กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

182: การอ่านคำพิพากษาและการที่คู่ความไม่มา

คนบทกฎหมาย

คดีระหว่างสวนมูลประธานหรือพิจารณาคำระหว่างพิจารณาตั้งฉากที่ศาลสั่งตามที่เห็นควรจะดูตามมุมมองของการพิจารณาคดีหรือสั่งรูปความให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเฉลยในส่วนที่เสร็จสิ้นหรือภายในเวลาสามวันนับแต่ทำให้คดีเสร็จสิ้น เหตุอันหนึ่งจะต้องเลื่อนไปอ่านวันอื่นก็ได้แต่ต้องจดรายงานเหตุนั้นไว้เมื่อศาลอ่านให้คู่ความฟังแล้วให้คู่ความลงลายมือชื่อไว้เป็นลักษณะของโจทก์ที่ไม่มาอ่านโดยโจทก์ไม่อยู่เลยหรือจำเลยไม่อยู่ เนื่องจากเหตุที่จำเลยที่นี่หรือจงใจไม่มาฟังเลยให้ศาลรอก่อนจนกว่าจะจำเลยจนกระทั่งมีเหตุว่าทำไมถึงจำเลยตรงนั้นหรือจงใจไม่มาฟังเพื่อให้ศาลออกหมายจับจำเลยสามารถออกเครื่องหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันออกหมายจับให้ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งลับหลังจำเลยได้และให้ถือว่าโจทก์หรือจำเลยแล้วแต่กรณีได้ฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นแล้ว

ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเลื่อนอ่านไปโดยขาดจำเลยบางคนถ้าจำเลยที่นั้นจะปล่อยให้ศาลปล่อยชั่วคราวระหว่างรออ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

คำแปลภาษาไทย

ในกรณีที่คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนเบื้องต้นหรือการพิจารณาคดี หากมีการยื่นคำร้องในระหว่างการดำเนินคดี ศาลจะออกคำสั่งตามที่เห็นสมควร เมื่อการดำเนินคดีเสร็จสิ้น ศาลจะพิพากษาหรือออกคำสั่งตามข้อเท็จจริงของคดี คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นจะต้องอ่านต่อหน้าศาลในวันที่การดำเนินคดีเสร็จสิ้น หรือภายในสามวันนับจากวันที่คดีเสร็จสิ้น หากมีเหตุอันควร ศาลอาจเลื่อนการอ่านออกไปเป็นวันอื่นได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฟังแล้ว คู่ความจะต้องลงชื่อ หากเป็นความผิดของอัยการที่ไม่มาศาล ศาลอาจอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งได้แม้ไม่มีอัยการอยู่ ในกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีข้อสงสัยว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาศาล ศาลจะเลื่อนการอ่านออกไปจนกว่าจำเลยจะมาศาล แต่หากมีข้อสงสัยว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาศาล ศาลจะออกหมายจับจำเลย เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว และจำเลยไม่มาศาลภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ออกหมาย ศาลอาจอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในขณะที่จำเลยไม่อยู่ และอัยการหรือจำเลย แล้วแต่กรณี จะถือว่าได้ฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นแล้ว.

ในกรณีที่ต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งออกไปเนื่องจากจำเลยบางคนไม่มาศาล หากจำเลยที่มาศาลจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ศาลมีอำนาจที่จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างรอการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 182 เปิดลักษณะที่ 3 คำพิพากษาและคำสั่งและกำหนดวิธีทำและอ่านคำพิพากษาโดยให้อ่านในศาลโดยเปิดเผยภายในสามวันนับแต่ในกรณีที่มีการเลื่อนอ่านได้เนื่องจากเหตุที่จดบันทึกกฎหมายการปกครองที่คู่กับการฝึกฝน จำเลยที่เพียงไม่มาเพราะเหตุใดจะต้องเลื่อนดูแต่หากพิจารณาหรือจงใจไม่มาฟังศาลออกหมายจับและหากไม่ได้ตัวภายในเดือนนี้อาจอ่านคำลับหลังจำเลยอ่านประกอบมาตรา 215 เรื่องราวในชั้นจดหมายเหตุและรายงานในผู้อ่านเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดที่ผิดระเบียบที่คู่ความฝ่ายบริการลูกค้าส่วนใหญ่จะขอเพิกถอนได้

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้ถือเป็นสิทธินับร้องเรียนโดยตรงเนื่องจากสำนักงานอัยการเริ่มเริ่มแต่วันที่อ่านคำพิพากษาให้ฟังก่อนเป็นจำเลยและมาฟังไม่ได้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะเหตุใดความสงสัยที่เป็นสาเหตุอาจเป็นสาเหตุออกเครื่องหมายและอ่านลับหลังเมื่อครบหนึ่งเดือน และอาจส่งผลถึงผู้ร้องในคดีส่วนแพ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับต้องแจ้งและได้ฟังคำพิพากษาของพลเมืองสอบสวนคดีส่วนแพ่งอาจเสียไปหากพลาดการฟังหรือมองว่าน่ารังเกียจอย่างยิ่งรีบดำเนินการ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 122/2567 (2024)

    ผู้อ่านคำพิพากษาศาลยุติธรรมลับหลังจำเลยโดยที่ยังส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทราบโดยชอบไม่ได้ถือเป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดกฎไม่ชอบด้วยมาตรา 182 วรรคสามมาตรา 215

    ศาลชั้นต้นออกหมายจับแล้วอ่านคำพิพากษาศาลยุติธรรมลับหลังจำเลยทั้งที่ยังส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาให้จำเลยทราบโดยชอบไม่ได้ศาลฎีกาถือว่าดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 182 วรรคสามวิจารณ์มาตรา 215 ซึ่งคู่ความฝ่ายสืบสวนขอเพิกถอนได้ภายในแปดวัน

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4136/2567 (2024)

    การไม่แจ้งวันนัดให้ผู้ร้องคดีส่วนแพ่งมาฟังไม่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟังถือเป็นไม่ปฏิบัติตามมาตรา 182 และความยุติธรรมในความยุติธรรมคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งโดยร้องร้อง

    ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอค่าสินไหมแทนตามลำดับการร้องในแจ้งวันนัดและอ่านคำตัดสินให้ผู้ร้องฟังศาลฎีกาถือว่าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 182 สาธารณะสาธารณะสิทธิคดีส่วนแพ่งและร้องร้องอย่างยิ่งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติบทที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 45 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 122/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 425/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10173/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1831/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9181/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6403/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1672/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4444/2554 (2011)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

คำพิพากษาคดีอาญาต้องอ่านเมื่อใด

ตามมาตรา 182 อ่านในห้องโถงโดยในวันเฉลิมฉลองหรือภายในสามวัน แต่อาจเลื่อนไปอ่านวันอื่นได้เนื่องจากเหตุและที่บันทึกรายงานไว้

จำเลยไม่มาฟังศาลอ่านคำพิพากษาได้เลย

แล้วแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ศาลต้องเลื่อนดูและอาจเป็นเรื่องปกติหรือจงใจไม่มาประติมากรรมออกหมายจับและเมื่อไม่ได้ตัวภายในหนึ่งเดือนอาจอ่านลับหลังจำเลยได้

ผู้บัญญัติคำพิพากษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจดหมายรัก

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเริ่มนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังผู้อ่านที่ไม่ชอบหรือแจ้งตามมาตรา 182 อาจถือสิทธิในการร้องเรียน

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 182 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 182. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-182/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 182
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-182/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-182/"><p>คดีระหว่างสวนมูลประธานหรือพิจารณาคำระหว่างพิจารณาตั้งฉากที่ศาลสั่งตามที่เห็นควรจะดูตามมุมมองของการพิจารณาคดีหรือสั่งรูปความให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเฉลยในส่วนที่เสร็จสิ้นหรือภายในเวลาสามวันนับแต่ทำให้คดีเสร็จสิ้น เหตุอันหนึ่งจะต้องเลื่อนไปอ่านวันอื่นก็ได้แต่ต้องจดรายงานเหตุนั้นไว้เมื่อศาลอ่านให้คู่ความฟังแล้วให้คู่ความลงลายมือชื่อไว้เป็นลักษณะของโจทก์ที่ไม่มาอ่านโดยโจทก์ไม่อยู่เลยหรือจำเลยไม่อยู่ เพราะเหตุใดเหตุที่ต้องจำเลยที่นี่หรือจงใจไม่มาฟังเลยให้ศาลรอจนกว่าจะจำจนจำเลยไปจนถึงความเชื่อว่าทำไมมีเหตุว่าทำไมถึงจำเลยหรือจงใจไม่มาฟังเด็ดขาดออกหมายจับจำเลยสามารถออกหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันออกหมายจับให้ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งลับหลังจำเลยได้และให้ถือว่าโจทก์หรือจำเลยแล้วแต่กรณีได้ฟังคำพิพากษาหรือการดำเนินการนั้นแล้วพิจารณาคำพิพากษาหรือการดำเนินการต้องเลื่อนอ่านไปโดยขาดจำเลยบางส่วนถ้าจำเลยที่เป็นที่ตั้งของปล่อยปล่อย ปล่อยให้ศาลปล่อยชั่วคราวระหว่างรออ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 182 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-182/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง