ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 200: การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก้

ตัวบทกฎหมาย

ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์

คำแปลภาษาอังกฤษ

The court shall serve a copy of the appeal on the other party to reply within fifteen days from the day of receiving the copy of the appeal.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 200 รักษาลักษณะการต่อสู้กันในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดหน้าที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้เป็นของศาล และให้คู่ความฝ่ายที่แก้มีเวลาสิบห้าวันนับแต่วันรับในการทำคำแก้ การส่งเป็นหน้าที่ของศาลไม่ใช่ของผู้อุทธรณ์ และต้องส่งโดยวิธีที่กฎหมายรับรอง การส่งโดยวิธีปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาชอบเฉพาะเมื่อมีเหตุที่กฎหมายรับรอง เช่น หาตัวไม่พบ หลบหนี หรือจงใจไม่รับ หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปโดยไม่มีการส่งสำเนาโดยชอบ กระบวนพิจารณาย่อมบกพร่อง เนื่องจากเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทว่าด้วยอุทธรณ์ จึงเป็นข้อบกพร่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นได้เองตามมาตรา 195 วรรคสอง และเชื่อมโยงใกล้ชิดกับมาตรา 201 ว่าด้วยการส่งสำนวนเมื่อครบขั้นตอนการแก้อุทธรณ์

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ในฐานะฝ่ายที่แก้ ให้เฝ้าระวังการส่งสำเนาอุทธรณ์ เมื่อได้รับสำเนาแล้วท่านมีเวลาเพียงสิบห้าวันในการทำคำแก้ อย่าปล่อยให้พ้นกำหนด หากท่านไม่ได้รับการส่งโดยชอบ เช่น ศาลปิดหมาย ณ ที่อยู่ที่ท่านไม่ได้พักแล้วโดยไม่มีเหตุอันควร แล้วศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไป นั่นเป็นข้อบกพร่องในกระบวนพิจารณาที่ร้ายแรงซึ่งท่านยกขึ้นได้ แม้เป็นครั้งแรกในชั้นฎีกา ในฐานะปัญหาความสงบเรียบร้อย ควรปรับปรุงที่อยู่ในสำนวนให้เป็นปัจจุบันและตรวจสอบสารบบคดี หากถูกตัดโอกาสทำคำแก้ ควรขอคำแนะนำโดยเร็วผ่านการปรึกษาทนายไทยแบบมีค่าบริการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2567 (2024)

    การส่งโดยวิธีปิดหมายชอบเฉพาะเมื่อหาตัวไม่พบ หลบหนี หรือจงใจไม่รับ หากไม่มีเหตุเช่นนั้น การวินิจฉัยอุทธรณ์โดยไม่ส่งสำเนาโดยชอบย่อมขัดต่อมาตรา 200

    ศาลฎีกาเห็นว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์โดยวิธีปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีหาตัวจำเลยไม่พบ หลบหนี หรือจงใจไม่รับตามมาตรา 201 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยไม่ส่งสำเนาให้จำเลยแก้จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 200 พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ดำเนินการส่งสำเนาให้จำเลยแก้ใหม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2563 (2020)

    มาตรา 200 เป็นบทบัญญัติเฉพาะสำหรับคดีอาญา และมาตรา 195 วรรคสอง ให้ผู้อุทธรณ์หรือศาลยกข้อกฎหมายเรื่องการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยอุทธรณ์ขึ้นอ้างได้ จึงไม่อาจนำเรื่องการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 มาใช้บังคับ และเมื่อส่งสำเนาอุทธรณ์ไม่ได้เพราะหาตัวไม่พบ หลบหนี หรือจงใจไม่รับ ย่อมเป็นกรณีตามมาตรา 201 ซึ่งให้ศาลรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ต่อไป กระบวนพิจารณาจึงชอบ

    จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการส่งสำเนาอุทธรณ์ เพราะผู้รับมีอายุไม่ถึง 20 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำร้องโดยเห็นว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบ เพราะมาตรา 200 เป็นบทบัญญัติเฉพาะสำหรับคดีอาญาซึ่งมีมาตรา 195 วรรคสอง รองรับอยู่ จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิยื่นคำร้องได้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ไม่อยู่ตามที่อยู่ดังกล่าวในช่วงที่มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ และได้กระทำผิดในคดีอื่น จึงถือได้ว่าส่งสำเนาอุทธรณ์ไม่ได้เพราะหาตัวไม่พบหรือหลบหนีตามมาตรา 201 การดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนการส่งสำเนาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2562 (2019)

    การส่งสำเนาอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลตามมาตรา 200 แม้ศาลจะสั่งให้ผู้อุทธรณ์เป็นผู้นำส่งโดยไม่ชอบ ก็ไม่ทำให้สิทธิของผู้อุทธรณ์เสียไปในตัวเอง

    ศาลฎีกาเห็นว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยต้องเป็นไปตามมาตรา 200 ซึ่งศาลไม่ใช่ผู้อุทธรณ์มีหน้าที่ส่ง แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งให้โจทก์นำส่งและเสียค่าธรรมเนียมโดยไม่ชอบ ศาลก็พิเคราะห์ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีจริงหรือไม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่พบภูมิลำเนาของจำเลย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 27 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 226/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13547/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7705/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1703/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5307/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7008/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2538/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1737/2538 (1995)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มีเวลาทำคำแก้อุทธรณ์ของอีกฝ่ายเท่าใด

ตามมาตรา 200 เมื่อศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ท่าน ท่านมีเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับในการทำคำแก้

การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายเป็นหน้าที่ของใคร

เป็นหน้าที่ของศาลตามมาตรา 200 ในการส่งสำเนาอุทธรณ์ และต้องส่งโดยวิธีที่กฎหมายรับรอง การปิดหมาย ณ ที่อยู่เดิมโดยไม่มีเหตุอันควรอาจไม่ชอบ

ถ้าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ท่านจะเป็นอย่างไร

นั่นเป็นข้อบกพร่องในกระบวนพิจารณาตามมาตรา 200 ยกขึ้นเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยได้ และคดีอาจถูกส่งกลับเพื่อส่งสำเนาให้ท่านทำคำแก้โดยชอบก่อนวินิจฉัย

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ประเทศไทย), มาตรา 200. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-200/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 200
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-200/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-200/"><p>ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-200/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง