กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เรียง 67 — รายการที่คำคู่ความต้องมี

คนบทกฎหมาย

เมื่อประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติว่า เอกสารใดจะต้องส่งให้แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง (เช่น คำคู่ความที่ทำโดยคำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้อง หรือคำขอโดยทำเป็นคำร้อง หมายเรียกหรือหมายอื่น ๆ สำเนาคำแถลงการณ์ หรือสำเนาพยานเอกสาร ฯลฯ) เอกสารนั้นต้องทำขึ้นให้ปรากฏข้อความแน่ชัดถึงตัวบุคคลและมีรายการต่อไปนี้
(๑) ชื่อศาลที่จะรับคำฟ้อง หรือถ้าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา ชื่อของศาลนั้นและเลขหมายคดี
(๒) ชื่อคู่ความในคดี
(๓) ชื่อคู่ความหรือบุคคล ซึ่งจะเป็นผู้รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้น
(๔) ใจความ และเหตุผลถ้าจำเป็นแห่งคำคู่ความหรือเอกสาร
(๕) วัน เดือน ปี ของคำคู่ความ หรือเอกสารและลายมือชื่อของเจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลซึ่งเป็นผู้ยื่นหรือเป็นผู้ส่งในการยื่นหรือส่งคำคู่ความ หรือเอกสารอื่นใดอันจะต้องทำตามแบบพิมพ์ที่จัดไว้ เจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์นั้น ส่วนราคากระดาษแบบพิมพ์นั้นให้เรียกตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะได้กำหนดไว้เพื่อประโยชน์แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้เรียกนิติบุคคลตามชื่อหรือตามชื่อที่จดทะเบียนและภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของนิติบุคคลนั้น ให้ถือเอาสำนักงานหรือสำนักงานแห่งใหญ่ซึ่งอยู่ภายในเขตศาลที่จะยื่นฟ้องคดีหรือที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา

คำแปลภาษาไทย

When this Code or another law provides that a document is to be served on one party or on a related person (for example, a pleading made as a plaint, an answer, or a motion, or a request made in the form of a motion, a summons or other writ, a copy of a statement, or a copy of documentary evidence, and so on), that document must be made so as to show clearly the identity of the persons and must contain the following particulars:
(1) the name of the court that is to receive the plaint, or, if the case is under trial, the name of that court and the case number;
(2) the names of the parties to the case;
(3) the name of the party or person who is to receive the pleading or document;
(4) the substance and, if necessary, the reasons of the pleading or document;
(5) the day, month, and year of the pleading or document and the signature of the official, party, or person who files or serves it.
In filing or serving a pleading or any other document that must follow a prescribed printed form, the official, party, or related person must use that printed form, and the price of the printed form shall be charged as the Minister of Justice may fix. For the purposes of this Code, a juristic person shall be called by its name or its registered name and by its domicile or place of business, and the office or head office situated within the jurisdiction of the court where the case is to be filed or is under trial shall be taken as such.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 67 เป็นบทเปิดลักษณะ 4 ว่าด้วยการยื่นและส่งคำคู่ความและเอกสาร โดยกำหนดแบบขั้นต่ำที่เอกสารซึ่งต้องส่งทุกฉบับต้องมี รายการทั้งห้า โดยเฉพาะ (5) ที่ต้องมีวันเดือนปีและลายมือชื่อ ถือเป็นเงื่อนไขของความสมบูรณ์แห่งคำคู่ความ คำฟ้องที่ไม่มีชื่อและลายมือชื่อผู้เรียงและพิมพ์เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) และศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้คืนหรือแก้ไขได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง ทั้งยังกำหนดวิธีเรียกและระบุภูมิลำเนาของนิติบุคคลให้ผูกกับศาลที่มีเขตอำนาจในคดี

ความสำคัญต่อ

สำหรับคู่ความ มาตรานี้เป็นรายการตรวจสอบ คำคู่ความที่ขาดรายการที่กำหนดอาจถูกสั่งคืนหรืออาจถึงขั้นถูกยกฟ้องเพราะไม่สมบูรณ์ ส่วนลายมือชื่อและรายละเอียดผู้เรียงพิมพ์ตาม (5) เป็นจุดที่พลาดกันบ่อย เพราะผู้ที่ลงชื่อเป็นผู้เรียงได้คือตัวคู่ความเองหรือทนายความผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น หากผู้ไม่มีอำนาจลงชื่อ การดำเนินกระบวนพิจารณานั้นย่อมไม่ชอบ ควรให้ทนายความตรวจแบบเอกสารก่อนยื่นต่อศาล

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2443/2563 (2020)

    คำฟ้องที่ไม่มีข้อความว่าผู้เรียงพิมพ์และไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงพิมพ์ เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งให้คืนหรือแก้ไขได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง

    จำเลยยกข้อว่าคำฟ้องไม่ปรากฏผู้เรียงและพิมพ์ ศาลเห็นว่าการขาดข้อความดังกล่าวทำให้คำฟ้องไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) ซึ่งแก้ไขได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง แต่ศาลชั้นต้นมิได้สั่งเช่นนั้นและคดีได้ดำเนินมาจนถึงศาลฎีกาแล้ว ทั้งสำนวนปรากฏว่าทนายความที่แต่งตั้งได้ลงชื่อเป็นผู้เรียงและพิมพ์ในคำแถลงอื่นในภายหลัง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2562 (2019)

    คำฟ้องที่ไม่ระบุชื่อผู้เรียงและไม่มีผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียง เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246

    ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จโดยมิได้สั่งคืนหรือแก้ไขคำฟ้อง เมื่อโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าคำฟ้องไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) เพราะขาดรายละเอียดผู้เรียง และพิพากษายกฟ้องตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 ทั้งนี้โจทก์ลงชื่อในคำฟ้องด้วยตนเองและมิได้แต่งตั้งทนายความ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1820/2560 (2017)

    เมื่อผู้ที่ลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียงคำคู่ความมิใช่ทนายความ ย่อมไม่มีอำนาจลงชื่อ การยื่นคำคู่ความจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบตามมาตรา 67 (5) มิใช่เพียงข้อบกพร่องเรื่องความสามารถหรือการเขียนที่แก้ไขได้ตามมาตรา 27

    ผู้ลงชื่อในช่องผู้เรียงพิมพ์ปรากฏว่าไม่เป็นทนายความ โดยช่องใบอนุญาตทำเครื่องหมายยัติภังค์ไว้ ศาลเห็นว่าผู้นั้นไม่มีอำนาจลงชื่อเป็นผู้เรียง การยื่นคำคู่ความจึงไม่ชอบตามมาตรา 67 (5) มิใช่ข้อผิดระเบียบที่แก้ไขได้ตามมาตรา 27 และไม่รับวินิจฉัยฎีกา

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

คำฟ้องต้องมีรายการอะไรบ้าง

ตามมาตรา 67 คำฟ้องและเอกสารที่ต้องส่งต้องแสดงตัวบุคคลให้ชัดเจน และระบุชื่อศาลและเลขคดี คู่ความ ผู้รับ ใจความ ตลอดจนวันเดือนปีและลายมือชื่อของผู้ยื่นหรือผู้ส่ง

คำฟ้องที่ไม่มีผู้ลงชื่อเป็นผู้เรียงเป็นโมฆะหรือไม่

ถือเป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 67 (5) มิใช่โมฆะโดยอัตโนมัติ ศาลอาจสั่งให้คืนหรือแก้ไขได้ตามมาตรา 18 วรรคสอง แต่ผู้ลงชื่อเป็นผู้เรียงได้ต้องเป็นตัวคู่ความเองหรือทนายความผู้มีใบอนุญาต

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น