กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

33: โทษฐานละเมิดอำนาจศาล

คนบทกฎหมาย

ศาลใด ๆ ก็ตามที่ศาลสั่งลงโทษโดยใด ๆ หรืออย่างดังจะกล่าวคือ (ก) ไล่ออกจากบริเวณศาลหรือ (ข) ให้พิจารณาคดีหรือปรับหรือทั้งจำปรับการออกจากบริเวณศาลนั้นให้ใช้เวลาในระยะเวลาที่ศาลนั่งพิจารณาหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ก็ได้ตรวจสอบศาลอีกครั้งเห็นความสำคัญจะเรียกตำรวจให้ช่วยตรวจสอบประวัติการปกครองและปรับนั้นให้มีการหกเดือนหรือปรับวิธีห้าร้อยบาท

คำแปลภาษาไทย

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลใดกระทำการดูหมิ่นศาล ศาลนั้นมีอำนาจสั่งลงโทษโดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธีดังต่อไปนี้ คือ:
(ก) การขับไล่ออกจากบริเวณศาล หรือ
(ข) จำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำคุกและปรับ.
การเนรเทศออกจากบริเวณศาลอาจกระทำได้ในระหว่างที่ศาลพิจารณาคดี หรือในระยะเวลาใดๆ ก็ตามที่ศาลเห็นสมควร และหากจำเป็น อาจเรียกตำรวจมาช่วยได้ ในการกำหนดโทษจำคุกและปรับ โทษจำคุกต้องไม่เกินหกเดือน และโทษปรับต้องไม่เกินห้าร้อยบาท.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 33 กำหนดโทษสำหรับฐานการพิจารณาอำนาจศาลตามมาตรา 31 และ 32 ศาลอาจไล่ผู้ควบคุมส่วนต่างๆ ของศาลฎีกาหรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับการไล่ออกได้ในระยะเวลาที่ศาลนั่งพิจารณาหรือระยะเวลาที่ศาลกำหนดโดยให้ตำรวจช่วยได้เมื่อจำเป็น การพิจารณาคดีสูงสุดหกเดือนและปรับสูงสุดห้าร้อยบาท การตรวจสอบลักษณะพิเศษของศาลฎีกาศาลใช้อย่างเป็นทางการเพื่อดูมีโจทก์และตรงไปตรงมาเรื่องกับความรับผิดทางอาญาเป็นหลักความจริงเดียวกัน

ความสำคัญต่อ

ตามมาตรานี้มีเพดานเป็นจุดเริ่มต้นสูงสุดหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อย แต่ต้องใช้เป็นไปโดยทันทีและศาลดำเนินการเองมีช่วงของบัฟเฟอร์ระหว่างการลงโทษกับศาลมักจะรอการลงโทษในระดับสูงสำหรับความผิดครั้งแรกที่ต้องพิจารณาและอาชีพเป็นหลักมักจะใช้ระบบการพิจารณาคดีในคดีเดียวกัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3147/2562 (2019)

    ตามมาตรา 31 (1) และ 33 ศาลระบบสุริยะฐานของอำนาจศาลภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด ลงโทษจำคุกโดยรอการลงโทษพร้อมปรับ โดยระบบที่ผู้บริสุทธิ์ผิดครั้งแรกไม่เคยต้องโทษ

    ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ถูกมองว่ามีฐานความผิดในอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 ส่วนเพดานกฎหมายอาญา มาตรา 83 ผู้มีอำนาจถูกต้องที่ 1 รับสารภาพและไม่เคยต้องรับผิดชอบต่อการลงโทษ 2 เดือน (รอการลงโทษ 1 ปี) และปรับ 500 บาท ส่วน 2 1 เดือนแสดงการพิพากษาภายในกรอบมาตรา 33

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 5958/2559 (2016)

    เหตุผลพื้นฐานเกี่ยวกับอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 อาจเป็นไปได้ร่วมกันและอนุสาวรีย์ของระบบสุริยะภายในกรอบหกเดือนโดยการลดโทษให้เมื่อรับภาพอันเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

    ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันในอำนาจศาลมาตราตาม 31 (1) และ 33 เพดานศาลอาญา มาตรา 83 โทษจำคุกในคนละ 4 เดือนคำรับสารภาพอย่างถูกที่ 1 เหตุฉุกเฉินของระบบลดการรักษาความปลอดภัยของระบบสุริยะกึ่งหนึ่งคงมีชีวิตอยู่ 2 เดือนตรวจสอบจอห์นสันภายในมาตรา 33

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3395/2566 (2023)

    อำนาจการควบคุมอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 เป็นอำนาจพิเศษที่ศาลใช้ได้เองและมีโจทก์ให้เป็นคนละเรื่องกับความผิดอาญาเป็นสาเหตุให้เกิดข้อเท็จจริงเดียวกัน การสืบสวนคดีอาญาจะพิจารณาเป็นคดีซ้ำอีกครั้ง...

    ศาลฎีกาฐานการตรวจสอบอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) และ 33 ให้ศาลพิพากษาพิเศษลงโทษได้เองเท่านั้นที่มีผู้ร้องขอหรือเป็นโจทก์ ต่างจากความผิดฐานปลอมเอกสารของจำเลยมัลติฟังก์ชั่นการลงโทษผู้พิพากษาศาลถึงที่สุดแล้วการสอบสวนคดีอาญาในข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่งก็ไม่ซ้ำอีกครั้ง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 39 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2559)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 635/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4479/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4617/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2882/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1286/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5615/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7-8/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3227/2542 (1999)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

เพดานของรัฐนิติศาสตร์มีอะไรบ้าง

ตามมาตรา 33 ศาลอาจไล่ออกจากบริเวณศาลลงโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

การลงโทษทางอำนาจศาลต้องมีโจทก์หรือไม่

เคยเห็นว่าอำนาจศาลเป็นอำนาจพิเศษ ศาลจึงสั่งการลงโทษตามมาตรา 33 ได้เอง โดยตรงต้องมีผู้ร้องขอหรือเป็นโจทก์

นักโทษในฐานการพิจารณาอำนาจศาลต้องรับดาวเคราะห์จริงหรือไม่

ไม่ยอมไปศาลมักจะรอการลงโทษเสมอไปสำหรับความผิดครั้งแรกต้องโทษและอาชีพโดยส่วนใหญ่ยังคงปรับ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 33 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 33. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-33/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 33
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-33/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-33/"><p>ศาลใด ๆ ก็ตามที่ศาลสั่งลงโทษโดยใด ๆ หรืออย่างดังจะกล่าวคือ (ก) ไล่ออกจากบริเวณศาลหรือ (ข) ให้พิจารณาคดีหรือปรับหรือทั้งจำปรับการออกจากบริเวณศาลนั้นให้ใช้เวลาในระยะเวลาที่ศาลนั่งพิจารณาหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ก็ได้ตรวจสอบศาลอีกครั้งเห็นความสำคัญจะเรียกตำรวจให้ช่วยตรวจสอบประวัติการปกครองและปรับนั้นให้มีการหกเดือนหรือปรับวิธีห้าร้อยบาท</p><footer>Civil Procedure Code, s. 33 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-33/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง