ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 13: ภาษาที่ใช้และการจัดหาล่าม
ตัวบทกฎหมาย
การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา ให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแปลภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยหรือต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศให้ใช้ล่ามแปลในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย
หรือพยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยหรือสามารถพูดหรือเข้าใจเฉพาะภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่น
และไม่มีล่าม ให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการหรือศาลจัดหาล่ามให้โดยมิชักช้าในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย
หรือพยานไม่สามารถพูดหรือได้ยิน หรือสื่อความหมายได้และไม่มีล่ามภาษามือ
ให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล จัดหาล่ามภาษามือให้หรือจัดให้ถาม ตอบ
หรือสื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เห็นสมควรเมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่น ๆ
ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจ
จะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปลให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้นให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ หรือศาลสั่งจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักแก่ล่ามที่จัดหาให้ตามมาตรานี้ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
คำแปลภาษาอังกฤษ
การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา ให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแปลภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยหรือต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศให้ใช้ล่ามแปลในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยหรือสามารถพูดหรือเข้าใจเฉพาะภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่น และไม่มีล่าม ให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการหรือศาลจัดหาล่ามให้โดยมิชักช้าในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือได้ยิน หรือสื่อความหมายได้และไม่มีล่ามภาษามือ ให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล จัดหาล่ามภาษามือให้หรือจัดให้ถาม ตอบ หรือสื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เห็นสมควรเมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่น ๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจ จะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปลให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้นให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ หรือศาลสั่งจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักแก่ล่ามที่จัดหาให้ตามมาตรานี้ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 13 คุ้มครองสิทธิในการพิจารณาที่เป็นธรรมโดยให้เข้าใจและสื่อสารได้ในคดีอาญา ครอบคลุมภาษาต่างประเทศ ภาษาถิ่น และภาษามือ และกำหนดให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลจัดหาล่ามโดยไม่ชักช้าเมื่อจำเป็น ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง สาบานตน และลงลายมือชื่อในคำแปล ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าล่ามต้องเป็นคนกลาง มิใช่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือผู้พิพากษาซึ่งทำหน้าที่ในเรื่องนั้น และการสืบพยานผ่านล่ามที่มิได้สาบานตนย่อมไม่ชอบด้วยมาตรานี้ ส่วนความจำเป็นในการมีล่ามพิจารณาเป็นรายกรณี หากจำเลยเข้าใจภาษาไทยจริงก็ไม่จำต้องมีล่าม
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย มาตรา 13 ให้สิทธิท่านมีล่าม และศาลหรือพนักงานสอบสวนต้องจัดหาให้โดยไม่ชักช้าโดยรัฐเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ควรยืนยันให้ล่ามเป็นบุคคลอิสระและสาบานตน เพราะการสืบพยานผ่านล่ามที่ไม่ได้สาบานตนหรือมีส่วนได้เสียอาจถูกโต้แย้งได้ สำหรับผู้ที่ไม่ใช้ภาษาไทยและต้องขึ้นศาล การทำความเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นในศาลไทยช่วยให้เตรียมตัวได้ดีขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2558 (2015)
ไม่จำต้องมีล่ามตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง หากจำเลยเข้าใจภาษาไทยจริงและคำรับสารภาพเป็นไปตามความประสงค์อันแท้จริง กระบวนพิจารณาย่อมชอบด้วยกฎหมาย
ศาลวินิจฉัยว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นไปตามความประสงค์อันแท้จริง มิได้เกิดจากความไม่เข้าใจภาษาไทย จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องใช้ล่ามตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาในวันสอบคำให้การจึงชอบด้วยกฎหมาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10449/2556 (2013)
เมื่อพยานที่ใช้ภาษาต่างประเทศเบิกความผ่านล่าม การที่ล่ามมิได้สาบานตนเป็นปัญหาว่าการสืบพยานนั้นไม่ชอบด้วยมาตรา 13
ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนต่างด้าวพูดหรือเข้าใจภาษาไทยไม่ได้และเบิกความผ่านล่าม ดังปรากฏลายมือชื่อของล่ามในคำให้การที่บันทึกไว้ ประเด็นคือการสืบพยานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 13 เพราะล่ามมิได้สาบานตน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18538/2555 (2012)
มาตรา 13 วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล จัดหาล่ามในกรณีที่พยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทย บ่งชี้ว่าผู้ที่จะเป็นล่ามจะเป็นบุคคลใดก็ได้ที่มีความสามารถในการเป็นล่าม แต่จะต้องมิใช่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการหรือศาลซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ในการสอบสวนหรือซักถามพยานนั้น ข้อห้ามจึงมุ่งที่การเป็นเจ้าพนักงานคนเดียวกันซึ่งทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง มิใช่ข้อห้ามมิให้เจ้าพนักงานที่ถูกอ้างว่ามีส่วนได้เสียในคดีเป็นล่าม เมื่อเจ้าพนักงานผู้ทำหน้าที่ล่ามมิใช่ผู้ทำการสอบสวนพยานปากนั้น การทำหน้าที่ล่ามย่อมชอบด้วยกฎหมาย และไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังถ้อยคำของพยานที่แปลนั้นเป็นพยานหลักฐาน
จำเลยโต้แย้งว่าเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีส่วนได้เสียในคดีทำหน้าที่เป็นล่ามแปลให้พยานชาวต่างประเทศในชั้นสอบสวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 13 วรรคสอง บ่งชี้ว่าผู้ที่จะเป็นล่ามจะเป็นบุคคลใดก็ได้ที่มีความสามารถในการเป็นล่าม แต่จะต้องมิใช่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการหรือศาลซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ในการสอบสวนหรือซักถามพยานนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ทำการสอบสวนพยานทั้งสองปากเป็นเจ้าพนักงานคนหนึ่ง ส่วนผู้ทำหน้าที่เป็นล่ามเป็นเจ้าพนักงานอีกคนหนึ่ง ล่ามจึงมิใช่ผู้ทำหน้าที่สอบสวนพยานปากนั้น การทำหน้าที่เป็นล่ามแปลในชั้นสอบสวนจึงไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังถ้อยคำของพยานที่แปลนั้นเป็นพยานหลักฐานแต่อย่างใด
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 19 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1351/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10449/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 18538/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3939/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7567/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4198/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6863/2538 (1995)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5476/2537 (1994)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 78 8
- ป.อ. มาตรา 83 7
- ป.อ. มาตรา 91 5
- มาตรา 192 5
- มาตรา 225 4
- มาตรา 208 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่พูดภาษาไทยจะมีล่ามในคดีอาญาหรือไม่
มี ตามมาตรา 13 หากคู่ความหรือพยานพูดหรือเข้าใจภาษาไทยไม่ได้ และไม่มีล่าม พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลต้องจัดหาล่ามให้โดยไม่ชักช้า
ล่ามต้องสาบานตนหรือไม่
ต้อง มาตรา 13 กำหนดให้ล่ามแปลให้ถูกต้อง สาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริต และลงลายมือชื่อในคำแปล การสืบพยานผ่านล่ามที่ไม่สาบานตนอาจไม่ชอบ
เจ้าพนักงานตำรวจเป็นล่ามได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าล่ามต้องเป็นคนกลาง มิใช่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือผู้พิพากษาซึ่งทำหน้าที่ในเรื่องนั้น
มีล่ามภาษามือหรือไม่
มี มาตรา 13 กำหนดให้จัดหาล่ามภาษามือ หรือจัดให้สื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่พูด ได้ยิน หรือสื่อความหมายไม่ได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 13. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-13/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 13 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-13/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-13/"><p>การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา ให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแปลภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยหรือต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศให้ใช้ล่ามแปลในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยหรือสามารถพูดหรือเข้าใจเฉพาะภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่น และไม่มีล่าม ให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการหรือศาลจัดหาล่ามให้โดยมิชักช้าในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือได้ยิน หรือสื่อความหมายได้และไม่มีล่ามภาษามือ ให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล จัดหาล่ามภาษามือให้หรือจัดให้ถาม ตอบ หรือสื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เห็นสมควรเมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่น ๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจ จะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปลให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้นให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ หรือศาลสั่งจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักแก่ล่ามที่จัดหาให้ตามมาตรานี้ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-13/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา