47 — การพิสูจน์ใบมอบอำนาจ
คนบทกฎหมาย
ถ้าคู่ความหรือบุคคลใดยื่นใบมอบอำนาจต่อศาล ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้คู่ความหรือบุคคลนั้นให้ถ้อยคำสาบานตัวว่าเป็นใบมอบอำนาจอันแท้จริงถ้าศาลมีเหตุอันควรสงสัยว่า ใบมอบอำนาจที่ยื่นนั้นจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงก็ดี หรือเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจนั้นจะมิใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงก็ดี ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นยื่นใบมอบอำนาจตามที่บัญญัติไว้ต่อไปนี้ถ้าใบมอบอำนาจนั้นได้ทำในราชอาณาจักรไทยต้องให้นายอำเภอเป็นพยาน ถ้าได้ทำในเมืองต่างประเทศที่มีกงสุลไทย ต้องให้กงสุลนั้นเป็นพยาน ถ้าได้ทำในเมืองต่างประเทศที่ไม่มีกงสุลไทย ต้องให้บุคคลเหล่านี้เป็นพยานคือเจ้าพนักงานโนตารีปับลิกหรือแมยิสเตร็ด หรือบุคคลอื่นซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเช่นว่านี้ และต้องมีใบสำคัญของรัฐบาลต่างประเทศที่เกี่ยวข้องแสดงว่าบุคคลที่เป็นพยานนั้นเป็นผู้มีอำนาจกระทำการได้บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ให้ใช้บังคับแก่ใบสำคัญและเอกสารอื่น ๆ ทำนองเช่นว่ามานี้ ซึ่งคู่ความจะต้องยื่นต่อศาล
คำแปลภาษาไทย
If a party or any person submits a power of attorney to the court, the court shall have the power to order that party or person to make a statement on oath that it is a genuine power of attorney. If the court has reasonable cause to suspect that the power of attorney submitted is not genuine, or where the other party files a motion showing reasonable cause to suspect that the power of attorney is not genuine, the court shall have the power to order the party or person concerned to submit the power of attorney in accordance with the following provisions. If the power of attorney was made within the Kingdom of Thailand, the District Officer must be a witness; if it was made in a foreign city where there is a Thai consul, that consul must be a witness; if it was made in a foreign city where there is no Thai consul, the following persons must be witnesses, namely a notary public or magistrate, or any other person whom the law of the locality appoints as having authority to witness such a document, and there must be a certificate of the relevant foreign government showing that the person acting as witness has the authority to do so. The provisions of this section shall apply to certificates and other documents of a like nature which a party is required to submit to the court.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 47 ให้ศาลตรวจสอบความแท้จริงของใบมอบอำนาจหรือเอกสารทำนองเดียวกันที่ยื่นในคดี ขั้นแรกศาลอาจเพียงสั่งให้ผู้นั้นสาบานตัวว่าเอกสารเป็นของแท้ ส่วนวิธีการรับรองตามวรรคสาม คือ นายอำเภอในไทย กงสุลไทยในต่างประเทศ หรือโนตารีปับลิกหรือแมยิสเตร็ดพร้อมใบสำคัญของรัฐบาลต่างประเทศเมื่อไม่มีกงสุลไทย จะใช้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเอกสารไม่แท้จริง ไม่ว่าจะโดยศาลเองหรือโดยคำร้องของอีกฝ่าย ศาลวางแนวว่ากลไกนี้ใช้เมื่อมีข้อสงสัยจริง ใบมอบอำนาจที่ไม่มีการรับรองหรือไม่มีโนตารีปับลิกมิได้เสียไปโดยอัตโนมัติ ผู้โต้แย้งต้องแสดงเหตุอันควรสงสัย วรรคท้ายขยายไปถึงใบสำคัญและเอกสารทำนองเดียวกันที่คู่ความต้องยื่นต่อศาล
ความสำคัญต่อ
เรื่องนี้สำคัญที่สุดสำหรับชาวต่างชาติและบริษัทที่ดำเนินคดีผ่านผู้รับมอบอำนาจ ใบมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศมักใช้ได้ตามที่ยื่น ไม่จำต้องผ่านกงสุลหรือโนตารีปับลิกเพียงเพราะมาจากต่างประเทศ ขั้นตอนการรับรองเพิ่มเติมจะใช้ก็ต่อเมื่อศาลหรืออีกฝ่ายยกเหตุอันควรสงสัยที่มีน้ำหนักเรื่องความแท้จริง การคัดค้านลอย ๆ ว่าเอกสารไม่มีโนตารีปับลิกจึงไม่ทำให้เอกสารเสียไป เพื่อลดข้อพิพาท ควรให้ใบมอบอำนาจจากต่างประเทศผ่านการรับรองที่สถานทูตไทยหรือต่อหน้าโนตารีปับลิกเท่าที่ทำได้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4502/2565 (2022)
เมื่อไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ใบมอบอำนาจนั้นไม่ต้องทำตามวิธีการในมาตรา 47 วรรคสาม และไม่จำต้องมีกงสุลหรือเจ้าหน้าที่สถานทูตรับรอง
จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าใบมอบอำนาจของโจทก์ไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง จึงไม่มีเหตุอันควรสงสัย ศาลฎีกาเห็นว่าใบมอบอำนาจนั้นไม่ต้องทำตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 47 วรรคสาม และไม่จำต้องมีกงสุลหรือเจ้าหน้าที่สถานทูตรับรองความถูกต้อง ส่วนข้อโต้แย้งว่าผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจเฉพาะคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินจำนวนที่ระบุนั้น ได้วินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6616/2560 (2017)
มาตรา 47 เป็นเรื่องอำนาจของศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับใบมอบอำนาจหรือเอกสารในกรณีที่ศาลสงสัยหรือคู่ความอีกฝ่ายยื่นคำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัย หาใช่ว่าหากเอกสารไม่มีการรับรองจากโนตารีปับลิกแล้วจะไม่แท้จริง
ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 47 ซึ่งใช้ประกอบกฎหมายจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เป็นเรื่องอำนาจของศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับใบมอบอำนาจหรือเอกสารในกรณีที่ศาลสงสัยหรือคู่ความอีกฝ่ายยื่นคำร้องแสดงเหตุอันสมควรสงสัยว่าเป็นเอกสารแท้จริงหรือไม่ ในกรณีเช่นนั้นศาลจึงสั่งให้คู่ความยื่นเอกสารตามวิธีในวรรคสามได้ หาใช่ว่าหากเอกสารไม่มีการรับรองจากโนตารีปับลิกหรือไม่เป็นไปตามวรรคสามแล้วจะไม่แท้จริง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ใบมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศต้องมีโนตารีปับลิกรับรองเพื่อใช้ในศาลไทยหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป ตามมาตรา 47 วิธีการรับรองที่เป็นทางการ เช่น กงสุลไทยหรือโนตารีปับลิกพร้อมใบสำคัญของรัฐบาลต่างประเทศ จะใช้ก็ต่อเมื่อศาลหรืออีกฝ่ายแสดงเหตุอันควรสงสัยว่าเอกสารไม่แท้จริง
อีกฝ่ายคัดค้านใบมอบอำนาจของเราเพียงเพราะไม่มีโนตารีปับลิกได้หรือไม่
การคัดค้านลอย ๆ ไม่เพียงพอ ตามมาตรา 47 วิธีการรับรองจะใช้เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเอกสารไม่แท้จริง ใบมอบอำนาจที่ไม่มีโนตารีปับลิกมิได้เสียไปโดยอัตโนมัติ