ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 119: การบังคับตามสัญญาประกัน
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่นำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกันตามมาตรา ๑๑๔ ไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับผิดตามสัญญาประกันจะระงับสิ้นไป เว้นแต่ศาลเห็นว่าหนี้ของเจ้าหนี้นั้นมิได้เกิดจากการฉ้อฉลและมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าวในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือคำสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับตามสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ และถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดีการบังคับคดีตามมาตรานี้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม เว้นแต่ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะออกข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อบังคับนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่นำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกันตามมาตรา ๑๑๔ ไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับผิดตามสัญญาประกันจะระงับสิ้นไป เว้นแต่ศาลเห็นว่าหนี้ของเจ้าหนี้นั้นมิได้เกิดจากการฉ้อฉลและมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าวในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือคำสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับตามสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ และถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดีการบังคับคดีตามมาตรานี้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม เว้นแต่ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะออกข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อบังคับนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้อยู่ในหมวด 3 ปล่อยชั่วคราว กำหนดผลเมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันต่อศาล โดยให้ศาลมีอำนาจบังคับได้เองโดยไม่ต้องฟ้อง และมีดุลพินิจงดหรือลดจำนวนเงินที่ปรับ วรรคสองซึ่งเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2558 คุ้มครองเงินสดหรือหลักทรัพย์ที่วางตามมาตรา 114 มิให้ถูกยึดโดยเจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับผิดจะสิ้นสุด และวางหลักว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ตัดสิทธิฎีกาเรื่องจำนวนค่าปรับ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับผู้ที่เป็นนายประกันในคดีอาญา ความเสี่ยงสำคัญคือศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินได้เต็มจำนวนเสมือนลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยไม่ต้องฟ้อง หากถูกปรับ ควรรีบรวบรวมหลักฐานความพยายามติดตามตัวผู้หลบหนี เพราะเป็นสิ่งที่ศาลใช้พิจารณาลดค่าปรับ และพึงทราบว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เรื่องจำนวนเงินเป็นที่สุด ไม่อาจฎีกาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3245/2568 (2025)
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ลดค่าปรับผู้ประกัน คำพิพากษานั้นย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 119 วรรคหนึ่ง ผู้ประกันจะฎีกาอีกไม่ได้
ผู้ประกันถูกปรับ 283,500 บาท หลังศาลลดค่าปรับ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 119 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6518/2562 (2019)
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกัน คำพิพากษาย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 119 วรรคหนึ่ง ฎีกาไม่ได้
ผู้ประกันขอเงินคืน แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนยกคำร้อง ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาเป็นที่สุดตามมาตรา 119 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่รับมาโดยไม่ชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2560 (2017)
เงินสดหรือหลักทรัพย์ที่วางเป็นหลักประกันตามมาตรา 114 ได้รับความคุ้มครอง เจ้าหนี้ไม่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน และมาตรา 119 วรรคสอง (เพิ่มโดยฉบับที่ 30 พ.ศ. 2558) คุ้มครองหลักประกันมิให้เจ้าหนี้อื่นยึดจนกว่าความรับผิดจะสิ้นสุด
ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าหนี้ไม่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย เพราะหลักประกันถูกวางไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามสัญญา และอ้างถึงมาตรา 119 วรรคสองที่เพิ่มใหม่ ซึ่งห้ามเจ้าหนี้อื่นยึดหลักประกันตามมาตรา 114 จนกว่าความรับผิดจะสิ้นสุด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10072/2558 (2015)
การบังคับตามสัญญาประกันในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลตามมาตรา ๑๑๙ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้วผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามนัด และเป็นเรื่องของกระบวนพิจารณาทางอาญาโดยแท้ ผู้ประกันมีหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาส่งต่อศาลตามกำหนด ตราบใดที่ยังไม่ส่งตัวก็ต้องถือว่ายังผิดสัญญาประกัน หากผู้ประกันขวนขวายนำตัวมาส่งศาลภายในอายุความทางอาญา ศาลอาจลดหรืองดค่าปรับได้ตามพฤติการณ์แห่งคดี แม้จะนำตัวมาส่งเกินสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับ ดังนั้นผู้ร้องย่อมขอให้บังคับคดีตามคำสั่งปรับได้แม้เกินกำหนดสิบปี โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาบังคับคดี และเมื่อยังมีสิทธิบังคับคดีอยู่ ก็ไม่มีเหตุที่จะคืนหลักประกันหรือคืนเงินโดยเหตุอื่นตามมาตรา ๑๑๘
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ ๒ ตีราคาประกัน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ ผู้ประกันทั้งสองผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยที่ ๒ ตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับและแจ้งให้ชำระค่าปรับภายใน ๑๕ วัน ครั้นวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ผู้ประกันทั้งสองยื่นคำร้องขอคืนหลักประกันและเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าพ้นกำหนดสิบปีที่จะบังคับคดีแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการบังคับตามสัญญาประกันตามมาตรา ๑๑๙ เป็นกระบวนพิจารณาทางอาญา ผู้ประกันมีหน้าที่นำตัวจำเลยมาส่งศาล ตราบใดที่ยังไม่ส่งตัวก็ยังผิดสัญญาประกันอยู่ และหากนำตัวมาส่งภายในอายุความทางอาญา ศาลอาจลดหรืองดค่าปรับได้แม้เกินสิบปี ผู้ร้องจึงขอบังคับคดีได้แม้เกินกำหนดสิบปีโดยไม่ต้องขอขยายระยะเวลา เมื่อยังมีสิทธิบังคับคดี จึงไม่มีเหตุคืนหลักประกันหรือคืนเงินโดยเหตุอื่นตามมาตรา ๑๑๘ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ประกันทั้งสอง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 78 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3245/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6518/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4419/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 553/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7223/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 30/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15496/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10209/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 12
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 271 8
- ป.อ. มาตรา 83 8
- มาตรา 15 5
- มาตรา 4 5
- มาตรา 112 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ประกันอุทธรณ์จำนวนเงินที่ถูกปรับตามสัญญาประกันได้หรือไม่
ได้ ทั้งผู้ประกันและพนักงานอัยการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ แต่ตามมาตรา 119 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เรื่องจำนวนเงินเป็นที่สุด ฎีกาไม่ได้
ศาลต้องฟ้องผู้ประกันก่อนจึงจะบังคับเอาเงินค่าปรับได้หรือไม่
ไม่ต้อง ตามมาตรา 119 ศาลบังคับตามสัญญาประกันและออกหมายบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ประกันได้เสมือนเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่
จำนวนค่าปรับตามสัญญาประกันลดได้หรือไม่
ได้ ศาลอาจงดการบังคับหรือลดจำนวนเงินได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้หลบหนีและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 119. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-119/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 119 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-119/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-119/"><p>ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่นำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกันตามมาตรา ๑๑๔ ไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับผิดตามสัญญาประกันจะระงับสิ้นไป เว้นแต่ศาลเห็นว่าหนี้ของเจ้าหนี้นั้นมิได้เกิดจากการฉ้อฉลและมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าวในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือคำสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับตามสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ และถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดีการบังคับคดีตามมาตรานี้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม เว้นแต่ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะออกข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อบังคับนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มีการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-119/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา