มาตรา 84 — หลักการวินิจฉัยข้อเท็จจริง
คนบทกฎหมาย
การวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคดีใดจะต้องกระทำโดยอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนคดีนั้น เว้นแต่
(๑) ข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไป
(๒) ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้ หรือ
(๓) ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล
คำแปลภาษาไทย
The determination of a question of fact in any case shall be made on the basis of the evidence in the record of that case, except: (1) facts that are commonly known; (2) facts that cannot be disputed; or (3) facts that the parties have admitted, or are deemed to have admitted, in court.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 84 เป็นบทเปิดของหมวด 1 ว่าด้วยหลักทั่วไปในเรื่องพยานหลักฐาน และวางหลักสำคัญว่าการวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนคดี แล้วระบุข้อยกเว้นสามประเภทที่ไม่ต้องนำสืบ คือข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไป ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ และข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล ประเภทที่สามเชื่อมโยงกับคำคู่ความและการยอมรับระหว่างพิจารณา ส่วนประเภทที่สองมักเกิดเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดผูกพันคู่ความ มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 84/1 เรื่องภาระการพิสูจน์ และมาตรา 85 ถึง 87
ความสำคัญต่อ
สำหรับคู่ความ มาตรานี้กำหนดว่าท่านต้องพิสูจน์สิ่งใดจริง ๆ สิ่งที่ท่านรับไว้ในคำคู่ความหรือในศาล หรือที่คำพิพากษาถึงที่สุดผูกพันไว้แล้ว จะยกขึ้นโต้เถียงใหม่ไม่ได้ การรับข้อเท็จจริงจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง ในทางกลับกัน ข้อเท็จจริงที่พิพาทจะแพ้ชนะกันด้วยพยานหลักฐานในสำนวน การสร้างพยานหลักฐานในสำนวนจึงสำคัญ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567 (2024)
ตามมาตรา 84 (3) ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล เช่น การรับรองความถูกต้องของแนวเขตตามแผนผัง เป็นอันยุติโดยไม่ต้องนำสืบเพิ่ม และประเด็นที่คู่ความสละแล้วก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
ในคดีพิพาทแนวเขต คู่ความรับรองความถูกต้องของแนวเขตตามแผนผังและสละประเด็นข้อพิพาทข้อหนึ่ง ศาลฎีกาพิจารณาตามมาตรา 84 (3) ว่าศาลอุทธรณ์ยกประเด็นที่คู่ความสละแล้วขึ้นวินิจฉัยได้หรือไม่ โดยถือว่าข้อเท็จจริงที่รับกันเช่นนั้นเป็นอันยุติไม่ต้องนำสืบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2566 (2023)
ตามมาตรา 84 (3) ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยศาลรับรู้ ต้องรับฟังเป็นยุติ และไม่ต้องสืบพยานในข้อเท็จจริงนั้นอีก
ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันระหว่างพิจารณาและศาลรับรู้ ต้องรับฟังเป็นยุติ จึงไม่ต้องสืบพยานในข้อนั้นอีก โดยแผนที่พิพาทที่จัดทำก่อนสืบพยานซึ่งแสดงแนวเขตของคู่ความและแนวเขตพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566 (2023)
ตามมาตรา 84 (2) ข้อเท็จจริงที่คำพิพากษาถึงที่สุดซึ่งผูกพันคู่ความได้วินิจฉัยไว้ ย่อมไม่อาจโต้แย้งได้ คู่ความจึงอ้างข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นขัดกับคำพิพากษานั้นไม่ได้
คำพิพากษาคดีแพ่งถึงที่สุดวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้าน และจำเลยตัดแม่กุญแจอันเป็นการละเมิด ศาลเห็นว่าคำพิพากษาที่ผูกพันนี้ทำให้จำเลยอ้างข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 84 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพิพากษายืนว่าจำเลยผิดฐานบุกรุก
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความไม่ต้องนำสืบตามมาตรา 84
ข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป ที่ไม่อาจโต้แย้งได้ และที่คู่ความรับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาล ไม่ต้องนำสืบ
คู่ความจะโต้แย้งข้อเท็จจริงที่รับไว้ในศาลภายหลังได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 84 (3) ข้อเท็จจริงที่รับหรือถือว่ารับกันแล้วในศาลเป็นอันยุติ ไม่ต้องนำสืบและโดยทั่วไปยกขึ้นโต้แย้งใหม่ไม่ได้