ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 140 — การจัดการเมื่อสอบสวนเสร็จ

คนบทกฎหมาย

เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดและความผิดนั้นมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี ให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวน และบันทึกเหตุที่งดนั้นไว้ แล้วให้ส่งบันทึกพร้อมกับสำนวนไปยังพนักงานอัยการถ้าอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่าสามปี ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการพร้อมทั้งความเห็นที่ควรให้งดการสอบสวนถ้าพนักงานอัยการสั่งให้งด หรือให้ทำการสอบสวนต่อไป ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามนั้น
(๒) ถ้ารู้ตัวผู้กระทำผิด ให้ใช้บัญญัติในสี่มาตราต่อไปนี้

คำแปลภาษาไทย

When the responsible inquiry official is of the opinion that the investigation is complete, he shall take one of the following actions:
(1) If it does not appear who committed the offence and that offence carries a maximum penalty of imprisonment not exceeding three years, the inquiry official shall discontinue the investigation and record the reason for the discontinuance, then send the record together with the file to the public prosecutor. If the maximum penalty exceeds three years, the inquiry official shall send the file to the public prosecutor together with an opinion that the investigation should be discontinued. If the public prosecutor orders the investigation discontinued, or orders it to continue, the inquiry official shall comply.
(2) If the offender is known, the provisions of the following four sections shall apply.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรานี้เปิดขั้นตอนปิดการสอบสวนในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ กำหนดจุดตัดสินใจเมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเห็นว่าการรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว โดยแยกคดีออกเป็นกรณีไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดกับกรณีรู้ตัวผู้กระทำผิด กรณีรู้ตัวผู้กระทำผิดจะเข้าสู่มาตรา 141 ถึง 144 ว่าด้วยการส่งสำนวนและตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เกณฑ์โทษสามปีเป็นตัวแบ่งอำนาจการสั่งงดระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ

ความสำคัญต่อ

การปิดสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายมีความสำคัญ เพราะหากไม่ชอบ พนักงานอัยการอาจไม่มีอำนาจฟ้องเลย ประเด็นว่าใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเป็นข้อพิพาทที่พบบ่อย และศาลถือว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่ข้อกฎหมายล้วน หากท่านเป็นผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายที่ติดตามคดีในชั้นนี้ ควรตรวจสอบการทำสำนวนแต่เนิ่น ๆ ก่อนคดีถึงศาล

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567 (2024)

    ประเด็นว่าพนักงานสอบสวนคนใดในท้องที่เกิดเหตุเป็นผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องตามมาตรา 140 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

    จำเลยโต้แย้งว่าการสอบสวนไม่ชอบตามมาตรา 140 และอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 120 ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4732/2560 (2017)

    หากผู้ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบไม่มีอำนาจตามกฎหมาย การสอบสวนย่อมไม่ชอบ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

    เมื่อความผิดมิได้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักรตามนัยที่เกี่ยวข้อง อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนจึงไม่มีอำนาจทำหน้าที่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ การสอบสวนไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 2 (6), 18, 140 และ 120

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

เมื่อการสอบสวนของตำรวจเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 140 พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจะงดการสอบสวนหากไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดและเป็นความผิดเล็กน้อย หรือหากรู้ตัวผู้กระทำผิดก็ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง

ใครเป็นผู้สั่งงดการสอบสวนกรณีไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด

หากโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี พนักงานสอบสวนงดได้เอง แต่หากเกินสามปีต้องส่งสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งว่าจะงดหรือให้สอบสวนต่อไป

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น