ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 198: การยื่นอุทธรณ์และกำหนดหนึ่งเดือน
ตัวบทกฎหมาย
การยื่นอุทธรณ์
ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่าน
หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง
ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่
ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจนในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นและจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง
จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทั้งนี้
ประธานศาลฎีกาอาจออกข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ ข้อบังคับนั้น
เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก
หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว
คำแปลภาษาอังกฤษ
An appeal shall be filed with the Court of First Instance within one month from the day on which the judgment or order is read, or is deemed to have been read, to the party filing the appeal. It shall be the duty of the Court of First Instance to examine the appeal to determine whether it should be accepted and sent up to the Court of Appeal in accordance with the provisions of this Code; if it is of the opinion that it should not be accepted, it shall clearly record the reasons in its order. In a case where, under the judgment, the defendant is to serve imprisonment or a punishment more severe than that, and the defendant is not in custody, the defendant may file an appeal only upon presenting himself to a court officer at the time of filing the appeal; otherwise the court shall order that the appeal not be accepted. To this end, the President of the Supreme Court may issue regulations prescribing the criteria, methods, and conditions for the defendant's presentation of himself; such regulations, once published in the Government Gazette, shall come into force. The provisions of paragraph 3 shall not apply where the defendant has been granted suspension of the imprisonment, or has fully served the imprisonment under the judgment.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 198 กำหนดวิธีการและกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ในลักษณะว่าด้วยอุทธรณ์ หมวด 1 หลักสำคัญคือกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากพ้นกำหนดคำพิพากษาถึงที่สุดและอุทธรณ์ที่ยื่นล่าช้าย่อมไม่ชอบ ศาลชั้นต้นทำหน้าที่กลั่นกรองเบื้องต้นว่าควรส่งอุทธรณ์ขึ้นไปหรือไม่และจดเหตุผลหากไม่รับ วรรคสามเพิ่มเงื่อนไขป้องกันการหลบหนี จำเลยที่อยู่นอกที่คุมขังและต้องโทษจำคุกต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลขณะยื่น มิฉะนั้นไม่รับอุทธรณ์ ภายใต้ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา วรรคสี่ยกเว้นจำเลยที่ได้รับการรอการลงโทษหรือรับโทษจำคุกครบถ้วนแล้ว กำหนดหนึ่งเดือนนี้เกี่ยวพันกับหลักความเป็นที่สุดและกลไกการขยายเวลาที่นำมาจากวิธีพิจารณาความแพ่ง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
กำหนดหนึ่งเดือนคือกำหนดเวลาที่สำคัญที่สุด เริ่มนับเมื่ออ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา การยื่นล่าช้าแม้เพียงวันเดียวมักทำให้อุทธรณ์เสียไปและคำพิพากษาถึงที่สุด หากต้องการเวลาเพิ่ม ให้ยื่นขอขยายเวลาก่อนพ้นกำหนด การขอขยายที่ได้รับแต่ไม่ได้ใช้อาจเปลี่ยนวันถึงที่สุด แต่อย่าพึ่งพาอย่างประมาท หากท่านเป็นจำเลยที่ต้องโทษจำคุกแต่ยังไม่ถูกคุมขัง ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลขณะยื่น เว้นแต่ได้รับการรอการลงโทษหรือรับโทษครบถ้วนแล้ว เนื่องจากกฎเหล่านี้เข้มงวดและมีกำหนดเวลา ควรจัดหาทนายความแต่เนิ่นๆ ดูหน้าค่าบริการทางกฎหมายของเรา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567 (2024)
คำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อครบกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านตามมาตรา 198 หากได้รับขยายเวลาแต่ไม่ได้ใช้ วันถึงที่สุดย่อมกลับไปใช้กำหนดหนึ่งเดือนตามกฎหมาย
ศาลฎีกาอธิบายว่าคำพิพากษาที่ไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดย่อมถึงที่สุดตั้งแต่ระยะเวลานั้นสิ้นสุด คือครบหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านตามมาตรา 198 และ 216 หากคู่ความได้ขอขยายเวลาอุทธรณ์แต่ไม่ได้ใช้ วันถึงที่สุดย่อมกลับไปใช้กำหนดหนึ่งเดือนตามกฎหมายประกอบบทวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้ผ่านมาตรา 15
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2565 (2022)
อุทธรณ์ที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนไม่ชอบด้วยมาตรา 198 วรรคหนึ่ง การสั่งรับและวินิจฉัยย่อมไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้จำเลยฎีกาต่อไป
ศาลฎีกายกขึ้นเองในฐานะปัญหาความสงบเรียบร้อยว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ซึ่งล่วงเลยกำหนดยื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 198 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับและศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยจึงไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้จำเลยฎีกา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 58 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2311/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4443/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4371/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 917/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14767/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9952-9953/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5023/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13063/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 22
- มาตรา 15 20
- ป.อ. มาตรา 78 18
- ป.อ. มาตรา 83 15
- ป.อ. มาตรา 29 11
- ป.อ. มาตรา 30 10
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
มีเวลาอุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญาในไทยเท่าใด
ตามมาตรา 198 ท่านมีเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น การยื่นล่าช้ามักทำให้คำพิพากษาถึงที่สุด
จำเลยต้องแสดงตนด้วยตนเองในการยื่นอุทธรณ์หรือไม่
หากจำเลยถูกลงโทษจำคุกและไม่ได้ถูกคุมขัง ต้อง วรรคสามกำหนดให้แสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลขณะยื่น มิฉะนั้นไม่รับอุทธรณ์ ข้อนี้ไม่ใช้หากได้รับการรอการลงโทษหรือรับโทษครบถ้วนแล้ว
ใครเป็นผู้ตัดสินว่าอุทธรณ์จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นเป็นผู้ตรวจอุทธรณ์ก่อนว่าควรรับและส่งขึ้นไปหรือไม่ โดยจดเหตุผลให้ชัดเจนหากไม่รับ การไม่รับสามารถโต้แย้งได้ตามมาตรา 198 ทวิ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 198 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 198. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-198/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 198 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-198/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-198/"><p>การยื่นอุทธรณ์ ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจนในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นและจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจออกข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ ข้อบังคับนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 198 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-198/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา