กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

141: รู้ตัวผู้กระทำผิดแต่ยังจับไม่ได้

คนบทกฎหมาย

ในกรณีที่ผู้พิจารณาคดีชอบแต่เรียกหรือจับตัวก่อนที่จะสามารถรับรู้ความตามทางสอบสวนใด ๆ โดยทำให้แน่ใจว่าควรสั่งการหรือสั่งการไม่ส่งไปพร้อมกับสคอยังพนักงานบริษัทถ้าพนักงานสอบสวนชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ให้คุณตรวจสอบการสอบสวนโดยสั่งไม่ตรวจสอบและแจ้งคำสั่งนี้ให้ผู้ตรวจสอบทราบถ้าพนักงานอัยการพิจารณาคดีควรสอบสวนต่อไปจะให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติอีกครั้งถ้าพนักงานพิจารณาคดีควรสั่งสอบสวนให้พิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับตัวผู้ตรวจสอบมาพิจารณาผู้พิจารณาอยู่ต่างประเทศให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาอย่างส่งตัวข้ามแดนมา

คำแปลภาษาไทย

หากทราบตัวผู้กระทำผิดแต่ยังไม่สามารถออกหมายเรียกหรือจับกุมได้ เมื่อได้ข้อเท็จจริงใดๆ จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่สอบสวนจะต้องจัดทำความเห็นว่าควรสั่งดำเนินคดีหรือไม่ และส่งความเห็นนั้นพร้อมกับสำนวนคดีไปยังอัยการ หากอัยการเห็นพ้องว่าไม่ควรดำเนินคดี การสืบสวนจะยุติลงด้วยคำสั่งไม่ดำเนินคดี และคำสั่งนี้จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนทราบ หากอัยการเห็นว่าควรดำเนินการสืบสวนต่อไป เขาจะสั่งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการเช่นนั้น หากอัยการเห็นว่าควรดำเนินคดี เขาจะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อจับกุมผู้ต้องหา หากผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ อัยการจะต้องดำเนินการเพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรานี้จัดการกรณีที่เป็นไปได้ที่ผู้มีอำนาจผิดแต่ยังคงมีตัวร่างกายจุดตัดสินใจตามมาตรา 140 ถึง 144 สืบค้นถึงการดำเนินการที่ควรสั่งการอย่างเป็นทางการซึ่งอาจเป็นผลก่อนการแจ้งเบาะแสหรือควบคุมตัวก็ได้ สตริงท้ายการวางความร้อนที่ตัวผู้สืบสวนที่อยู่ต่างประเทศอาจขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนและชั้นสี่ถูกนำไปใช้โดยอนุโลมในวิธีพิจารณาของศาลชำนัญพิเศษที่โจทก์ต้องนำตัวจำเลยมาศาลยัง

ความสำคัญต่อ

สำหรับความต่อเนื่อง ส่วนนี้ผู้มีอำนาจคดีไม่สิ้นสุดเพียงเพราะต้องสงสัยว่ามีเรื่องราวอื่นๆ อีกหลายอย่างติดตามหน้าที่ตัวผู้แสวงหาและขอส่งผู้โจมตีข้ามแดนเมื่อจำเป็น ไม่จำเป็นต้องค้นหาที่อยู่ต่างประเทศช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดนในวรรคคือจุดประกายสูงสุดที่เข้ามาอีกครั้งเกิดขึ้นจริงกรณีปรึกษาทนายความไทยที่มีอีกครั้งแต่เนิ่นๆ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1172/2566 (2023)

    ในกรณีที่ควรสั่งการหรือตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบพิจารณาการสืบสวนสอบสวนทำก่อนแจ้งความผิดได้เรียกหรือจับตัวไม่ได้ตามมาตรา 141 วรรคหนึ่ง

    ศาลฎีกาตามมาตรา 140 และกรณี 141 วรรคหนึ่งที่ควรจะสั่งการเป็นพิเศษอาจพิจารณาก่อนการแจ้งได้ เช่น ผู้ที่อาจผิดในกรณีที่พนักงานสอบสวน คดีพิเศษและควรสั่งเพื่อตรวจสอบจำเลยที่พูดถึงเพื่อดูเพื่อออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบมาแจ้งการพิจารณาคดี

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 13849/2553 (2010)

    โจทก์มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการดำเนินการตัวจำเลยการยื่นฟ้องโดยไม่มีตัวจำเลยมาศาลโดยกล่าวหาคดีอื่น ๆ ที่จะรับไม่ได้

    โดยนำมาตรา 141 วรรคสี่มาใช้เป็นวิธีการพิจารณาคดีในทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าในประเทศ ศาลเห็นว่าเมื่อโจทก์ทำหน้าที่จัดการเพื่อให้ตัวจำเลยจะยื่นฟ้องโดยไม่ต้องจำเลยและไม่จำเป็นจำเลยอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมอีกครั้งหนึ่งไม่ได้การ์ไม่รับการพิจารณาจึงชอบแล้ว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 14 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13849/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14944/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2747/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3466/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1974/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 91/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2497/2521 (1978)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

คดีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถ้าผู้ต้องสงสัยต่อไป

ได้ตามมาตรา 141 พนักงานสอบสวนยังทำการพิจารณาคดีและคำสั่งให้การพิจารณาคดี...

ควรทำคำสั่งตรวจสอบก่อนแจ้งให้ทราบ

ได้มาตรา 141 ศึกษาทำวิจัยควรสั่งการอ้างอิงหรือไม่ทราบก่อนการแจ้งได้เช่นยังเรียกหรือจับตัวผู้มีส่วนผิดไม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 141 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 141. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-141/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 141
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-141/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-141/"><p>ในกรณีที่ผู้พิจารณาคดีชอบแต่เรียกหรือจับตัวก่อนที่จะสามารถรับรู้ความตามทางสอบสวนใด ๆ โดยทำให้แน่ใจว่าควรสั่งการหรือสั่งการไม่ส่งไปพร้อมกับสคอยังพนักงานบริษัทถ้าพนักงานสอบสวนชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ให้คุณตรวจสอบการสอบสวนโดยสั่งไม่ตรวจสอบและแจ้งคำสั่งนี้ให้ผู้ตรวจสอบทราบถ้าพนักงานอัยการพิจารณาคดีควรสอบสวนต่อไปจะให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติอีกครั้งถ้าพนักงานพิจารณาคดีควรสั่งสอบสวนให้พิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับตัวผู้ตรวจสอบมาพิจารณาผู้พิจารณาอยู่ต่างประเทศให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาอย่างส่งตัวข้ามแดนมา</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 141 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-141/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง