ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 108: หลักเกณฑ์วินิจฉัยการปล่อยชั่วคราว

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2558

ตัวบทกฎหมาย

ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว
ต้องพิจารณาข้อเหล่านี้ประกอบ
(๑) ความหนักเบาแห่งข้อหา
(๒)
พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด
(๓) พฤติการณ์ต่าง ๆ
แห่งคดีเป็นอย่างไร
(๔) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด
(๕)
ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่
(๖)
ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่
(๗)
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับประกอบการวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลอาจรับฟังข้อเท็จจริง
รายงานหรือความเห็นของเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องด้วยก็ได้ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ หรือในกรณีที่ผู้นั้นยินยอมจะสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ แม้ผู้นั้นยินยอม จะสั่งให้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ต่อเมื่อผู้นั้นมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุสมควรประการอื่น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In deciding an application for provisional release, the following matters shall be considered together: (1) the gravity of the charge; (2) the extent of the evidence already appearing; (3) the various circumstances of the case; (4) how far the applicant for bail or the security can be relied upon; (5) whether the accused or defendant is likely to abscond; (6) whether, and to what extent, danger or damage may result from the provisional release; (7) in a case where the accused or defendant is detained under a court warrant, if there is an objection by the inquiry official, the public prosecutor, the plaintiff, or the injured person, as the case may be, the court may take it into account in its decision. For the purpose of proceeding under paragraph one, the officer empowered to order provisional release or the court may also receive facts, reports, or opinions of officials whom the law charges with duties relating thereto, in support of consideration of the application. In granting provisional release, the officer empowered to order provisional release or the court may impose conditions concerning residence or any other conditions for the released person to observe, or, where that person consents, may order the use of an electronic device or any other device capable of monitoring or restricting the travel of the released person, in order to prevent flight, danger, or damage that may arise. However, if the released person is not yet eighteen years of age, then even with that person's consent, such a device may be ordered only where that person's conduct may seriously endanger others or there is other reasonable cause.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 108 เป็นแกนในการวินิจฉัยของหมวดปล่อยชั่วคราว โดยวางหลักเกณฑ์เจ็ดข้อที่กำหนดกรอบการใช้ดุลพินิจตามมาตรา 107 วรรคหนึ่งกำหนดให้พิจารณาทั้งเจ็ดข้อประกอบกัน มิใช่แยกเป็นข้อ ๆ วรรคต่อมาให้ผู้มีอำนาจสั่งรับฟังข้อเท็จจริง รายงาน หรือความเห็นของเจ้าพนักงาน และให้กำหนดเงื่อนไขในการปล่อย รวมถึงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อผู้นั้นยินยอม ซึ่งเป็นบทแก้ไขที่สะท้อนมาตรการทางเลือกแทนการควบคุมตัว และมีข้อคุ้มครองห้ามสั่งใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับผู้อายุไม่ถึงสิบแปดปี เว้นแต่มีพฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่นหรือมีเหตุสมควร ส่วนการสั่งไม่อนุญาตอยู่ภายใต้มาตรา 108/1

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คำร้องขอปล่อยชั่วคราวจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์เจ็ดข้อนี้ จึงควรเสนอพยานหลักฐานเรื่องที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ความผูกพันกับชุมชน และความอ่อนของคดีโจทก์ให้ตรงประเด็น เนื่องจากเป็นดุลพินิจ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่โดยทั่วไปยังอุทธรณ์ไม่ได้จนกว่าคดีจะเสร็จ หากไม่แน่ใจว่าจะจัดเตรียมข้อเท็จจริงอย่างไร การปรึกษาก่อนวันนัดมีประโยชน์ ดูที่ /online-consultation-with-a-thai-lawyer/

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3594/2557 (2014)

    คำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวเพราะผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักร จึงอาจหลบหนี เป็นดุลพินิจของศาลตามหลักเกณฑ์มาตรา 108 และเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

    ศาลชั้นต้นเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวด้วยเหตุอาจหลบหนีตามมาตรา 108 ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4829/2553 (2010)

    คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเป็นดุลพินิจตามหลักเกณฑ์มาตรา 108 เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่คดี เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

    ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องหลังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งใช้ดุลพินิจตามมาตรา 108 และเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่อุทธรณ์ไม่ได้ในระหว่างที่คดียังพิจารณาอยู่

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8484/2549 (2006)

    ในการวินิจฉัยคำร้องขอปล่อยชั่วคราว มาตรา 108 กำหนดให้พิจารณาข้อต่าง ๆ ประกอบ เช่น ความหนักเบาแห่งข้อหา พยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ประกันหรือหลักประกัน โอกาสหลบหนี และภัยอันตรายจากการปล่อย การสั่งไม่อนุญาตตามเหตุเหล่านี้ไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

    โจทก์อ้างว่าการไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเป็นการกลั่นแกล้งและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ศาลฎีกาแสดงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 108 และวินิจฉัยว่าการสั่งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ ไม่เป็นความผิด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 330 คดี (พ.ศ. 2526 ถึง 2557)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3594/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4829/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8484/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 31/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 107/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2107/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1103/2533 (1990)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1459/2533 (1990)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลพิจารณาอะไรบ้างในการสั่งปล่อยชั่วคราว

มาตรา 108 กำหนดให้ศาลพิจารณาเจ็ดข้อประกอบกัน ได้แก่ ความหนักเบาของข้อหา พยานหลักฐานที่ปรากฏ พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ประกันหรือหลักประกัน โอกาสหลบหนี ภัยอันตรายจากการปล่อย และคำคัดค้านในกรณีที่ถูกขังตามหมายศาล

ห้องโถงนั้นใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (หมวกกันน็อก EM) ในบางครั้งคราวนั้น

ได้ ตามมาตรา 108 ศาลอาจสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นเพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางเมื่อผู้นั้นยินยอม ส่วนผู้อายุไม่ถึงสิบแปดปี สั่งได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่นหรือมีเหตุสมควร

อุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาได้หรือไม่

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าคำสั่งที่ใช้ดุลพินิจตามมาตรา 108 ในระหว่างพิจารณาเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งโดยทั่วไปยังอุทธรณ์ไม่ได้จนกว่าคดีจะเสร็จ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 108 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 108. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-108/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 108
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-108/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-108/"><p>ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ต้องพิจารณาข้อเหล่านี้ประกอบ (๑) ความหนักเบาแห่งข้อหา (๒) พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด (๓) พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร (๔) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด (๕) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ (๖) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่ (๗) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับประกอบการวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลอาจรับฟังข้อเท็จจริง รายงานหรือความเห็นของเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องด้วยก็ได้ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ หรือในกรณีที่ผู้นั้นยินยอมจะสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ แม้ผู้นั้นยินยอม จะสั่งให้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ต่อเมื่อผู้นั้นมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุสมควรประการอื่น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 108 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-108/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง