ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 240: วิธีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดี

ตัวบทกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสาร และหลักฐานทั้งปวง ในสำนวนความซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมา เว้นแต่
(๑) ศาลอุทธรณ์ได้นัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๑ แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายไม่มาศาลในวันกำหนดนัด ศาลอุทธรณ์อาจดำเนินคดีไปได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้น ไม่ให้ถือเป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด
(๒) ถ้าศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่พอใจในการพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ และพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสำนวน ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๓๘ และเฉพาะในปัญหาที่อุทธรณ์ให้ศาลมีอำนาจที่จะกำหนดประเด็นทำการสืบพยานที่สืบมาแล้ว หรือพยานที่เห็นควรสืบต่อไป และพิจารณาคดีโดยทั่ว ๆ ไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้สำหรับการพิจารณาในศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาในศาลชั้นต้น มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(๓) ในคดีที่คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น แล้วพิพากษาไปตามรูปความ

คำแปลภาษาอังกฤษ

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสาร และหลักฐานทั้งปวง ในสำนวนความซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมา เว้นแต่
(๑) ศาลอุทธรณ์ได้นัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๑ แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายไม่มาศาลในวันกำหนดนัด ศาลอุทธรณ์อาจดำเนินคดีไปได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้น ไม่ให้ถือเป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด
(๒) ถ้าศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่พอใจในการพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ และพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสำนวน ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๓๘ และเฉพาะในปัญหาที่อุทธรณ์ให้ศาลมีอำนาจที่จะกำหนดประเด็นทำการสืบพยานที่สืบมาแล้ว หรือพยานที่เห็นควรสืบต่อไป และพิจารณาคดีโดยทั่ว ๆ ไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้สำหรับการพิจารณาในศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาในศาลชั้นต้น มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(๓) ในคดีที่คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น แล้วพิพากษาไปตามรูปความ

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 240 กำหนดวิธีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดี หลักคือวินิจฉัยจากสำนวนโดยไม่ต้องสืบพยานใหม่ มีข้อยกเว้นสามประการ อนุมาตรา (1) กรณีนัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาตามมาตรา 241 และการไม่มาศาลไม่ทำให้เป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด อนุมาตรา (2) ให้ศาลเมื่อไม่พอใจและภายใต้บังคับมาตรา 238 กำหนดประเด็นและสืบพยานเฉพาะประเด็นที่อุทธรณ์ โดยนำวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นมาใช้โดยอนุโลม อนุมาตรา (3) ให้ศาลในคดีอุทธรณ์ข้อกฎหมายย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ยังไม่ได้วินิจฉัย ข้อจำกัดสำคัญคือ อำนาจเหล่านี้ตั้งอยู่บนอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย อนุมาตรา (2) จึงไม่ใช้แก่อุทธรณ์ที่บกพร่อง เช่น ไม่ชัดแจ้งตามมาตรา 225

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

พึงคาดว่าอุทธรณ์จะถูกวินิจฉัยจากเอกสาร อุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์ที่เป็นหนังสือจึงต้องแบกคดีไว้ อย่าหวังพึ่งการไต่สวนด้วยวาจา หากต้องการให้ศาลอุทธรณ์สืบพยานเพิ่ม ศาลทำได้ตามอนุมาตรา (2) แต่เฉพาะเมื่ออุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายและตั้งประเด็นชัดแจ้ง อุทธรณ์ที่คลุมเครือหรือคัดลอกมาอาจถูกยกก่อนถึงอำนาจนี้ หากอุทธรณ์ข้อกฎหมายทำให้เห็นว่าศาลชั้นต้นยังไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนได้ตามอนุมาตรา (3) ควรร่างอุทธรณ์ให้ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอกสารเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5222/2567 (2024)

    มาตรา 240 (2) ให้ศาลอุทธรณ์กำหนดประเด็นและสืบพยานเพิ่มเติมได้เฉพาะกรณีที่อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้ว จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การอุทธรณ์ได้เพียงว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่ควรเชื่อหรือรับฟังไม่ได้ จะยกข้อเท็จจริงที่ไม่อยู่ในสำนวนขึ้นอ้างไม่ได้ การอนุญาตให้จำเลยเช่นนั้นนำพยานเข้าสืบในชั้นอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 199 วรรคสอง และมาตรา 240 (2)

    จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไปฝ่ายเดียว ในชั้นอุทธรณ์จำเลยอ้างพยานเอกสารเพิ่มเติม และศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตพร้อมให้ศาลชั้นต้นสืบพยานปากหนึ่งประกอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการอนุญาตดังกล่าวไม่ชอบ เพราะจำเลยยกข้อเท็จจริงที่ไม่เคยอยู่ในสำนวนขึ้นอ้าง มิใช่การโต้แย้งพยานหลักฐานของโจทก์ จึงไม่เข้ากรณีตามมาตรา 240 (2) และจำเลยไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567 (2024)

    การที่ศาลอุทธรณ์จะดำเนินกระบวนพิจารณาตามมาตรา 240 (2) ได้นั้น อุทธรณ์ต้องเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน อุทธรณ์ที่คัดลอกคำให้การมาโดยมิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้ง เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับพิจารณา

    อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คัดลอกคำให้การมาเกือบทั้งสิ้น มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ชอบตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง และอำนาจตามมาตรา 240 (2) ต้องมีอุทธรณ์ที่ชอบก่อน การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 59 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5668/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5222/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3332/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8614/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9136/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5089/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5679/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 907/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลอุทธรณ์สืบพยานใหม่หรือไม่

โดยปกติไม่ ตามมาตรา 240 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ และสำนวน จะสืบพยานเพิ่มเฉพาะกรณีตามอนุมาตรา (2) เท่านั้น

หากไม่มาฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา จะแพ้โดยขาดนัดหรือไม่

ไม่ ตามมาตรา 240 (1) หากคู่ความไม่มาศาลตามนัด ศาลอุทธรณ์ดำเนินคดีต่อไปได้ และคำพิพากษาไม่ถือเป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด

ศาลอุทธรณ์สืบพยานเพิ่มได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 240 (2) หากไม่พอใจในพยานหลักฐานในสำนวน แต่ใช้เฉพาะกับอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ที่บกพร่องไม่ชัดแจ้งอาจถูกยกก่อน

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 240. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 240
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/"><p>ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีโดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสาร และหลักฐานทั้งปวง ในสำนวนความซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมา เว้นแต่ (๑) ศาลอุทธรณ์ได้นัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๑ แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายไม่มาศาลในวันกำหนดนัด ศาลอุทธรณ์อาจดำเนินคดีไปได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้น ไม่ให้ถือเป็นคำพิพากษาโดยขาดนัด (๒) ถ้าศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่พอใจในการพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ และพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสำนวน ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๓๘ และเฉพาะในปัญหาที่อุทธรณ์ให้ศาลมีอำนาจที่จะกำหนดประเด็นทำการสืบพยานที่สืบมาแล้ว หรือพยานที่เห็นควรสืบต่อไป และพิจารณาคดีโดยทั่ว ๆ ไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้สำหรับการพิจารณาในศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาในศาลชั้นต้น มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม (๓) ในคดีที่คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น แล้วพิพากษาไปตามรูปความ</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-240/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง