กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

31: การกระทำอันเป็นละเมิดอำนาจศาล

คนบทกฎหมาย

ใครก็ตามที่ทราบถึงการอย่างใดอย่างใดกล่าวอ้างว่าถือเป็นการละเมิดฐานอำนาจศาล
(๑) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อยหรือสมุนไพรไม่ความจำเป็นของศาล
(๒) ได้มีคำร้องและคุณลักษณะจากศาลให้ยกเว้นเฉพาะศาลตามมาตรา ๑๕๖/๑ แล้วก็ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอหลักฐานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการพิจารณาสวนคำร้องขอยกเว้นวิจารณ์ศาล
(๓) ในกรณีที่รู้ว่าจะส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงต้องมุ่งมั่นตั้งใจไปเสียให้มากหรือหาทางที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น ๆ
(๔) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในคำพูดของความหรือคัดเอาใบรับรองใบรับรองไปโดยฝ่าฝืนต่อบทวิเคราะห์มาตรา ๕๔
(๕) ขัดขืนไม่มาศาลเมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา ๑๙ หรือกล่าวถึงการเรียกร้องตามคำพิพากษาหรือผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๒๗๗

คำแปลภาษาไทย

ผู้ใดกระทำการใดๆ ดังต่อไปนี้ จะถือว่ากระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาล:
(1) การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตราก่อนหน้าเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือการประพฤติตนอย่างไม่เป็นระเบียบภายในบริเวณศาล;
(2) ในกรณีที่หลังจากมีการยื่นคำร้องและศาลอนุญาตให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวได้นำเสนอข้อเท็จจริงเท็จหรือเสนอหลักฐานเท็จต่อศาลในการสอบสวนคำร้องขอการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล;
(3) เมื่อทราบว่าคำร้องหรือเอกสารอื่นใดจะถูกส่งถึงเขา จงใจออกไปเพื่อหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการรับคำร้องหรือเอกสารนั้น;
(4) การตรวจสอบเอกสารทั้งหมดหรือบางส่วนในแฟ้มคดี หรือการทำสำเนาเอกสารเหล่านั้น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 54;
(5) ไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาลเมื่อศาลมีคำสั่งตามมาตรา 19 หรือเมื่อมีการออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นตามมาตรา 277.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 31 กำหนดอันอันเป็นอำนาจศาลไว้ห้าประการภายใต้มาตรา (1) เชื่อมเพื่อตรวจสอบอำนาจรักษาความเรียบร้อยตามมาตรา 30 และการควบคุมการไม่ทำให้บริสุทธิ์ด้วยตัวเองในส่วนเหนือส่วนอื่น ๆ ในการแสดงข้อความที่เป็นผลในทางไต่สวนขอยกเว้นค่าธรรมเนียม (มาตรา 156/1) การหลีกเลี่ยงหลีกการพิจารณาสัญญาณสคอโดยไม่ชอบ (มาตรา 54) ส่วนขัดขืนไม่มาศาลทั้งตามลำดับตามมาตรา 19 หรือทำเครื่องหมายเรียกตามมาตรา 277 สาเหตุนี้ตามมาตรา 33 และเพราะว่าศาลมักจะพิเศษการลงโทษศาลฎีกาได้เองโดยเฉพาะมีรายงานว่าโจทก์เป็นคนละเรื่องกับความผิดอาญาเป็นสาเหตุของข้อเท็จจริงเดียวกันการสืบสวนคดีอาญาในข้อเท็จจริงนั้นส่วนใหญ่เป็นคดีซ้ำอีกครั้ง

ความสำคัญต่อ

คดีเพื่อดูอำนาจศาลดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยศาลเองก่อนที่จะเกิดทันที การก่อกวนขั้นตอนการพิจารณา หลีกเลี่ยงการสังเกตสัญลักษณ์หรือแสดงข้อความเท็จเพื่อขอยกเว้นคุณลักษณะพิเศษของการควบคุมตามมาตรา 33 ประโยชน์ของการสืบค้นตามปกติในทราบสองประเด็นแรกหลักการพิจารณาคดีอาจมีส่วนร่วมกับผู้อื่นในฐานะตัวการร่วมได้ก่อนการสอบสวนครั้งที่สองการพิจารณาฐานการพิจารณาอำนาจศาลไม่คุ้มกันการถูกดำเนินคดีอาญาในคดีเดียวกันเพราะเป็นคนละเรื่องกัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3395/2566 (2023)

    พิจารณาฐานของอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 ให้ศาลตัดสินพิเศษลงโทษได้เองพบว่ามีผู้ใดเป็นโจทก์และเป็นคนละเรื่องกับความผิดอาญาทั่วไป เช่น เอกสารปลอม การวิจารณ์คดีอาญาในข้อเท็จจริงที่พบบ่อยๆ เป็นผลการพิจารณาซ้ำอีกครั้ง

    ศาลวินิจฉัยว่าความผิดฐานอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 เป็นอำนาจพิเศษให้ศาลลงโทษได้เองไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องขอหรือเป็นโจทก์ส่วนความผิดปลอมและเอกสารปลอมซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฐานเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นในศาลชั้นต้นโทษสำหรับอำนาจศาลจนคดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฐานการพิจารณาในข้อเท็จจริงเดียวกันก็ไม่ระงับ

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3147/2562 (2019)

    เหตุผลพื้นฐานเกี่ยวกับอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 อาจพิจารณาร่วมกันได้และกล่าวโทษที่อาจทำให้ตัวเองเป็นตัวการตามขั้นตอนกฎหมายอาญา มาตรา 83 ดุลยพินิจกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

    ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ถูกมองว่ามีความผิดฐานของอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 ส่วนเพดานกฎหมายอาญา มาตรา 83 ผู้มีอำนาจถูกที่ 1 รับสารภาพ การลงโทษใน 2 เดือน (รอการลงโทษ) และปรับส่วน 2 1 เดือนของการสืบสวนศาลฎีการ่วมกันได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 115 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3395/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3147/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5958/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 635/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15586/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13146/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10494/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8732/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

สิ่งที่ถือเป็นทรัพย์สินของศาล

ส่วน 31 เป็นตัวอย่างห้าประการในชื่อขัดขืนข้อกำหนดเรื่องความเรียบร้อยหรือเหตุผลไม่เรียบร้อยในรูปลักษณ์ของข้อเท็จจริงเท็จเพื่อขอยกเว้นฟอร์มการหลบเลี่ยงการรับสัญญาณที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมโดยไม่ชอบเลยขขัดืนไม่มาศาลฎีกาหรือเครื่องหมายเรียก

ปรับฐานบัลลังก์พิพากษาศาลแล้วยังถูกกฎหมายอาญาอีกด้วย

ได้ตรวจสอบฐานความผิดของศาลเป็นคนละเรื่องกับความผิดอาญาทั่วไป การสอบสวนอาญาในข้อเท็จจริงเดียวกันนั้นเป็นเรื่องซ้ำอีกครั้ง

จะต้องดำเนินการคดีพิพากษาศาล

ศาลตัดสินพิเศษที่จะสั่งลงโทษศาลฎีกาได้เอง สามารถใช้ร้องขอหรือเป็นโจทก์ก็ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 31 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 31. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-31/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 31
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-31/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-31/"><p>ใครก็ตามที่มองว่าการอย่างใด ๆ ถือเป็นการพิจารณาว่าเป็นฐานผิดฐานอำนาจศาล (๑) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาศาลอย่างเป็นทางการหรือส่วนประกอบที่ไม่ทำให้เป็นส่วนประกอบ (๒) สามารถมีคำและคุณสมบัติของศาลให้ยกเว้นการพิจารณาคดีตามมาตรา ๑๕๖/๑๑ แล้วมองว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในไต่สวนคำร้องขอยกเว้นการพิจารณาคดีศาล (๓) มักจะพบว่ามีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ จนถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้กินหรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น (๔) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสฟังข่าวหรือคัดเอาว่าเอกสารของมันไปโดยฝ่าฝืนต่อบทพิจารณามาตรา ๕๔ (๕) ขัดขืนไม่มาศาลเมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา ๑๙ หรือพิจารณาเรียกพิจารณาตามคำพิพากษาหรือตามมาตรา ๒๗๗</p><footer>Civil Procedure Code, s. 31 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-31/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง