ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 64: การมอบฉันทะให้ทำการแทนในบางกิจการ

ตัวบทกฎหมาย

เว้นแต่ศาลจะได้สั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อคดีมีเหตุผลพิเศษอันเกี่ยวกับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทนายความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ คู่ความหรือทนายความอาจตั้งแต่งให้บุคคลใดทำการแทนได้ โดยยื่นใบมอบฉันทะต่อศาลทุกครั้ง เพื่อกระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ กำหนดวันนั่งพิจารณาหรือวันสืบพยาน หรือวันฟังคำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาดใด ๆ ของศาล มาฟังคำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาดใด ๆ ของศาลหรือสลักหลังรับรู้ซึ่งข้อความนั้น ๆ รับสำเนาแห่งคำให้การ คำร้องหรือเอกสารอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๑ และ ๗๒ และแสดงการรับรู้สิ่งเหล่านั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

Unless the court orders otherwise, where the case presents special reasons particular to one of the parties or to one of the attorneys, the party or the attorney may appoint any person to act on its behalf, by filing a letter of proxy with the court on each occasion, in order to carry out any of the following matters, namely: to fix the date of a hearing or of the taking of evidence, or the date for hearing any order, injunction, or decision of the court; to attend the hearing of any order, injunction, or decision of the court, or to endorse acknowledgment of such matters; and to receive copies of an answer, a motion, or other documents as provided in sections 71 and 72, and to acknowledge receipt of them.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 64 วางกลไกอย่างเบา คือ ใบมอบฉันทะ ซึ่งแตกต่างจากการตั้งทนายความตามมาตรา 61 และการตั้งผู้รับเงินตามมาตรา 63 เมื่อมีเหตุพิเศษ คู่ความหรือทนายความอาจมอบฉันทะให้บุคคลใด โดยยื่นใบมอบฉันทะต่อศาลทุกครั้ง เพื่อทำกิจการตามรายการปิดที่กำหนดไว้ คือ การกำหนดวันนั่งพิจารณาหรือวันสืบพยานหรือวันฟังคำสั่ง การมาฟังและลงชื่อรับรู้คำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาด และการรับสำเนาคำให้การ คำร้อง หรือเอกสารตามมาตรา 71 และ 72 รายการนี้เป็นการจำกัด ผู้รับมอบฉันทะซึ่งมักเป็นเสมียนทนายจะใช้ใบมอบฉันทะทำกิจการสำคัญที่ทนายต้องทำด้วยตนเองไม่ได้ เช่น การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ทั้งศาลอาจสั่งเป็นอย่างอื่นได้ จึงคงอำนาจควบคุมว่าผู้ใดจะทำการต่อศาล

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ใบมอบฉันทะสะดวกสำหรับธุระในศาลตามปกติ เช่น ให้เสมียนรับเอกสารหรือมาฟังคำสั่ง แต่อย่าประเมินขอบเขตสูงเกินไป เพราะครอบคลุมเฉพาะกิจการที่กำหนดไว้ จึงใช้ยื่นคำร้องสำคัญ ลงชื่ออุทธรณ์ หรือทำการที่เป็นการจำหน่ายสิทธิไม่ได้ ซึ่งต้องมีใบแต่งทนายหรืออำนาจโดยชัดแจ้ง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและก่อผลเสียคือการให้เสมียนยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาโดยอาศัยใบมอบฉันทะ ซึ่งศาลอาจถือว่าไม่มีผล ทำให้พลาดกำหนดเวลา ทั้งพึงทราบว่าใบมอบฉันทะตามมาตรา 64 ไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจทั่วไป ควรตรวจสอบกับทนายความว่าแต่ละกิจการต้องใช้เอกสารใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2204/2564 (2021)

    ใบมอบฉันทะตามมาตรา 64 ให้อำนาจผู้รับมอบฉันทะทำได้เฉพาะกิจการที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่รวมถึงกิจการสำคัญเกี่ยวกับคดีซึ่งโดยสภาพทนายความต้องกระทำด้วยตนเอง เช่น การทำคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา

    เสมียนทนายซึ่งได้รับมอบฉันทะได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาแทนจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นเองได้ว่า ใบมอบฉันทะตามมาตรา 64 ครอบคลุมเฉพาะกิจการที่ระบุไว้ ไม่รวมกิจการสำคัญเช่นนั้น คำร้องจึงไม่มีผลและไม่ทำให้ระยะเวลาขยายออกไป

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13316/2558 (2015)

    มาตรา 64 ให้คู่ความหรือทนายความมอบฉันทะให้ผู้อื่นทำการแทนได้เฉพาะกิจการที่กำหนด คือ การกำหนดหรือมาฟังวันนัด การฟังคำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาดและสลักหลังรับรู้ และการรับสำเนาคำให้การ คำร้อง หรือเอกสารตามมาตรา 71 และ 72

    ในการวินิจฉัยคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลฎีกาได้วางกิจการที่ผู้รับมอบฉันทะทำได้ตามมาตรา 64 โดยแยกออกจากกิจการที่คู่ความหรือทนายความต้องทำเอง และยืนยันว่าใบมอบฉันทะจำกัดเฉพาะกิจการที่ระบุไว้เท่านั้น

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3588/2564 (2021)

    เมื่อผู้รับมอบอำนาจซึ่งมิได้เป็นทนายความเป็นผู้เรียงและลงชื่อในคำแก้อุทธรณ์ อันต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ทนายความ มาตรา ๓๓ คำคู่ความนั้นเป็นคำคู่ความที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในส่วนที่เป็นรูปแบบซึ่งแก้ไขให้ถูกต้องได้ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้แก้ไขเสียก่อนตามมาตรา ๑๘ การไม่รับคำคู่ความเสียทีเดียวย่อมไม่ถูกต้อง

    ศาลชั้นต้นไม่รับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ยกอุทธรณ์ของจำเลย เพราะ ส. ผู้เรียงไม่ปรากฏว่าเป็นทนายความ จึงต้องห้ามมิให้เป็นผู้เรียงตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๓ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำแก้อุทธรณ์และอุทธรณ์เป็นคำคู่ความที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเฉพาะในส่วนที่เป็นรูปแบบซึ่งสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้แก้ไขคำแก้อุทธรณ์เสียก่อนตามมาตรา ๑๘ ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ส่วนอุทธรณ์ก็แก้ไขได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๖๑ วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ยกอุทธรณ์เสียทีเดียวจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเมื่อจำเลยได้ยื่นใบแต่งทนายความแต่งตั้ง ส. ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาแล้ว จึงไม่ต้องดำเนินการใดอีก ศาลฎีกาจึงให้ศาลชั้นต้นรับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 19 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2564)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13316/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1331/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4078/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4750/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3615/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 699/2521 (1978)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 179/2518 (1975)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 481/2493 (1950)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รับมอบฉันทะทำอะไรได้บ้างในคดี

ตามมาตรา 64 ผู้รับมอบฉันทะทำได้เฉพาะกิจการที่กำหนดไว้ คือ การกำหนดวันนั่งพิจารณาหรือวันสืบพยานหรือวันฟังคำสั่ง การมาฟังและลงชื่อรับรู้คำสั่งของศาล และการรับสำเนาคำให้การ คำร้อง หรือเอกสารตามมาตรา 71 และ 72 ซึ่งเป็นรายการที่จำกัด

เสมียนทนายยื่นคำร้องขอขยายเวลาด้วยใบมอบฉันทะได้หรือไม่

ไม่ได้ ใบมอบฉันทะตามมาตรา 64 ครอบคลุมเฉพาะกิจการที่กำหนดไว้ ไม่รวมถึงกิจการสำคัญที่ทนายความต้องทำด้วยตนเอง เช่น การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หากทำไปศาลอาจถือว่าไม่มีผล เสี่ยงต่อการพลาดกำหนดเวลา

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย), มาตรา 64. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-64/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 64
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-64/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-64/"><p>เว้นแต่ศาลจะได้สั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อคดีมีเหตุผลพิเศษอันเกี่ยวกับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทนายความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ คู่ความหรือทนายความอาจตั้งแต่งให้บุคคลใดทำการแทนได้ โดยยื่นใบมอบฉันทะต่อศาลทุกครั้ง เพื่อกระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ กำหนดวันนั่งพิจารณาหรือวันสืบพยาน หรือวันฟังคำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาดใด ๆ ของศาล มาฟังคำสั่ง คำบังคับ หรือคำชี้ขาดใด ๆ ของศาลหรือสลักหลังรับรู้ซึ่งข้อความนั้น ๆ รับสำเนาแห่งคำให้การ คำร้องหรือเอกสารอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๑ และ ๗๒ และแสดงการรับรู้สิ่งเหล่านั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 64: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-64/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง