174: ลำดับการเปิดคดีและการสืบพยานในชั้นพิจารณา
คนบทกฎหมาย
ก่อนนำเข้าสู่สืบค้น โจทก์เปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีโจทก์นั่นคือการสอบสวนถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบหลักฐานที่จะนำสืบเพื่อพิสูจน์ของจำเลยให้โจทก์นำสืบสืบค้นเมื่อสืบพยานโจทก์แล้วจำเลยเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีจำเลย โดยรายงานข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่พยายามแสดงรายงานหลักฐานที่จะนำสืบคดีให้จำเลยนำเข้าสืบเมื่อสืบคดีจำเลยตรวจสอบ โจทก์และจำเลยระบบปิดคดีด้วยปากหรือหนังสือหรืออย่างเด่นชัด ศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบเนื่องมาจากการกระทำหรืออะไรอีกจะสั่งงดถือว่านั่นเป็นผลเสียเลย
คำแปลภาษาไทย
ก่อนที่ฝ่ายโจทก์จะสอบปากคำพยาน อัยการมีอำนาจที่จะเปิดคดีเพื่อให้ศาลเข้าใจคดีของฝ่ายโจทก์ กล่าวคือ เพื่อระบุลักษณะของข้อกล่าวหา ตลอดจนหลักฐานที่จะนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย จากนั้นอัยการจึงจะสอบปากคำพยานของตน เมื่อพยานของฝ่ายโจทก์สอบปากคำเสร็จแล้ว จำเลยมีอำนาจที่จะเปิดคดีเพื่อให้ศาลเข้าใจคดีของจำเลย โดยการระบุข้อเท็จจริงหรือประเด็นทางกฎหมายที่ตั้งใจจะนำมาใช้ และนำเสนอหลักฐานที่จะนำเสนอ จากนั้นจำเลยจึงจะสอบปากคำพยานของตน เมื่อการสอบปากคำพยานของจำเลยเสร็จสิ้น อัยการและจำเลยมีอำนาจที่จะแถลงปิดคดีของตนด้วยวาจา เป็นลายลักษณ์อักษร หรือทั้งสองอย่าง ในระหว่างการพิจารณาคดี หากศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมหรือดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ศาลอาจสั่งให้ยุติการสอบปากคำหรือการดำเนินการดังกล่าวได้.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 174 มีลักษณะที่สำคัญของคดีอาญาที่จำเลยลงไปคือโจทก์เปิดคดีและนำสืบ จำเลยเปิดคดีและนำสืบต่อข่าวปิดคดีส่วนท้ายให้ดุลพินิจศาลงดสืบหรืองดการใดๆที่เห็นว่าชอบศาลฎีกาวางแนวว่าชอบด้วยกฎหมายหากตรวจสอบที่ไม่ทำงานที่สำคัญในประเด็นแห่งคดี มาตรานี้ 227 การพิจารณาคดีเพราะโจทก์ผู้นำนำสืบของจำเลยให้สงสัย
ความสำคัญต่อ
สำหรับจำเลย ส่วนนี้เป็นแกนหลักของกรณี จำเลยมีสิทธิเปิดคดีสืบสวนข้อต่อสู้และนำสัญญาณเข้าสืบพยานโจทก์นำสืบเนื่อง ระวังว่าศาลอาจงดสืบจำเลยที่เห็นว่ามีกลิ่นที่มีลักษณะชอบทนายพร้อมชี้แจงว่าการดำเนินการแต่ละปากจำเป็นต่อประเด็นหลักๆ อย่างไรที่รับฟังคดีอาญาดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ทราบของเรา
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2384/2566 (2023)
ดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่งดสืบจำเลยชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ไม่ใช่สัญญาณเตือนที่สำคัญเกี่ยวกับสภาพของคดีและข้อต่อสู้
จำเลยที่ 3 ขอคำสั่งงดสืบในกรณีที่สองปากของศาลฎีกาเห็นว่าไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญเกี่ยวกับข้อจำเลยที่ 3 รู้หรือไม่ว่าเป็นข้อมูลปลอมในขณะที่รับไว้ คำสั่งห้ามสืบค้นตามมาตรา 174 สืบค้นตามมาตราส่วนท้ายจึงชอบด้วยกฎหมาย
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 5042/2562 (2019)
มาตรา 174 วรรคท้ายเป็นดุลพินิจในกรณีที่จำเลยนั้น ไม่ใช่ความผิดศาลฎีกาแน่นอนงดสอบคำให้การและงดสืบค้นในลักษณะนี้ได้ โดยไม่จำต้องสืบค้น
โจทก์ฎีกาว่าศาลจำต้องสืบคดีในศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อปรับข้อกฎหมายแล้วจำเลยที่ 2 โดยไม่มีความผิดศาลย่อมงดสอบคำให้การและงดสืบเนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ดุลพินิจในมาตรา 174 วรรคท้ายมิใช่การตัดตอนช่วยเหลือจำเลย
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7826/2560 (2017)
ในคดีอาญาโจทก์แกนนำนำสืบตามมาตรา 174 เพื่อให้ได้ความว่าจำเลยที่ผิดจริงโดยปราศจากความสงสัย หากยังมีสาเหตุที่น่าสงสัยตามและอาจยกผลประโยชน์ของข้อสงสัยแก่จำเลย
หลักฐานพิสูจน์โจทก์นั้นพบว่าจำเลยกับไดร์เวอร์ไดรฟ์ของเพียงข้อพิรุธแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เห็นได้ชัดจำเลยทำให้ผิดจริงศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ยังนำสืบไม่ได้ความโดยไม่ต้องสงสัยตามหน้าที่ในมาตรา 174 ยกประโยชน์ของการสงสัยให้จำเลยตามมาตรา 227 วรรคสอง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 29 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2384/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7826/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1557/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1167/2546 (2003)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8320/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5485/2539 (1996)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 969/2535 (1992)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2666/2522 (1979)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 83 11
- ป.อ. มาตรา 91 11
- 172 6
- 227 5
- 220 5
- ป.อ. มาตรา 78 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ในคดีอาญาใครนำสืบมาก่อน
โจทก์นำสืบฟังก่อนตามมาตรา 174 โจทก์เปิดคดีและนำสืบสืบพยานเลยจำเลยสืบค้นใน...
กระจกงดสืบต่อจำเลยไม่ได้เลย
ได้วรรคท้ายของมาตรา 174 ให้ศาลงดสืบว่าเห็นว่าไม่จำเป็น และศาลฎีกา วางแนวว่าชอบด้วยกฎหมาย หากถือว่าไม่ได้มีความสำคัญในประเด็นแห่งคดี
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 174 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 174. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-174/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 174 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-174/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-174/"><p>ก่อนนำเข้าสู่สืบค้น โจทก์เปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีโจทก์นั่นคือการสอบสวนถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบหลักฐานที่จะนำสืบเพื่อพิสูจน์ของจำเลยให้โจทก์นำสืบสืบค้นเมื่อสืบพยานโจทก์แล้วจำเลยเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีจำเลย โดยรายงานข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่พยายามแสดงรายงานหลักฐานที่จะนำสืบคดีให้จำเลยนำเข้าสืบเมื่อสืบคดีจำเลยตรวจสอบ โจทก์และจำเลยระบบปิดคดีด้วยปากหรือหนังสือหรืออย่างเด่นชัด ศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบเนื่องมาจากการกระทำหรืออะไรอีกจะสั่งงดถือว่านั่นเป็นผลเสียเลย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 174 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-174/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา