา (3) ให้ศาลในคดีร้องขอความเป็นธรรมข้อกฎหมายย้อนสร้องให้ชั้นศาลเริ่มวินิจฉัยข้อเท็จจริงและเป็นหลักฐานที่ยังไม่ได้วินิจฉัยที่สำคัญคือกฎหมายบางแห่งที่ร้องขอจดหมายชอบด้วยกฎหมายอนุมาตรา (2) เอกสารไม่จำเป็นต้องใช้แก่ร้องขอที่ร้องขออย่างชัดแจงแจ้งมาตรา 225
ความสำคัญต่อ
วาระการประชุมเพื่อวินิจฉัยจากเอกสาร หนังสือร้องขอความเป็นธรรมและคำแก้การร้องขอความยินยอมที่เป็นหนังสือเพื่อส่งคดีไว้ไม่ต้องพึ่งการสอบสวนด้วยวาจาให้ศาลยุติธรรมสืบค้นเพิ่มศาลทำได้ตามอนุมาตรา (2) เฉพาะแต่เมื่อร้องขอความยุติธรรมด้วยกฎหมายและตั้งประเด็นแจ้งการร้องขอความเป็นธรรมที่คลุมเครือหรือปริมาณมายกก่อนอำนาจนี้ เมื่อนิติศาสตร์ทำให้การพิจารณาชั้นต้นสอบสวนข้อเท็จจริงอันเป็นประวัติการณ์ที่ยังไม่เปิดเผยส.
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 5222/2567 (2024)
ตามมาตรา 240 (2) ในกรณีที่ศาลร้องขอความเป็นธรรมยังไม่พอใจในบางครั้งต้องรอร้องขอร้องขอคำแก้การร้องขอความเป็นธรรมและรายงานหลักฐานในสรายงานภายใต้บังคับมาตรา 238 และเฉพาะในปัญหาที่ร้องขอความยุติธรรมศาลจะกำหนดประเด็นและสืบสืบเนื่องที่สืบมาถึงหรือที่จะเห็นสืบต่อไป โดยวิธีนำการพิจารณาในศาลชั้นต้นมาโดยอนุโลม
ศาลยื่นเอกสารสำคัญเลยอ้างเอกสารเพิ่มเติมในส่วนของชั้นศาลที่แสดงถึงการเรียกใช้งานได้มาสืบค้นประกอบศาลฎีกาทางเลือกมาตรา 240 (2) ยืนยันอำนาจของศาลร้องขอร้องเรียนเมื่อไม่พอใจในแถลงการณ์ที่อาจพิสูจน์ที่จะกำหนดประเด็นและสืบค้นเพิ่มเฉพาะประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรม
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 5668/2567 (2024)
การที่ศาลยุติธรรมจะดำเนินขั้นตอนการพิจารณาตามมาตรา 240 (2) ได้สิ่งนั้น หนังสือร้องขอความเป็นธรรมตามปกติด้วยกฎหมายเสียก่อน จดหมายที่พูดถึงคำให้การมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งเป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ไม่ชอบตามมาตรา 225 วรรคหนึ่งการพิจารณารับการพิจารณา
จดหมายเหตุของจำเลยที่ 1 ส่วนคำให้การมาเกือบตรวจสอบ ค้นหาคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งศาลฎีกา วินิจฉัยว่าไม่ชอบตามมาตรา 225 วรรคหนึ่งและอำนาจตามมาตรา 240 (2) ต้องมีร้องขอความเป็นธรรมเช่นก่อนการที่ศาลยุติธรรมไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 59 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5668/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5222/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3332/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8614/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9136/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5089/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5679/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 907/2551 (2008)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เอกสารการร้องขอจดหมายร้องขอใหม่หรือไม่
ส่วนไม่เป็นไปตามมาตรา 240 ศาลยุติธรรมวินิจฉัยจากร้องขอจดหมายคำแก้ร้องขอร้องเรียนและสฟังจะสืบค้นเพิ่มเฉพาะตามอนุมาตรา (2) กรณีพิเศษ
หากไม่มาฟังคำนั้นด้วยวาจาจะแพ้โดยขาดหรือไม่
ไม่ตามมาตรา 240 (1) หากคู่ของเขามาศาลตามนัดศาลยุติธรรมดำเนินคดีต่อไปได้ และคำพิพากษาไม่ถือว่าเป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด
ศาลยื่นจดหมายสืบค้นเพิ่มเติมในนั้น
ได้ตามมาตรา 240 (2) หากไม่พอใจในหลักฐานในรายงาน แต่ใช้เฉพาะกับจดหมายที่ชอบด้วยกฎหมายที่ร้องขอไม่ชัดแจ้งอาจยกก่อน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 240 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 240. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 240 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/"><p>ศาลยุติธรรมที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาการพิจารณาความยุติธรรม คำแก้ Journal เอกสารและการพิสูจน์ในเรื่องต่างๆ ในสคอข่าวซึ่งชั้นศาลเริ่มต้นส่งตรงที่ประเด็น (๑) ศาลยุติธรรมได้นัดฟังคำนั้นด้วยวาจาเพื่อพิจารณามาตราส่วน ๒๔๑ คู่ความความกรองใดๆหรือการดูแลไม่มาศาลในการกำหนดทิศทางของศาลยุติธรรมซึ่งอาจดำเนินคดีและเป็นไปได้คำวินิจฉัยหรือร้องขอของศาลยุติธรรมนั้น ประธานศาลโดยขาดนัด (๒) ประธานศาลยังไม่ให้ความสำคัญในการพิจารณาคดี คำแก้ความยุติธรรม และสอบสวน ที่สถาบันการสอบสวน ๒๓๘ และเฉพาะในปัญหาที่ความยุติธรรมให้ศาลพิจารณาที่จะกำหนดประเด็นสืบเนื่องในการดำเนินการที่สืบมาหรือที่มองเห็นควรสืบต่อไปและพิจารณาคดีโดยทั่วๆ ไปดังที่ศาลฎีกากฎหมายนี้สำหรับพื้นที่ในต้นชั้น และให้นำบทที่สนับสนุนแห่งการพิจารณาคดีนี้ว่าด้วยความเป็นไปได้ในศาลชั้นต้นนำมาใช้บังคับด้วยอนุโลม (๓) ในคดีที่คู่ความเป็นธรรมในปัญหากฎหมาย หนังสือร้องขอความเป็นธรรมพิจารณาศาลชั้นต้นยังพิจารณาคดีหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นผลสืบเนื่องในประเด็นให้ศาลฎีการ้องขอให้ทำคำสั่งให้ชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่าศาลฎีกาพิจารณารูปความ</p><footer>Civil Procedure Code, s. 240 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา