ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 121: อำนาจสอบสวนและคำร้องทุกข์

ตัวบทกฎหมาย

พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงแต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ

คำแปลภาษาอังกฤษ

An investigating officer has the power to investigate all criminal cases. However, in the case of a compoundable offence (an offence against a private person), an investigation is prohibited unless there is a complaint lodged in accordance with the regulations.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้กำหนดขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนและข้อจำกัดสำคัญเพียงข้อเดียว สำหรับความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนสอบสวนได้เองโดยลำพัง แต่วรรคสองกำหนดให้คำร้องทุกข์ที่ชอบเป็นเงื่อนไขเด็ดขาดก่อนสอบสวนความผิดต่อส่วนตัว เมื่อการสอบสวนที่ชอบเป็นเงื่อนไขก่อนการฟ้อง (มาตรา 120) ข้อบกพร่องตรงนี้จึงร้ายแรง ไม่มีคำร้องทุกข์ก็ไม่มีอำนาจสอบสวน และเมื่อไม่มีการสอบสวนที่ชอบ อัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลจึงถือเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย มักพิจารณาร่วมกับความหมายของผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4)

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับความผิดต่อส่วนตัว เช่น ยักยอก ฉ้อโกง หรือหมิ่นประมาท ทุกอย่างอาจขึ้นอยู่กับว่ามีการร้องทุกข์โดยชอบและโดยผู้มีสิทธิหรือไม่ หากผู้ร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง การสอบสวนย่อมเสียไปและการฟ้องล้มทั้งหมด ทั้งศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้จำเลยมิได้ต่อสู้ ผู้เสียหายจึงควรร้องทุกข์ให้ถูกต้องและโดยผู้มีสิทธิ ส่วนจำเลยควรตรวจสอบจุดนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2565 (2022)

    สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ที่นำเงินฝากไว้กับกลุ่ม เมื่อมีผู้ยักยอกเงินที่นำฝากไป ย่อมเป็นผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4) ด้วยตนเอง และร้องทุกข์ได้โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสมาชิกอื่นหรือจากคณะกรรมการ เมื่อมีคำร้องทุกข์โดยชอบตามมาตรา 121 วรรคสอง พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวน และโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง

    เงินที่สมาชิกนำฝากไว้กับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตหายไปในระหว่างอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้งสาม ซึ่งคณะกรรมการเลือกให้เป็นตัวแทนดูแลเงินฝาก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคณะกรรมการเป็นผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4) และมอบอำนาจให้ผู้ใดร้องทุกข์ได้ ทั้งผู้รับมอบอำนาจนั้นเองก็เป็นสมาชิกที่นำเงินฝากไว้ จึงเป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์ได้โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้ใด การร้องทุกข์จึงชอบ ไม่จำต้องให้สมาชิกทุกคนร้องทุกข์ การสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น และให้ย้อนสำนวนไปวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นต่อไป

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2565 (2022)

    ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามมาตรา 2 (4) ไม่มีสิทธิร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวเช่นยักยอก พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนตามมาตรา 121 วรรคสอง และอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นเองได้

    เนื่องจากผู้มอบอำนาจไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงไม่มีสิทธิร้องทุกข์ในความผิดฐานยักยอกอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนตามมาตรา 121 วรรคสอง และอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองแม้จำเลยส่วนใหญ่มิได้ฎีกา

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2564 (2021)

    เมื่อผู้เสียหายที่แท้จริงมิได้ร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวเช่นร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนตามมาตรา 121 วรรคสอง อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง และผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมทดแทนในความผิดฐานนั้นไม่ได้

    ผู้เสียหายที่แท้จริงในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มิได้ร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานนั้นตามมาตรา 121 วรรคสอง ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในฐานนี้ และผู้เสียหายเรียกค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่ได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 71 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5119/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4560/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 18162/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15933/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14785/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11658/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 22714/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9368/2555 (2012)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจสอบสวนความผิดต่อส่วนตัวโดยไม่มีคำร้องทุกข์ได้หรือไม่

ไม่ได้ ตามมาตรา 121 วรรคสอง พนักงานสอบสวนจะสอบสวนความผิดต่อส่วนตัวไม่ได้ เว้นแต่ผู้เสียหายจะได้ร้องทุกข์ตามระเบียบก่อน

ถ้าคนที่ร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร

หากผู้ร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง การสอบสวนย่อมไม่ชอบและอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอาจยกฟ้องได้

ความผิดอาญาแผ่นดินต้องมีคำร้องทุกข์ด้วยหรือไม่

ไม่ต้อง ความผิดอาญาแผ่นดินพนักงานสอบสวนสอบสวนได้เองตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง เงื่อนไขคำร้องทุกข์ใช้เฉพาะความผิดต่อส่วนตัว

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 121 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 121. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-121/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 121
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-121/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-121/"><p>พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงแต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 121 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-121/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง