กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เรียง 62 — ขอบอำนาจของทนายความในคดี

คนบทกฎหมาย

ทนายความซึ่งคู่ความได้ตั้งแต่งนั้นมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคู่ความนั้น แต่ถ้ากระบวนพิจารณาใดเป็นไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความ เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือในการขอให้พิจารณาคดีใหม่ ทนายความไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นว่านี้ได้ โดยมิได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง อำนาจโดยชัดแจ้งเช่นว่านี้จะระบุให้ไว้ในใบแต่งทนายสำหรับคดีเรื่องนั้น หรือทำเป็นใบมอบอำนาจต่างหากในภายหลังใบเดียวหรือหลายใบก็ได้ และในกรณีหลังนี้ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๖๑ บังคับกรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ตัวความหรือผู้แทนจะปฏิเสธหรือแก้ไขข้อเท็จจริงที่ทนายความของตนได้กล่าวด้วยวาจาต่อหน้าตนในศาลในขณะนั้นก็ได้ แม้ถึงว่าตัวความหรือผู้แทนนั้นจะมิได้สงวนสิทธิเช่นนั้นไว้ในใบแต่งทนายก็ดี

คำแปลภาษาไทย

An attorney appointed by a party has authority to conduct the case and to take any procedural step on the party's behalf as it thinks fit to protect the interests of that party. But where a procedural step operates to dispose of the party's rights, such as admitting the claim made by the other party, withdrawing the action, entering into a compromise, waiving a right, exercising the right of appeal or of further appeal, or applying for a retrial, the attorney has no authority to take such a procedural step without express authority from the party. Such express authority may be stated in the letter of attorney appointment for that case, or may be made afterwards in one or more separate powers of attorney; in the latter case, the provisions of section 61 apply. In any event, the party or its representative may deny or correct a fact stated orally by its attorney in its presence in court at that moment, even though the party or representative did not reserve such a right in the letter of attorney appointment.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 62 กำหนดขอบอำนาจของทนายความที่ได้รับแต่งตั้ง อำนาจทั่วไปนั้นกว้าง คือ ทนายความว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของตัวความ ข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่การกระทำที่เป็นการจำหน่ายสิทธิของตัวความ โดยมาตรานี้ยกตัวอย่าง คือ การยอมรับตามที่เรียกร้อง ถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ สละสิทธิ อุทธรณ์ฎีกา และขอพิจารณาคดีใหม่ ซึ่งต้องได้รับอำนาจโดยชัดแจ้ง อำนาจนี้อาจระบุในใบแต่งทนายหรือทำเป็นใบมอบอำนาจต่างหากภายหลัง ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรา 61 บทท้ายเป็นหลักประกันให้ตัวความปฏิเสธหรือแก้ไขข้อเท็จจริงที่ทนายกล่าวด้วยวาจาต่อหน้าตนได้ทันที ไม่ว่าใบแต่งทนายจะระบุไว้อย่างไร ศาลใช้บทนี้อย่างเคร่งครัด อุทธรณ์ที่ลงชื่อโดยไม่มีอำนาจโดยชัดแจ้งจึงเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้กำหนดวิธีที่ท่านมอบหมายทนายความ สำหรับขั้นตอนทั่วไป ทนายไม่ต้องมีอำนาจพิเศษ แต่สำหรับสิ่งที่เป็นการสละหรือจำหน่ายสิทธิ เช่น ประนีประนอม ถอนฟ้อง อุทธรณ์ฎีกา หรือขอพิจารณาคดีใหม่ ต้องมีอำนาจโดยชัดแจ้ง ไม่ว่าในใบแต่งทนายหรือใบมอบอำนาจต่างหาก มิฉะนั้นการกระทำนั้นอาจเสียเปล่า หากท่านต้องการให้ทนายประนีประนอมหรืออุทธรณ์ได้ ควรระบุเป็นหนังสือแต่แรกเพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาในระหว่างจัดทำหนังสือมอบอำนาจใหม่ ทั้งพึงทราบว่าการที่ทนายทราบวันนัดโดยปกติผูกพันท่าน จึงควรติดต่อกันอย่างใกล้ชิด และควรตกลงขอบอำนาจไว้ตอนตกลงค่าจ้างและเงื่อนไข

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4548/2562 (2019)

    การใช้สิทธิอุทธรณ์เป็นการจำหน่ายสิทธิของคู่ความ ซึ่งต้องได้รับอำนาจโดยชัดแจ้งตามมาตรา 62 อุทธรณ์ที่ลงชื่อโดยผู้ไม่มีอำนาจดังกล่าวย่อมเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    ผู้ที่ลงชื่อในอุทธรณ์ของโจทก์ไม่มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์แทนโจทก์ ศาลฎีกาโดยยกมาตรา 62 มาวินิจฉัยเห็นว่าอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จึงชอบแล้ว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4303/2558 (2015)

    เนื่องจากทนายความมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนคู่ความตามมาตรา 62 การที่ทนายความทราบวันนัดและคำสั่งศาลย่อมผูกพันตัวความ แม้ตัวความจะไม่ทราบด้วยตนเองก็ตาม

    ทนายจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระเพิ่มเติมโดยชอบแล้ว แต่ไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 62 การที่ทนายทราบย่อมผูกพันจำเลย จำเลยจะยกเหตุที่ตนไม่ทราบมาอ้างไม่ได้ เพราะมีทนายความกระทำการแทนตน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3457/2564 (2021)

    ทนายความซึ่งคู่ความได้ตั้งแต่งมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคู่ความตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง แต่กระบวนพิจารณาที่เป็นการจำหน่ายสิทธิของคู่ความต้องได้รับอำนาจโดยชัดแจ้ง

    โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ซึ่งให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้เท่าที่พอจะใช้ได้ ศาลฎีกาได้ยกมาตรา 62 วรรคหนึ่งว่าด้วยขอบอำนาจของทนายความมาวินิจฉัยว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบหรือไม่

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ทนายความประนีประนอมหรือถอนฟ้องได้โดยไม่ถามเราหรือไม่

ไม่ได้ ตามมาตรา 62 กระบวนพิจารณาที่เป็นการจำหน่ายสิทธิ เช่น ประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง สละสิทธิ อุทธรณ์ฎีกา หรือขอพิจารณาคดีใหม่ ต้องได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง โดยระบุในใบแต่งทนายหรือใบมอบอำนาจต่างหาก

ทนายความทำอะไรได้บ้างโดยไม่ต้องมีอำนาจพิเศษ

ตามมาตรา 62 ทนายความว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาตามปกติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของท่านได้โดยไม่ต้องมีอำนาจพิเศษ เฉพาะการกระทำที่เป็นการจำหน่ายสิทธิเท่านั้นที่ต้องมีอำนาจโดยชัดแจ้ง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น