46: ภาษาไทย คำแปล และล่ามในคดี
คนบทกฎหมาย
ส่วนกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับด้วยกลิ่นหอมและชี้ขาดการพิจารณาคดีแพ่งทั้งหมดซึ่งศาลนั้นทำนั้นให้ทำเป็นภาษาไทย ส่วนคำคู่ความและเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่คู่ความความหรือศาลหรือเจ้าพนักงานทำขึ้นซึ่งประกอบเป็นสคอของคดีนั้นให้เขียนเป็นหนังสือไทยและเขียนด้วยหมึกหรือดีดพิมพ์หรือในครั้งต่อไป มักจะผิดตกที่ใดห้ามมิให้ขูดลบออกส่วนใหญ่ให้ตรงเสียแล้วเขียนลงวิจารณ์ต้องพิจารณาชื่อเรื่องริมกระดาษ หรือลงชื่อย่อไว้เป็นสิ่งสำคัญถ้าต้นฉบับเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่ส่งต่อศาลทำอะไรหรือภายนอกใด ๆ ที่มาจากศาลสั่งคู่ความที่ส่งให้ทำคำแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะแต่ส่วนสำคัญในคำรับรองแนบมาเพื่อแนบไว้กับต้นฉบับถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือบุคคลใด ๆ ที่มาของศาลในภาษาไทย หรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนหนังสือไม่ได้ให้คู่ฝ่ายในฝ่ายลอมล่าม
คำแปลภาษาไทย
การดำเนินคดีและการพิจารณาคดีแพ่งทั้งหมดที่ศาลดำเนินการจะต้องกระทำเป็นภาษาไทย คำร้องและเอกสารใดๆ ก็ตามที่จัดทำโดยคู่ความ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งประกอบเป็นสำนวนคดี จะต้องเขียนเป็นภาษาไทยด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือพิมพ์ดีด หากมีข้อผิดพลาดหรือการตกหล่น ห้ามลบ แต่ให้ขีดฆ่าและเขียนใหม่ พร้อมลงชื่อกำกับที่ขอบกระดาษ หากมีการคัดลอกข้อความ ให้ผู้คัดลอกลงชื่อหรือลงชื่อย่อเพื่อรับรอง หากเอกสารต้นฉบับใดๆ ที่ยื่นต่อศาลจัดทำเป็นภาษาต่างประเทศ ศาลจะสั่งให้ฝ่ายที่ยื่นเอกสารนั้นจัดทำคำแปลทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนสำคัญ พร้อมทั้งรับรอง และแนบมากับเอกสารต้นฉบับ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลใดที่มาศาลไม่เข้าใจภาษาไทย หรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนไม่ได้ ฝ่ายนั้นจะต้องจัดหาล่าม.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 46 กำหนดภาษาและขั้นตอนการพิจารณาและสคอความในคดีแพ่ง กระบวนพิจารณาและหมวดคำคู่เอกสารและกระดาษที่ประกอบเป็นสคอฟังเป็นภาษาไทย และเขียนด้วยหมึก ดีดพิมพ์หรือส่วนประกอบที่ผิดให้นักเขียนฆ่าและลงชื่อแทนการวิจารณ์ลบ ระยะสามเป็นหลักสำคัญตรวจสอบเรื่องเอกสารภาษาต่างประเทศคือไม่จำคำต้องทำแปลเสมอไป แต่ศาลอาจมีความสำคัญที่ส่งยื่นคำแปลที่มีคำรับรองทั้งฉบับหรือเฉพาะส่วนสำคัญ แนบไว้กับต้นฉบับกับต้นฉบับ ประโยคที่สี่ให้ทำหน้าที่ฝ่ายล่ามตกแก่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเมื่อคู่ความหรือบุคคลใด ๆ ภาษาอังกฤษหรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนไม่ได้ บทนี้ต้องใช้กฎหมายวิธีพิจารณาของศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลภาษีอากร ศาลแรงงาน และศาลทรัพย์สินทางปัญญา
ความสำคัญต่อ
สำหรับส่วนมาตรานี้สำคัญสองด้านสำหรับเอกสารการเขียนรายการบัญชีหรืออีเมลภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องออก แต่หากศาลต้องทำคำแปลและท่านไม่ยื่นคำแปลที่มีคำรับรองเอกสารนั้นอาจรับฟังไม่ได้กรองควรจะตรวจสอบการวินิจฉัยที่สำคัญแต่เนิ่นๆ ในภาษาการพิจารณาการพิจารณาต้องใช้ภาษาไทยผู้อำนวยการฝ่ายเดียวล่ามและศาลดำเนินการพิจารณาเป็นภาษาไทยวางแผนเรื่องคำแปลและล่ามก่อนวันนัดไม่ให้พิจารณาการรับฟังการพิจารณา
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4725/2565 (2022)
คู่ความส่งเอกสารที่ดำเนินการขึ้นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไปจะต้องทำคำแปลก็เฉพาะเมื่อสั่งตามมาตรา 46 วรรคสาม และการรับฟังเอกสารที่มีการพิสูจน์ได้
โจทก์ส่งเอกสารต่างประเทศต่อศาลโดยไม่ทำคำแปลเป็นภาษาไทย ศาลฎีกาเห็นว่าคู่ความสามารถส่งเอกสารที่ทำขึ้นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไปเพื่อให้มั่นใจว่าศาลทำคำแปลมาตรา 46 วรรคสามการพิจารณาคดีในศาลภาษีอากรและวิธีการพิจารณาคดีภาษีอากร มาตรา 17 ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นการพิจารณาคดีของโจทก์ได้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 5554/2561 (2018)
เอกสารภาษาต่างประเทศไม่จำต้องทำคำแปลทั้งหมดเสมอไปสำรวจคำแปลที่เป็นส่วนประกอบและประกอบกับการตรวจสอบหลักฐานอื่น ๆ ที่จะรับฟังได้ตามมาตรา 46 วรรคสาม
เอกสารรายการฝากและถอนเงินมีข้อความที่เป็นภาษาอังกฤษเป็นหลักคำแปลที่เป็นแหล่งที่มาของวันที่ทำรายการในวันที่เพื่อดูรายการถอนรายการฝากและยอดคงที่เหลือศาลฎีกาย้ำว่าการส่งเอกสารภาษาต่างประเทศต่อศาลไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไปคำสั่งศาลสั่งตามมาตรา 46 วรรคสามเป็นครั้งแรกเอกสารอย่างเป็นทางการในการตรวจสอบและมีคำแปลโบราณหาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อรับฟังหลักฐานของโจทก์ได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7189/2562 (2019)
เอกสารภาษาอังกฤษที่ยื่นต่อศาลโดยไม่ต้องทำคำแปลไม่ชอบด้วยมาตรา 46 วรรคสามย่อมรับฟังไม่ได้ว่าข้อความในเอกสารนั้น
รายงานการตรวจสอบของจำเลยเป็นเอกสารภาษาอังกฤษแต่จำเลยไม่ทำคำแปลยื่นต่อศาลไม่ชอบด้วยมาตรา 46 วรรคสามศาลฎีกาเห็นว่าสามารถรับฟังข้อความในเอกสารที่มีความสำคัญหรือเป็นแหล่งฟังตามคำเบิกความโจทก์ว่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถพิจารณาตามปกติไม่ถือระบบปฏิบัติการหรือแหล่งที่มาของจำเลยที่กล่าวมา
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 39 คดี (พ.ศ. 2513 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4725/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5554/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3924/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6982/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5914/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4201/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 757/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2669/2544 (2001)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- 90 6
- 93 4
- 249 4
- 247 3
- ป.วิ.อาญา มาตรา 15 3
- ป.วิ.อาญา มาตรา 46 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นไทยในศาลหรือไม่
เสมอไปตามมาตรา 46 วรรคสามคู่ความส่งเอกสารภาษาต่างประเทศต่อศาลเป็นพิเศษทำคำแปลเสมอไปที่ศาลเพื่อเพิ่มทำคำแปล หากศาลสั่งคำแปลต้องมีคำรับรองและแนบกับต้นฉบับมิฉะนั้นอาจรับฟังเอกสารนั้นไม่ได้
เราต้องใช้เวลาในภาษาไทยในศาลไทย
ตามมาตรา 46 วรรคสี่หากคู่ความหรือผู้เล่นมาศาลต้องใช้ภาษาไทย หรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนไม่ได้ฝ่ายพันธมิตรต้องล่ามโดยพิจารณาดำเนินการเป็นภาษาไทย
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 46 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 46. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-46/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 46 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-46/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-46/"><p>ส่วนกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับด้วยกลิ่นหอมและชี้ขาดการพิจารณาคดีแพ่งทั้งหมดซึ่งศาลนั้นทำนั้นให้ทำเป็นภาษาไทย ส่วนคำคู่ความและเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่คู่ความความหรือศาลหรือเจ้าพนักงานทำขึ้นซึ่งประกอบเป็นสคอของคดีนั้นให้เขียนเป็นหนังสือไทยและเขียนด้วยหมึกหรือดีดพิมพ์หรือในครั้งต่อไป มักจะผิดตกที่ใดห้ามมิให้ขูดลบออกส่วนใหญ่ให้ตรงเสียแล้วเขียนลงวิจารณ์ต้องพิจารณาชื่อเรื่องริมกระดาษ หรือลงชื่อย่อไว้เป็นสิ่งสำคัญถ้าต้นฉบับเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่ส่งต่อศาลทำอะไรหรือภายนอกใด ๆ ที่มาจากศาลสั่งคู่ความที่ส่งให้ทำคำแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะแต่ส่วนสำคัญในคำรับรองแนบมาเพื่อแนบไว้กับต้นฉบับถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือบุคคลใด ๆ ที่มาของศาลในภาษาไทย หรือเป็นใบ้หรือหูหนวกและอ่านเขียนหนังสือไม่ได้ให้คู่ฝ่ายในฝ่ายลอมล่าม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 46 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-46/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา